
ฮอกไกโก ลุยไทยเขย่าตลาดขนมคึก "สะแนฟเฟิล"
แบรนด์ขนมน้องใหม่จากประเทศญี่ปุ่นเข้ามาทำตลาดในไทยอย่างเป็นทางการจากการเห็นโอกาสเติบโตของตลาด
โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน
แบรนด์ขนมน้องใหม่ “สะแนฟเฟิล” จากประเทศญี่ปุ่น ที่เข้ามาทำตลาดในไทยอย่างเป็นทางการ เป็นการร่วมทุนของกลุ่มผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์รายใหญ่สุดในประเทศ กับบริษัทญี่ปุ่น จากการเห็นโอกาสตลาดขขนมในไทยเติบโตปีละ 6-10% และเชื่อมั่นกับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ตลาดมีศักยภาพขยายตัวได้อย่างดี
“ศิวพร เสริมประภาศิลป์” กรรมการผู้จัดการ ห้างหุ้นส่วนสามัญ ดิ อาเวเนีย เอเชีย และผู้บริหาร กลุ่มบริษัทเครือ เอส.พี.เอส.กรุ๊ป หรือที่ทุกคนรู้จัก “ส.ประภาศิลป์” เปิดเผยว่า ได้จัดตั้งบริษัทร่วมทุนขึ้นมาระหว่างไทยและญี่ปุ่นในชื่อ “ดิ อาเวเนีย เอเชีย” (The Avenir Asia) เพื่อทำธุรกิจขนมชีสเค้ก แบรนด์ สะแนฟเฟิล (snaffle’s) นำเข้ามาจากประเทศญี่ปุ่นเมืองฮอกไกโด ซึ่งเป็นแบรนด์ขนมชีสเค้กชื่อดังของประเทศญี่ปุ่น และติดอันดับหนึ่งในเจ็ดที่ห้ามพลาดเมื่อมาเที่ยวเมืองฮอกไกโด
การร่วมทุนกับบริษัทญี่ปุ่นคือ บริษัท Peche Mignon co,Ltd. จากฮอกไกโก ซึ่งเจ้าของเป็นคนคิดค้นสูตรขนมชีสเค้ก สะแนฟเฟิล ที่เป็นสูตรผสมระหว่างประเทศฝรั่งเศสและประเทศญี่ปุ่น มีสาขาในญี่ปุ่น 9 สาขา รวมทั้งมีสินค้าชอคโกแลตเนื้อนุ่ม คุ้กกี้ เค้ก และไอศกรีม ซึ่งการร่วมทุนครั้งนี้ เพราะบริษัทญี่ปุ่นสนใจตลาดไทย และตลาดอาเซียน ซึ่งก่อนหน้านี้บริษัทญี่ปุ่นได้เข้าไปลงทุนเปิดสาขาในประเทศสิงคโปร์เป็นการลงทุนเองมีสาขา 5 สาขา แต่ในไทยต้องการเข้ามาร่วมทุน
“ได้เดินทางไปสิงคโปร์และได้ชิมขนมเกิดความชอบ จึงสนใจติดต่อเจ้าของแบรนด์ เพื่อต้องการนำแบรนด์นี้มาลงทุนในไทย แต่พบว่า เจ้าของญี่ปุ่นกลับสนใจลงทุนในประเทศไทย ทำให้เกิดการลงทุนในรูปแบบร่วมทุนไทยและญี่ปุ่น” ศิวพร กล่าว
สำหรับการลงทุนในไทย ในเบื้องต้นใช้งบกว่า 5 ล้านบาท ช่องทางทำตลาดช่วงแรกอยู่ที่ การเปิดช้อปขนาดเล็กแบบ Pop up Store ในศูนย์การค้าต่างๆ เพื่อให้ลูกค้าได้รู้จัก ทดลองชิมขนม โดยจะจัดงานตามศูนย์การค้าตลอดปี พร้อมกันนี้ได้เปิดสาขาที่ศูนย์การค้า EmQuartier ชั้นจี โซน take home แล้ว
สินค้าแรกที่ทำตลาดคือ ชีสเค้ก มีจุดเด่น กลิ่นหอม น้ำหนักเบา และรสชาติดี วัตถุดิบคุณภาพสูง รวมทั้งเป็นการผลิตขนมสไตล์โฮมเมดส่งตรงมาจากประเทศญี่ปุ่น โดยที่ผ่านมา หลายคนเปรียบเปรยว่า ชีสเค้กที่ละลายในปาก นุ่มราวกับก้อนเมฆ
พร้อมกันนี้ตั้งเป้าหมาย ใน 2-3 ปีข้างหน้า จะมีสาขาใหญ่เปิดให้บริการในไทยจำนวน 5 สาขา พร้อมมุ่งทำตลาดผ่านออนไลน์อย่างต่อเนื่อง และผ่าน เฟซบุ๊ก www.facebook.com/snaffles.thailand
ตั้งเป้าหมายใน 3 ปีข้างหน้า หากตลาดในประเทศไทยตอบรับดี บริษัทญี่ปุ่นก็สนใจเข้ามาลงทุนสร้างโรงงานในไทย และใช้ไทยเป็นฐานหลักเพื่อทำตลาดในอาเซียน โดยสนใจทั้งประเทศอินโดนีเซีย มาเลเซีย และเวียดนาม โดยราคาขายที่กำหนดไว้นั้น จะให้ราคาทั้งที่ประเทศญี่ปุ่น สิงคโปร์ และไทย อยู่ในระดับใกล้เคียงกัน เพื่อให้ลูกค้ารู้ว่าซื้อที่ไหน ก็ราคาใกล้กัน
“ศิวพร” กล่าวต่อว่า การเปิดธุรกิจใหม่เป็นโอกาสสำคัญของ เครือ เอส.พี.เอส.กรุ๊ป ที่ได้ขยายธุรกิจไปยัง กลุ่มอาหาร เพราะธุรกิจหลักของครอบครัวคือ เฟอร์นิเจอร์ไม้ เพื่อส่งออกไปต่างประเทศกว่า 50 ปี มียอดส่งออกต่อปีกว่า 2,000 ล้านบาท เป็นอันดับหนึ่งส่งออกเฟอร์นิเจอร์ไม้ มีตลาดหลักส่งออกในญี่ปุ่น และให้แบรนด์ อิเกีย สัดส่วนส่งออก 90% และในประเทศ 10%
อีกทั้งช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ได้เปิดแบรนด์ใหม่ “โมดาร์” โดยเป็นเฟอร์นิเจอร์เพื่อทำตลาดเจาะกลุ่มลูกค้าผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และคอนโดมิเนียม และโครงการต่างๆ เน้นขายเฉพาะลูกค้าผู้ประกอบการเท่านั้น
“เครือ เอส.พี.เอส.กรุ๊ป มีคุณพ่อเป็นผู้บริหาร และคุณพ่อเป็นรุ่นที่สอง เราเป็นรุ่นที่ 3 เข้ามาช่วยธุรกิจ บทบาทต่อจากนี้ไป จะเข้าไปทำธุรกิจขนมชีสเค้ก สะแนฟเฟิล มากขึ้น เพราะคุณพ่อก็เห็นด้วยที่ได้ขยายธุรกิจ เพื่อเพิ่มธุรกิจในเครือ” ศิวพร กล่าว
“ศิวพร” กล่าวต่อว่า มั่นใจว่า ธุรกิจขนมมีโอกาสเติบโตอย่างแข็งแกร่ง เพราะคนรุ่นใหม่ และคนทุกวัย ชื่นชอบรับประทานขนมและสนใจขนมแบบใหม่ รวมทั้งบริษัทมุ่งคำว่า คุณภาพสูงสุด รวมทั้งระยะยาวตลาดอาเซียนก็เป็นโอกาสที่ดีน่าไปลงทุน
แนวคิดทำธุรกิจ
-ผลิตขนมแบบโฮมเมด ที่มีรสชาติ ดีไซน์ โดดเด่น
-ให้ความสำคัญกับคุณภาพ และความซื่อสัตย์
-ร่วมทุนกับประเทศญี่ปุ่นขยายตลาดในไทยและอาเซียน
-เริ่มขยายธุรกิจจากร้านเล็ก ไปสู่ร้านขนาดใหญ่







