posttoday
คาดบจ.ฟาดกำไรไม่ต่ำกว่า2แสนล้าน

คาดบจ.ฟาดกำไรไม่ต่ำกว่า2แสนล้าน

13 เมษายน 2558

จากการสำรวจความเห็นแนวโน้มผลประกอบการงวดไตรมาสแรกปี 2558

โดย...บล.เอเซีย พลัส

จากการสำรวจความเห็นแนวโน้มผลประกอบการงวดไตรมาสแรกปี 2558 จากนักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานของ ASP ประเมินว่าภาพรวมกำไรบริษัทจดทะเบียน (บจ.) น่าจะไม่น้อยกว่า 2 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 6.9 หมื่นล้านบาท ในงวดไตรมาส 4 ปี 2557 และใกล้เคียงกับไตรมาสแรกปี 2557 ที่มีกำไร 2.23 แสนล้านบาท ถือเป็นจุดสูงสุดของปี 2557

ทั้งนี้ กลุ่มอุตสาหกรรมที่คาดว่าจะมีกำไรสุทธิเติบโตเทียบกับไตรมาสแรกปีก่อน ได้แก่ กลุ่มวัสดุก่อสร้าง นำโดยบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) ซึ่งได้ประโยชน์จากวัฏจักรขาขึ้นของโอเลฟินส์ และกำไรจากการขายเงินลงทุน รวมถึงบริษัท ทิปโก้แอสฟัลท์ (TASCO) ซึ่งราคาขายยางมะตอยคงอยู่ระดับสูง ขณะที่ต้นทุนน้ำมันดิบลดลง

กลุ่มถัดมา ได้แก่ ท่องเที่ยว-โรงพยาบาล เนื่องจากเห็นสัญญาณบวกจากการเพิ่มขึ้นของจำนวนนักท่องเที่ยวงวดไตรมาสแรกปีนี้ที่คาดว่าจะอยู่ที่ 22% กลุ่มค้าปลีกคาดกำไรเติบโตจากจำนวนสาขาที่สูงกว่าไตรมาสแรกปีก่อนมาก กลุ่มขนส่งทางอากาศได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันที่อยู่ระดับต่ำ กลุ่มสื่อสารมีการบันทึกกำไรพิเศษจากการขายสินทรัพย์เข้ากองทุนของบริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล (JAS) ขณะที่ต้นทุนการดำเนินธุรกิจของโทรศัพท์เคลื่อนที่ลดลงหลังย้ายลูกค้าจาก 2จี มา 3จี เพิ่มขึ้น และกลุ่มธนาคารพาณิชย์ คาดไตรมาสแรกมีกำไรสุทธิ 5.1 หมื่นล้านบาท เพิ่ม 1.8% จากไตรมาสแรกปีก่อน

สำหรับกลุ่มที่คาดว่าจะเห็นกำไรลดลง ได้แก่ กลุ่มพลังงาน-ปิโตรเคมี ซึ่งยังมีรายการขาดทุนจากสินค้าคงคลังเกิดขึ้นเล็กน้อย และกลุ่มเกษตร ซึ่งราคาผลิตภัณฑ์ปรับลด และเป็นโลว์ซีซั่นของการส่งออก

n 17 เม.ย. ส่งร่างรัฐธรรมนูญให้ คสช. ครม. และ สปช.

ตามกำหนดการที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญชั่วคราว คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญต้องดำเนินการยกร่างให้แล้วเสร็จ และนำส่งต่อ คสช. รัฐบาล และ สปช. พิจารณา ในวันที่ 17 เม.ย. 2558 ซึ่งจากการติดตามความคืบหน้าในการยกร่าง เชื่อว่าน่าจะสามารถดำเนินการได้ทัน แม้จะมีหลายประเด็นที่ดูเหมือนยังไม่ตกผลึกชัดเจน เช่น ที่มาของ สส. นายกรัฐมนตรี สัดส่วนของเพศตรงข้าม ฯลฯ ซึ่งต้องติดตามต่อไปว่า 3 หน่วยงานจะส่งความเห็นและแนวทางแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญอย่างไร ซึ่งต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 16 พ.ค. 2558 สำหรับ ครม. และ คสช. ส่วน สปช.ต้องให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 25 พ.ค. 2558 หลังจากนั้นคณะกรรมาธิการต้องนำข้อเสนอมาพิจารณาแก้ไข และต้องพร้อมให้ สปช.ลงมติภายในวันที่ 6 ส.ค. 2558 ซึ่งถือเป็นวันตัดสินว่าจะเกิดการเลือกตั้งได้ในช่วง 1Q59 หรือไม่

n งวด 2Q57 จุดชี้วัดสำคัญของเศรษฐกิจไทย

จากตัวเลขการส่งออกที่ไตรมาสแรกปีนี้น่าจะหดตัวถึง 4% ถือเป็นแรงกดดันต่ออัตราการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) และทำให้เศรษฐกิจไทยในงวดไตรมาส 2 เป็นช่วงเวลาที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ โดยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เห็นว่าเป็นช่วงอันตรายที่จะชี้วัดความเป็นไปของเศรษฐกิจไทยในปีนี้ โดยให้ความสำคัญกับการลงทุนภาครัฐซึ่งเป็นเครื่องยนต์หลักที่เหลือเพียงอย่างเดียวที่จะช่วยพยุงเศรษฐกิจไทย จึงต้องเร่งดำเนินการให้เห็นความชัดเจนของโครงการลงทุนต่างๆ ขณะที่การบริโภคภาคครัวเรือนได้รับผลกระทบจากหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูงถึง 85.9% ของจีดีพี ภายใต้องค์ประกอบดังกล่าวทำให้เศรษฐกิจไทยในปีนี้มีโอกาสสูงที่จะขยายตัวต่ำกว่าประมาณการ โดย ธปท.มองไว้ในกรณีเลวร้ายสุดที่ 2.5% (จากเดิม 3.8%) ซึ่งใกล้เคียงกับที่ฝ่ายวิจัยประมาณการไว้ที่ 2.5% เช่นกัน (จากเดิม 3.5%)

n ตลาดหุ้นไทยมักปรับขึ้นหลังสงกรานต์

ตลาดหุ้นไทยหลังผ่านช่วงหยุดสงกรานต์ไปแล้ว ในอดีต 5 ปีที่ผ่านมามักปรับเพิ่มขึ้น โดยตั้งแต่หลังสงกรานต์ 1 สัปดาห์ เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 2% ด้วยความน่าจะเป็น 100% และเพิ่มขึ้นสูงสุดกว่า 3% หลังสงกรานต์ประมาณ 3 สัปดาห์ ด้วยความน่าจะเป็นสูงถึง 80% จึงน่าเป็นจังหวะเข้าลงทุนในช่วงหลังสงกรานต์ กลยุทธ์การลงทุน แนะนำให้ซื้อหุ้นในวันเปิดทำการแรกหลังสงกรานต์ และขายทำกำไรหลังจากนั้น 3 สัปดาห์ ฝ่ายวิจัยได้คัดเลือกหุ้นที่มักให้ผลตอบแทนเป็นบวกในช่วงหลังสงกรานต์ และมีความน่าจะเป็นสูง ได้แก่ บริษัท วนชัย กรุ๊ป (VNG) ให้มูลค่าเหมาะสม 10.25 บาท คาดผลตอบแทน 5.5% ความน่าจะเป็น 100% บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) ให้มูลค่า 285 บาท ผลตอบแทน 5.8% ความน่าจะเป็น 100% บริษัท ซินเท็ค คอนสตรัคชั่น (SYNTEC) ให้มูลค่า 3.85 บาท คาดผลตอบแทน 6.5% ความน่าจะเป็น 80% และบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (CPF) มูลค่า 32 บาท ผลตอบแทน 6% ความน่าจะเป็น 80%

ข่าวล่าสุด

คาดสินค้านำเข้าราคาต่ำปี 69 โต 4.4 หมื่นล้าน กระทบ SMEs แข่งขันยาก

คาดสินค้านำเข้าราคาต่ำปี 69 โต 4.4 หมื่นล้าน กระทบ SMEs แข่งขันยาก