posttoday
ธนาคารที่ยั่งยืน แนวคิดที่รอให้เป็นจริง

ธนาคารที่ยั่งยืน แนวคิดที่รอให้เป็นจริง

13 เมษายน 2558

หลังจากเปิดเผยผลการวิจัยเรื่อง เหตุผลทางธุรกิจของธนาคารที่ยั่งยืนในประเทศไทย (Business case for Sustainable Banking in Thailand)

โดย...ทีมข่าวการเงินโพสต์ทูเดย์

หลังจากเปิดเผยผลการวิจัยเรื่อง เหตุผลทางธุรกิจของธนาคารที่ยั่งยืนในประเทศไทย (Business case for Sustainable Banking in Thailand) ไปเมื่อช่วงเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา สฤณี อาชวานันทกุล กรรมการผู้จัดการ ด้านการพัฒนาความรู้ บริษัท ป่าสาละ ในฐานะหัวหน้าคณะวิจัย ก็เตรียมการจัดตั้งเครือข่ายการธนาคารที่ยั่งยืนขึ้น เพื่อขยายผลจากรายงานชิ้นดังกล่าว โดยหวังให้เครือข่ายนี้มีการสร้างการรับรู้และแลกเปลี่ยนให้ธนาคารพาณิชย์มีความเข้าใจแนวคิดธนาคารที่ยั่งยืนมากขึ้น โดยขณะนี้มีบุคลากรในวงการสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รวมทั้งนักวิชาการแสดงความสนใจเข้าร่วมเป็นเครือข่ายประมาณ 100 กว่าราย

การสร้างเครือข่ายดังกล่าวมาจากผลการวิจัย ที่พบว่า วงการธนาคารพาณิชย์ไทยยังค่อนข้างล้าหลังในเรื่องการธนาคารที่ยั่งยืน เมื่อพิจารณาจากการปล่อยสินเชื่ออย่างรับผิดชอบ และการเสริมสร้างการเข้าถึงบริการทางการเงินของกลุ่มประชาชนที่ยังเข้าไม่ถึงบริการทางการเงิน อันเป็นสองด้านหลักของภาคปฏิบัติในเรื่องแนวคิดและมาตรฐานของการธนาคารที่ยั่งยืน

เห็นได้จากกรณีการปล่อยกู้โครงการสร้างเขื่อนไซยะบุรี ในประเทศลาว ที่มีมูลค่าโครงการกว่า 1.15 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นเขื่อนแรกที่สร้างในลำน้ำโขงตอนล่าง และได้รับสินเชื่อในการก่อสร้างจากธนาคารไทยทั้งหมด 6 แห่ง คือ ธนาคารกรุงเทพ กรุงไทย ไทยพาณิชย์ ทิสโก้ กสิกรไทย และธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทยนั้น

โดยในจำนวนนี้มี 1 ธนาคาร คือ ธนาคารทิสโก้ ที่ลงนามในการปฏิบัติตามชุดหลักอิเควเตอร์ หรือการบูรณาการการประเมินความเสี่ยงด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมเข้าไปในกระบวนการกลั่นกรอง
สินเชื่อด้วยตนเอง แต่ธนาคารทิสโก้ก็ยังปล่อยกู้ให้กับลูกค้า

ขณะที่ความเสี่ยงของธนาคารที่ปล่อยกู้โครงการนี้ คือ นอกจากจะถูกนักวิทยาศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อมคัดค้านอย่างหนัก เพราะเขื่อนดังกล่าวมีแนวโน้มจะก่อหายนะทางระบบนิเวศ โครงการนี้ยังท้าทายอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (Mekong River Commission : MRC) องค์การความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทย ลาว กัมพูชา และเวียดนาม เพราะทั้งกัมพูชาและเวียดนามไม่เคยให้ความเห็นชอบโครงการนี้

“กรณีนี้ทำให้เห็นได้ว่าความเสี่ยงด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมมีความเชื่อมโยงกับความเสี่ยงด้านการเงิน แต่ธนาคารพาณิชย์ไทยไม่ยอมรับ และยังประเมินความเสี่ยงโครงการด้วยวิธีเดิมๆ” สฤณี ระบุ

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นที่คนไทยบางกลุ่มยังเข้าไม่ถึงบริการทางการเงินของธนาคารพาณิชย์ไทย โดยการสำรวจของธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) พบว่า คนไทยเข้าถึงเงินฝากได้มากกว่าการขอสินเชื่อ โดยครัวเรือนรายได้น้อยเกือบครึ่งไม่เคยกู้เงิน และมี 28% ของครัวเรือนไทยเข้าไม่ถึงแม้แต่บริการเงินฝากของธนาคาร เทียบกับ 6% ของครัวเรือนรายได้ปานกลางและรายได้สูง

ข้อมูลดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า ธนาคารพาณิชย์ไทยยังไม่เจาะตลาดผู้มีรายได้น้อย ทั้งในตัวเมืองและชนบท ปล่อยให้เป็นพื้นที่ของธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ เช่น ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และธนาคารออมสิน

คณะวิจัยจึงเสนอว่า ตลาดยังเปิดกว้างอยู่มากสำหรับสถาบันการเงิน โดยเฉพาะตลาดสินเชื่อสำหรับผู้มีรายได้น้อยกว่า 1.2 หมื่นบาท/เดือน ในอัตราดอกเบี้ย 15-28% ต่อปี ธุรกิจที่น่าสนใจ เช่น การจับมือกับองค์กรการเงินฐานรากให้ทำหน้าที่เป็น “ตัวแทนการปล่อยกู้และติดตามหนี้” แทนธนาคาร และธนาคารผ่านมือถือที่แปลงเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-money) ให้เป็นเงินสดได้ตามต้องการ

สฤณี ระบุว่า นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการวิจัย ที่ทำให้เห็นว่า นอกจากการพิจารณาสินเชื่อที่รับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังมีช่องทางการปล่อยสินเชื่อที่จะเพิ่มมูลค่าได้อีกมาก การตั้งเครือข่ายธนาคารที่ยั่งยืนแห่งประเทศไทยที่คาดว่าจะเปิดตัวได้ในไตรมาส 3 ของปีนี้ขึ้น จะนำประเด็นเหล่านี้มาแลกเปลี่ยน และรณรงค์ให้เกิดธรรมเนียมปฏิบัติในธนาคารพาณิชย์ด้วยความสมัครใจ รวมทั้งใช้มาตรฐานที่เกี่่ยวข้อง เช่น หลักอิเควเตอร์ ที่มีการประเมินความเสี่ยงด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมเข้าไปในกระบวนการกลั่นกรอง
สินเชื่ออีกด้วย

น่าติดตามว่า เครือข่ายธนาคารที่ยั่งยืนฯ นี้จะกระตุ้นให้ธนาคารพาณิชย์ไทยตระหนักถึงความสำคัญในการทำธุรกิจที่รับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมในระดับที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้มากน้อยแค่ไหน

ข่าวล่าสุด

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล