
เตรียมใจร่วง
โดย...ธนพล ไชยภาษี [email protected]
โดย...ธนพล ไชยภาษี [email protected]
เตรียมตัวเตรียมใจสำหรับหุ้นสหรัฐที่จะเปิดตลาดในวันแรกของสัปดาห์ในวันนี้ ที่มีความเสี่ยงที่จะร่วงหนักๆ เพราะเป็นสัปดาห์แห่งการเปิดเผยผลประกอบการประจำไตรมาสแรกของปีนี้ คาดว่าหลายบริษัทยักษ์ใหญ่จะมีผลประกอบการลดลงอันเนื่องมาจากเหตุผลหลักๆ 2 ประการก็คือ 1.การแข็งค่าของเงินเหรียญสหรัฐ และ 2.ราคาน้ำมันที่ตกต่ำในระยะที่ผ่านมา
ประเด็นของการแข็งค่าของเงินเหรียญสหรัฐนั้นเป็นเรื่องที่วิตกกังวลกันมาระยะหนึ่งแล้วสำหรับเศรษฐกิจสหรัฐ จนมีการถกเถียงกันหลายต่อหลายครั้งว่า ค่าเงินสหรัฐที่แข็งตัวนั้นส่งผลกระทบต่อภาคเอกชนสหรัฐจริงหรือเปล่า
ซึ่งก็มีบางกระแสบอกว่า ไม่น่าจะจริง เพราะบริษัทอเมริกันส่วนใหญ่ก็ยังพึ่งพาตลาดภายในสหรัฐอยู่มากถึง 80% ขณะที่ข้อโต้แย้งก็บอกว่าหลายบริษัทขนาดใหญ่นั้นพึ่งพาตลาดทั่วโลกทั้งนั้น เมื่อเงินเหรียญสหรัฐแข็งค่า สินค้าจากอเมริกันก็มีศักยภาพการแข่งขันลดลง อีกทั้งผลกำไรที่ได้เป็นเงินสกุลต่างประเทศที่อ่อนกว่า เมื่อแลกกลับมาเป็นเงินเหรียญสหรัฐก็ได้ลดลง
กรณีนี้เข้าข่ายกับหลายบริษัทขนาดใหญ่ของสหรัฐ เช่น บริษัท โคคา-โคล่า และบริษัท เคเตอร์พิลลา ซึ่งเป็นผู้ผลิตอุปกรณ์ก่อสร้างขนาดใหญ่ บริษัทพวกนี้มีธุรกิจค้าขายกระจายอยู่ทั่วโลก ดังนั้น จึงหลีกเลี่ยงผลกระทบจากค่าเงินเหรียญสหรัฐแข็งค่าได้ยากครับ
ประเด็นที่สองคือ การอ่อนตัวของราคาน้ำมันที่เกิดขึ้นจากการแข่งขันแย่งชิงตลาด และการทำสงครามราคาจากกลุ่มโอเปก
ต้องไม่ลืมว่า สหรัฐเป็นประเทศที่พึ่งพาอุตสาหกรรมน้ำมันในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจรายใหญ่ที่สุดของโลกแห่งหนึ่ง และสหรัฐก็มีบริษัทพลังงานกระจายอยู่ทั่วโลก
จากสงครามราคาที่เกิดขึ้นนั้น ทำให้ราคาน้ำมันตกต่ำมาอย่างต่อเนื่อง แน่นอนว่าส่งผลกระทบทั้งรายได้ และกิจกรรมการขุดเจาะน้ำมันต่างๆ ของสหรัฐอย่างรุนแรงในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งลำพังบริษัทขนาดใหญ่อาจจะไม่ได้รับผลกระทบรุนแรง เมื่อเทียบกับบริษัทพลังงานขนาดกลางและขนาดเล็กในสหรัฐ ที่แน่นอนว่าบางบริษัทถึงกับอาจจะต้องปิดตัว หรือไม่ก็ต้องยอมควบรวมกิจการกับบริษัทขนาดใหญ่กว่า
นอกจากนั้น ราคาน้ำมันที่หดตัวลดลงในระยะที่ผ่านมายังส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมน้ำมันจากแหล่งหินดินดานหรือเชลออยล์ ที่การสำรวจขุดเจาะแหล่งใหม่ๆ ในสหรัฐเองเริ่มที่จะชะงักลง แม้ว่าแท่นขุดเดิมจะยังเดินหน้าขุดเจาะต่อไปก็ตาม
และแน่นอนว่า ปัญหาทั้งสองประการดังกล่าวอาจจะทำให้เศรษฐกิจสหรัฐถึงกับต้องสะดุดลงในช่วงไตรมาส 2 และหลังจากนี้ไปครับ อย่างน้อยก็เห็นได้ชัดว่า ภาครัฐกำลังวิตกกังวลต่อสถานการณ์ของค่าเงินเหรียญสหรัฐ และราคาน้ำมันไม่น้อย ถึงขนาดที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เองก็เคยบอกว่าจะต้องจับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิดที่สุดทีเดียว







