posttoday
ไบเออร์พบรมว.อุตฯหารือมาบตาพุด

ไบเออร์พบรมว.อุตฯหารือมาบตาพุด

23 มิถุนายน 2553

กระทรวงอุตฯเตรียมส่งข้อมูลให้อัยการยื่นต่อศาลปกครองผ่อนผันโครงการที่ไม่อยู่ในรายชื่อกิจการรุนแรง ด้านไบเออร์เร่งรัฐบาลประกาศราบยชื่อกิจการรุนแรง และพร้อมลงทุนต่อในไทย

กระทรวงอุตฯเตรียมส่งข้อมูลให้อัยการยื่นต่อศาลปกครองผ่อนผันโครงการที่ไม่อยู่ในรายชื่อกิจการรุนแรง ด้านไบเออร์เร่งรัฐบาลประกาศราบยชื่อกิจการรุนแรง และพร้อมลงทุนต่อในไทย

นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังการเข้าพบกับนายโดมินิคัส ฟอน เพสคาโทเร กรรมการผู้จัดการบริษัทไบเออร์ไทย ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติกโพลีคาร์บอนเนตของประเทศเยอรมัน ว่า บริษัทไบเออร์มีโครงการที่อยู่ระหว่างระงับการดำเนินกิจการชั่วคราวของศาลปกครองอยู่ 2 โครงการ คือ โครงการขยายกำลังการผลิตวัตถุดิบในการผลิตเม็ดพลาสติก และโครงการขยายกำลังการผลิตเม็ดพลาสติกชนิดโพลีคาร์บอนเนต ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดทำรายงานผลกระทบด้านสุขภาพ (เอชไอเอ) และโครงการดังกล่าวไม่อยู่ในบัญชีกิจการที่อาจส่งผลกระทบรุนแรง 18 โครงการ  ทำให้สามารถยื่นขอเพิกถอนต่อศาลได้ ซึ่งจะทำให้โครงการสามารถดำเนินการได้เร็วขึ้น

ทั้งนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมจะส่งข้อมูลให้สำนักงานอัยการสูงสุดส่งเรื่องให้ศาลปกครองผ่อนผันดำเนินการสำหรับโครงการที่ไม่อยู่ในประเภทกิจการรุนแรง  โดยการยื่นเรื่องให้ศาลปกครองผ่อนผันจะต้องรอให้ประเภทกิจการดังกล่าวผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติก่อน

สำหรับสถานะของโครงการผลิตวัตถุดิบในการผลิตเม็ดพลาสติก อยู่ระหว่างการก่อสร้าง ยื่นขอยกเว้นการคุ้มครองชั่วคราวต่อศาลปกครอง และศาลมีคำสั่งยกฟ้อง โดยอยู่ในข่ายยื่นขอให้ดำเนินการก่อสร้างและทดลองเครื่องจักร ขณะที่โครงการผลิตโพลีคาร์บอนเนต ยังไม่ได้รับใบอนุญาต ส่วนขยายจากการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) แต่ได้ยื่นคำร้องขอยกเว้นการคุ้มครองชั่วคราวต่อศาลปกครองแล้ว

นอกจากนี้ ทางบริษัทไบเออร์ ยังคงมั่นใการลงทุนในไทยอยู่ โดยมีแผนจะลงทุนเพิ่มอีก 3 โครงการ  มูลค่ารวมกว่า 5,000 ล้านบาท ซึ่งอยู่ระหว่างการตตัดสินใจของคณะกรรมการใหญ่ว่าจะลงทุนในไทยต่อ หรือจะไปลงทุนในจีน หากไทยสามารถแก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็วแนวโน้มที่จะลงทุนในไทยต่อก็มีมาก

นายโดมินิคัส ฟอน เพสคาโทเร กรรมการผู้จัดการบริษัทไบเออร์ไทย กล่าวว่า ขณะนี้ได้ส่งเรื่องไปทางอัยการแล้ว เพื่อให้อัยการยื่นคำร้องต่อศาลขอยกเลิกการคุ้มครองชั่วคราว จึงคาดว่าจะได้รับคำตอบจากศาลภานยในเดือนหน้า และจะเริ่มดำเนินการผลิตได้ในช่วงไตรมาส 3

ทั้งนี้ บริษัทเห็นว่ารัฐบาลควรจะเร่างการดำเนินการประกาศบัญชีรายชื่อกิจการรุนแรง หลังจากที่คณะกรรมการ 4 ฝ่าย นำเสนอร่างต่อรัฐบาล เนื่องจากเป็นเรื่องที่มีการเปลี่ยนแปลงจากเดิม และสามารถนำเสนอต่อศาลเพื่อพิจารณายกเว้นคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว สำหรับโครงการที่ได้รับผลกระทบอยู่ในขณะนี้

นายประสาน ตันประเสริฐ ประธานคณะกรรมการบริหารการนิคมอุสาหกรรมแห่งประเทศไทย (บอร์ดกนอ.) กล่าวว่า ราบชื่อกิจการรุนแรง 18 กิจการ ขณะนี้รอนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติลงนามอยู่ ซึ่งหากบริษัทไหนไม่เข้าข่ายในบัญชีดังกล่าวก็จะสามารถเข้าสู่กระบวนการปกติได้ทันที ซึ่งจะทำให้เหลือโครงการที่ถูกระงับอยู่น้อยมาก

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนต่างชาติจะยังคงกังวลว่า แม้บัญชีรายชื่อจะชัดเจน แต่ชุมชนก็ยังมีสิทธิ์ฟ้องร้องได้ หากโครงการนั้นส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน

นายสุทธิ อัชฌาศัย ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาชนภาตะวันออก กล่าวว่า หากมีโครงการไหนไปยื่นขอถอนจากคำสั่งระงับโครงการ ทางภาคประชาชนก็จะไปยื่นศาลใหม่ เพื่อให้คงตามคำสั่งเดิม เพราะแม้ว่าจะไม่อยู่ในกิจการรุนแรง แต่ถ้าโครงการตั้งอยู่ในบริเวณที่มีโรงงานอยู่หนาแน่นน ก็สามารถสร้างผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมได้เหมือนกัน

 

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี