
‘กวางดาวทอง’ซีอิ๊วดัง 100 ปี ของดีเมืองสุพรรณ
อาจเป็นแบรนด์ที่ไม่คุ้นเคยสำหรับคนทั่วไป แต่สำหรับคนสุพรรณบุรี “กวางดาวทอง” เป็นซีอิ๊วและเต้าเจี้ยวแบรนด์ดังมากว่า 100 ปี ปัจจุบันสืบทอดธุรกิจมาถึงทายาทรุ่นที่ 4 ซึ่งมีการพัฒนารูปแบบบรรจุภัณฑ์ให้มีความทันสมัยมากขึ้น
อาจเป็นแบรนด์ที่ไม่คุ้นเคยสำหรับคนทั่วไป แต่สำหรับคนสุพรรณบุรี “กวางดาวทอง” เป็นซีอิ๊วและเต้าเจี้ยวแบรนด์ดังมากว่า 100 ปี ปัจจุบันสืบทอดธุรกิจมาถึงทายาทรุ่นที่ 4 ซึ่งมีการพัฒนารูปแบบบรรจุภัณฑ์ให้มีความทันสมัยมากขึ้น
กนกวรรณ สังสรรค์ศิริ ผู้บริหารรุ่นที่ 4 ผลิตภัณฑ์กวางดาวทอง บอกว่า ขั้นตอนกระบวนการผลิตจะเน้นธรรมชาติเป็นหลัก ซึ่งใครที่ได้รับประทานของเราก็ถือว่าโชคดีมาก เพราะทำจากสินค้ามีคุณภาพ ถั่วเหลืองเกรดเอ และกระบวนการผลิตที่ดีจริงๆ เท่านั้นก่อนถึงมือลูกค้า ไม่มีสารเจือปนที่เป็นอันตราย
“กระบวนการผลิตโดยใช้จุลินทรีย์ที่มีอยู่ในธรรมชาติ ค่อยๆ ดึงรสชาติถั่วเหลืองทีละน้อย ทั้งกลิ่น สี และรสชาติก็มาจากธรรมชาติอย่างแสงอาทิตย์ล้วนๆ ใช้กรรมวิธีแบบโบราณล้วนเป็นซีอิ๊ว 100% ในโรงงานก็ใช้ฟืนเป็นเชื้อเพลิงหลักในการต้มไม่ต่ำกว่า 5 ชั่วโมง วัตถุดิบอย่างถั่วเหลืองคุณภาพดีซื้อมาจากภาคเหนือเพราะมีคุณภาพดีเนื่องจากอากาศเย็น เนื้อแน่น เปลือกบาง มีสีเหลืองกลมทั้งเมล็ด” กนกวรรณ บอกถึงกระบวนการผลิตที่พิถีพิถันของผลิตภัณฑ์กวางดาวทอง
ในฐานะผู้บริหารรุ่นใหม่ อีกทั้งร่ำเรียนมาทางด้านการออกแบบ กนกวรรณจึงพัฒนาต่อยอดสินค้าทั้งหมด ด้วยการปรับเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์เพื่อสร้างความโดดเด่น เปลี่ยนรูปแบบบรรจุภัณฑ์ต่างๆ เพื่อตอบสนองลูกค้าทุกกลุ่มทุกวัย รวมถึงเป็นของฝากให้กับผู้มาเยือนสุพรรณบุรี และยังมีการพัฒนาสินค้าให้ถูกกับกลุ่มความต้องการของตลาดบน ตลาดกลาง และตลาดล่าง เพราะเมืองสุพรรณบุรี เป็นเมืองท่องเที่ยว
ขณะที่แผนการตลาดในขั้นต่อไป กนกวรรณเตรียมขยายตลาดจากสุพรรณบุรีไปยังจังหวัดใกล้เคียง และเตรียมส่งห้างแม็คโครวางจำหน่ายทั่วประเทศ รวมทั้งเธอกำลังมองไปที่ตลาดประเทศเพื่อนบ้าน เช่น กัมพูชา พม่า เวียดนาม ลาวและสิงคโปร์
“เตรียมขยายโรงงานเพื่อให้สามารถรองรับลูกค้าได้ทั่วทั้งในประเทศไทยเองและต่างประเทศ ตัวเลขของการส่งขายนั้นมากกว่า 5 หมื่นขวด/เดือน จากเดิมเพียง 2 หมื่นขวดเท่านั้น เพราะสินค้าของเรายังอยู่ระหว่างการพัฒนาและขยายพื้นที่การตลาด ในอนาคตเตรียมส่งขายในตลาดต่างประเทศในกลุ่มอาเซียน”
กนกวรรณ บอกว่า ในอดีตผลิตภัณฑ์ภายใต้ชื่อกวางดาวทอง จะมีการประชาสัมพันธ์ด้วยการบอกต่อกันแบบปากต่อปากแบบชาวบ้านเท่านั้น ซื้อขายกันเพียงใน จ.สุพรรณบุรี และจังหวัดใกล้เคียงเป็นส่วนใหญ่ ผลิตภัณฑ์ก็มีเพียงขนาดเดียวคือขวดใหญ่ ซึ่งเธอพยายามจะปรับการตลาดด้วยการทำโฆษณาประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆ มากขึ้น รวมทั้งการปรับเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ให้มีความทันสมัยมากขึ้น และเตรียมออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ให้ตามกระแสนิยม
“อาจจะเป็นแนวแบบจีนไปเลยก็ได้ ตามกระแสความนิยมจีน เกาหลี และญี่ปุ่น แต่อยู่ระหว่างการคิดและออกแบบ”
แต่ยิ่งกว่าสิ่งใดกระบวนการบริหารของผู้สืบทอดธุรกิจรุ่นที่ 4 กนกนวรรณตั้งเป้าว่า กวางดาวทองจะต้องเป็นผลิตภัณฑ์ที่รู้จักในระดับนานาชาติ และในเร็วๆ นี้เราจะได้เห็นแบรนด์กวางดาวทอง วางจำหน่ายในตลาดประเทศเพื่อนบ้าน







