
รัฐต้องวาง ‘ไทม์ไลน์’
แม้ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน จะมีข้อตกลงเสรี 5 ด้าน แต่เอาเข้าจริงไม่ว่าหน่วยงานใดจะวิจัยผลการดำเนินงาน ก็ค้นพบว่าไม่น่าจะเสรีอย่างแท้จริง
แม้ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน จะมีข้อตกลงเสรี 5 ด้าน แต่เอาเข้าจริงไม่ว่าหน่วยงานใดจะวิจัยผลการดำเนินงาน ก็ค้นพบว่าไม่น่าจะเสรีอย่างแท้จริง
ล่าสุด นณริฏ พิศลยบุตร จากสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ยืนยันว่า ประเทศในอาเซียน 5 ประเทศ ได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ บรูไน และเวียดนาม ยังคงจำกัดสัดส่วนการถือหุ้นของคนอาเซียนไว้ที่น้อยกว่า 51% ในสาขาที่เร่งรัดเปิดเสรีตามกรอบข้อตกลงว่าด้วยการบริการอาเซียน (AFAS) ทั้งขนส่งทางอากาศ สุขภาพและบริการท่องเที่ยว ไทยเองก็ไม่น้อยหน้า ยังกำหนดให้ถือหุ้นได้ไม่เกิน 49%
ส่วนข้อตกลงด้านการลงทุนอาเซียน (ACIA) ก็ยังไม่จูงใจนักลงทุน ข้อมูลการออกหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวพบว่า การเข้ามาลงทุนโดยอาศัยข้อตกลง ACIA ยังเป็นศูนย์ ขณะเดียวกันด้านการเคลื่อนย้ายสินค้าเสรี ก็ยังมีมาตรการกีดกันที่มิใช่ภาษี (NTB) ปรากฏขึ้นมาเต็มไปหมด
นักวิชาการทีดีอาร์ไอ ประเมินว่า แต่ละประเทศน่าจะเลือกดำเนินการตามกรอบข้อตกลงเฉพาะส่วนที่ประเทศตัวเองได้ประโยชน์ ส่วนใดไม่พร้อมก็จะหามาตรการกีดกัน
อย่างไรก็ดี มาตรการคุ้มครองคนในประเทศอาจเป็นดาบสองคม ทำให้ธุรกิจอ่อนแอยังอ่อนแอต่อไป ไม่ปรับตัว ภาครัฐจึงควรมียุทธศาสตร์และกรอบเวลา (ไทม์ไลน์) ที่ชัดเจน เพื่อให้เอกชนไทยแข่งขันกับต่างชาติได้ในเวลาที่เหมาะสม







