posttoday
สศก.เผยภัยแล้งทำเกษตรเสียหายแล้ว6พันล้าน

สศก.เผยภัยแล้งทำเกษตรเสียหายแล้ว6พันล้าน

01 เมษายน 2558

สศก.ระบุภัยแล้ง กระทบสินค้าเกษตรเสียหายกว่า 6 พันล้าน เฉพาะในทุ่งเจ้าพระยา- แม่กลอง ข้าวเสียหาย 212 ล้านบาท

สศก.ระบุภัยแล้ง กระทบสินค้าเกษตรเสียหายกว่า  6 พันล้าน เฉพาะในทุ่งเจ้าพระยา- แม่กลอง  ข้าวเสียหาย  212 ล้านบาท

นายเลอศักดิ์  ริ้วตระกูลไพบูลย์ เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากการประมาณการผลกระทบจากสถานการณ์ภัยแล้ง ในช่วงตั้งแต่เดือนตุลาคม – ปัจจุบัน ( ณ วันที่ 26 มีนาคม ปี 2558)  จะมีมูลค่าความเสียหายประมาณ  6,012  ล้านบาท โดย  พบความเสียหายของสินค้าข้าว  5,532.   ล้านบาท จากพื้นที่เสียหาย  1,179,175 ไร่ คิดเป็นปริมาณผลผลิต  663,708.86  ตัน  พืชไร่  479.19  ล้านบาท  จากพื้นที่เสียหาย 58,160 ไร่ คิดเป็นปริมาณผลผลิต 326,153.72  ตัน  และพืชสวน  3 หมื่นบาท จากพื้นที่เสียหาย 3 ไร่  ปริมาณผลผลิต 8.7  พันตัน 

ทั้งนี้จากการศึกษา ผลกระทบจากสถานการณ์ภัยแล้งในจังหวัดลุ่มน้ำเจ้าพระยา   ตั้งแต่ต.ค.  2557 ถึง  6 มี.ค.  2558  พบว่า  มีพื้นที่ประสบภัย 75,706 ไร่  ทั้งข้าว  ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์  ถั่วเหลือง  ปาล์มน้ำมัน  อ้อยโรงงาน   ทั้งนี้เบื้องต้นในส่วนของข้าว เสียหายแล้วประมาณ    212   ล้านบาท   พื้นที่เสียหาย  36,930   ไร่ คิดเป็นปริมาณผลผลิต  25,195   ตัน

สศก.  คาดการณ์ปริมาณ ผลิตของสินค้าเกษตรสำคัญ พบว่า   ข้าวนาปี ปีเพาะปลูก 2557/58 เนื้อที่เพาะปลูกลดลงจากปีที่แล้วทุกภาคเนื่องจากการปรับเปลี่ยนนโยบายภาครัฐและราคาข้าวมีแนวโน้มลดลง รวมทั้งเกษตรกรบางส่วนปรับเปลี่ยนไปปลูกพืชที่ให้ผลตอบแทนดี มีแหล่งรับซื้อแน่นอน เช่น อ้อยโรงงานสำหรับผลผลิตต่อไร่เพิ่มขึ้น จากการดูแลเอาใจใส่และปริมาณน้ำฝนเพียงพอต่อการเจริญเติบโตของต้นข้าว ทำให้ภาพรวมผลผลิตเพิ่มขึ้นเล็กน้อย          

ข้าวนาปรัง ปี 2558 เนื้อที่เพาะปลูกคาดว่าลดลงทุกภาคจากปีที่แล้ว เนื่องจากภาพรวมปริมาณน้ำในเขื่อนขนาดกลางและขนาดใหญ่ที่ใช้การได้มีน้อย และไม่เพียงพอต่อการเพาะปลูกพืชฤดูแล้ง  กรมชลประทานออกประกาศงดการส่งน้ำเพื่อการเพาะปลูกข้าวนาปรัง ตั้งแต่วันที่ 7 ต.ค. 2557 จนถึง 30 เม.ย. 2558 ในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาและลุ่มน้ำแม่กลอง รวม 26 จังหวัด ประกอบกับราคาข้าวมีแนวโน้มลดลง ทำให้เกษตรกรลดเนื้อที่เพาะปลูกลงโดยปล่อยพื้นที่ว่างและบางรายปรับเปลี่ยนไปปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อยกว่า เช่น พืชตระกูลถั่ว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ข้าวโพดหวาน  ในขณะที่พืชไร่ ในปีการเพาะปลูก 2557/2558  ทั้งข้าวโพดเลี้ยงสัตว์  ผลผลิตลดลงจากปีที่แล้ว จากการที่เกษตรกรปรับเปลี่ยนไปปลูกพืชอื่นที่ให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า มันสำปะหลังโรงงาน   ผลผลิตเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว เนื่องจากราคาที่เกษตรกรขายได้ของปีที่ผ่านมาอยู่ในเกณฑ์ดี จูงใจให้เกษตรกรปลูกทดแทนอ้อยโรงงานที่รื้อตอทิ้ง  

ขณะที่ถั่วเหลือง ผลผลิตลดลงจากปีที่แล้ว จากการขาดแคลนเมล็ดพันธุ์ ต้นทุนการผลิตสูง และขาดแคลนแรงงานในการเก็บเกี่ยว ถึงแม้ว่าจะมีการส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกเพิ่มขึ้นแต่ก็ยังไม่สามารถจูงใจให้เกษตรกรหันมาปลูกได้ สับปะรด  มีผลผลิตเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว จากราคาที่เกษตรกรขายได้อยู่ในเกณฑ์ดีตั้งแต่ต้นปี 2557 ทำให้เกษตรกรขยายพื้นที่ปลูกในพื้นที่เคยปลูกสับปะรดแล้วปล่อยว่างสำหรับ ไม้ยืนต้น – ไม้ผล ในปี 2558  ผลผผิตปาล์มน้ำมันเพิ่มขึ้น ส่วนผลผลิตต่อไร่ในภาพรวมลดลงจากปาล์มที่เริ่มให้ผลผลิตยังคงให้ผลทะลายเล็กและน้ำหนักน้อย แต่ผลผลิตในภาพรวมยังคงเพิ่มขึ้นตามการเพิ่มของเนื้อที่ให้ผล กาแฟ ลำไย และลิ้นจี่  ผลผลิตโดยรวมลดลงเนื่องจากสภาพภูมิอากาศไม่เอื้ออำนวย   ในขณะที่ เงาะและทุเรียน มังคุด  ผลผลิตเพิ่มขึ้นเนื่องจากมีเนื้อที่ให้ผลเพิ่มขึ้นและสภาพภูมิอากาศเอื้ออำนวยต่อการออกดอกและติดผล ส่วนพืชผัก   เช่น กระเทียม หอมหัวใหญ่และมันฝรั่ง

ส่วนหอมแดงผลผลิตลดลง โดยกระเทียม ผลผลิตเพิ่มขึ้นจากที่ราคาเกษตรกรขายได้อยู่ในเกณฑ์ดี จึงจูงใจให้เกษตรกรเก็บพันธุ์เพื่อเตรียมขยายเนื้อที่เพาะปลูกมากขึ้น หอมหัวใหญ่ ผลผลิตเพิ่มขึ้น เนื่องจากในปีที่แล้วมีฝนตกหนักในช่วงเพาะกล้า ทำให้ต้นกล้าเสียหายเป็นจำนวนมาก ภาคปศุสัตว์  ปี 2558 ปริมาณการผลิตเพิ่มขึ้น ยกเว้นโคเนื้อ และโคนม สำหรับโคเนื้อ เนื่องจากปัญหาการขาดแคลนพื้นที่ทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ อีกทั้งราคาโคเนื้อยังคงอยู่ในเกณฑ์สูง จูงใจให้เกษตรกรขายโคเนื้อออกทั้งโคเพศผู้และเมีย ทำให้ขาดแคลนแม่โค วัยเจริญพันธุ์ที่จะนำมาขยายพันธุ์ต่อ ส่วนปริมาณการผลิตน้ำนมดิบลดลง จากจำนวนแม่โครีดนมลดลง ในขณะที่ปริมาณการผลิตไก่เนื้อและสุกร เพิ่มขึ้นตามความต้องการของตลาดส่งออกและตลาดในประเทศที่เพิ่มขึ้น ประมง ปี 2558 ปริมาณการผลิตปลานิลและปลาดุกคาดว่าลดลง จากภัยแล้งปริมาณน้ำไม่เพียงพอ

ด้าน กุ้งขาวแวนนาไม ปริมาณการผลิตคาดว่าเพิ่มขึ้น จากราคาที่จูงใจ การจัดการโรคระบาด EMS ได้ดีขึ้น รวมทั้งภาครัฐได้นำเข้าพ่อแม่พันธุ์ดี ปลอดโรคจากอเมริกา เพื่อผลิตลูกกุ้งจำหน่ายให้แก่เกษตรกร ส่วนปริมาณการผลิตกุ้งกุลาดำ คาดว่าเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน จากความต้องการของตลาดส่งออกและราคาที่จูงใจ ให้เกษตรกรขยายเนื้อที่เพาะเลี้ยง

ข่าวล่าสุด

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล