posttoday
โอกาสธุรกิจ บริการท่องเที่ยว ไทย : เมียนมาร์

โอกาสธุรกิจ บริการท่องเที่ยว ไทย : เมียนมาร์

01 เมษายน 2558

ภายหลังปิดประเทศจากโลกภายนอกมานานกว่าห้าสิบปี การเปิดประเทศของพม่าในปี 2555 นับเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญนำไปสู่แนวโน้มที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ความได้เปรียบทางที่ตั้งภูมิศาสตร์ซึ่งมีขนาดพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 2 ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และมีพรมแดนเชื่อมโยงกับประเทศจีนและอินเดีย อุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากร โดยเฉพาะก๊าซธรรมชาติและน้ำมัน

ภายหลังปิดประเทศจากโลกภายนอกมานานกว่าห้าสิบปี การเปิดประเทศของพม่าในปี 2555 นับเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญนำไปสู่แนวโน้มที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ความได้เปรียบทางที่ตั้งภูมิศาสตร์ซึ่งมีขนาดพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 2 ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และมีพรมแดนเชื่อมโยงกับประเทศจีนและอินเดีย อุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากร โดยเฉพาะก๊าซธรรมชาติและน้ำมัน

เหล่านี้ล้วนเป็นจุดแข็งที่ส่งเสริมให้พม่าเร่งเดินหน้าพัฒนาระบบสาธารณูปโภคและเครือข่ายคมนาคม เพื่อเชื่อมโยงเศรษฐกิจการค้าและการลงทุนกับต่างประเทศ พม่าจึงกลายเป็นที่สนใจของนานาชาติ สำหรับประเทศไทยที่นี่นับเป็นตลาดส่งออกสินค้าที่กำลังเติบโตในภูมิภาคอาเซียน โดยปี 2557 เฉพาะในส่วนของ SMEs ไทยสามารถส่งออกสินค้าไปพม่าคิดเป็นมูลค่า 66,455 ล้านบาท หรือ 2,067 ล้านเหรียญสหรัฐ

ดังนั้น เพื่อสร้างโอกาสในการขยายการค้าการลงทุนให้กับผู้ประกอบการ SMEs ไทย สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ได้ทำการศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคเชิงลึกในกลุ่มประเทศอาเซียนบวก 6 ระยะที่ 3 มีเป้าหมายคือกลุ่มอาเซียนใหม่ หรือ CLMV ซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่เศรษฐกิจกำลังเติบโต โดยมุ่งศึกษาในสาขาท่องเที่ยวและบริการสุขภาพ รวมถึงสาขาอื่นๆ ที่มีความโดดเด่นในแต่ละประเทศ และเป็นสาขาธุรกิจที่ผู้ประกอบการ SMEs ไทยมีศักยภาพในการขยายตลาดได้สูง สำหรับในครั้งนี้จะกล่าวถึงพฤติกรรมผู้บริโภคชาวพม่า ในสาขาการท่องเที่ยว

จากการศึกษา พบว่า พม่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่กำลังได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวนานาชาติ เห็นได้จากรายงานตัวเลขของกระทรวงการท่องเที่ยวและโรงแรมของพม่า
(Ministry of Hotels and Tourism) ระบุว่า ในปี 2556 มี
นักท่องเที่ยวเดินทางไปพม่าจำนวนมากถึง 2,044,307 คนเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าเป็น 2 เท่าตัว ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้มีรายได้สูงในประเทศแถบเอเชีย ไทยครองแชมป์เป็นนักท่องเที่ยวอันดับหนึ่ง รองลงมา คือ จีน และญี่ปุ่น แหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ได้แก่ พระมหาเจดีย์ชเวดากอง พระธาตุอินทร์แขวน ทะเลสาบอินเล ตลาด Bogyoke Aung San เป็นต้น นักท่องเที่ยวใช้บริการผ่านตัวแทนการท่องเที่ยวเป็นส่วนใหญ่

ในส่วนพฤติกรรมผู้บริโภคชาวพม่าโดยการศึกษาจากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 600 ตัวอย่าง พบว่า ชาวพม่ามีค่านิยมการเดินทางท่องเที่ยวในต่างประเทศเป็นกลุ่มกับครอบครัวและคนคุ้นเคย เพื่อช็อปปิ้งและรับประทานอาหาร โดยนิยมค้นหาข้อมูลและดำเนินการทุกอย่างด้วยตนเองผ่านเว็บไซต์เป็นหลัก และสื่อที่มีอิทธิพลในวงกว้างคือ นิตยสารท่องเที่ยว และการโฆษณาผ่านเอกสารตีพิมพ์

สำหรับชาวพม่าที่มีศักยภาพในการท่องเที่ยวต่างประเทศแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มผู้มีรายได้ปานกลาง นิยมท่องเที่ยวประเทศแถบเพื่อนบ้าน อาทิ ไทย สิงคโปร์ เวียดนาม
เป้าหมายหลักอันดับแรก คือ กรุงเทพมหานคร เนื่องจาก
เป็นแหล่งช็อปปิ้งยอดนิยม อาหารมีความหลากหลาย หากต้องการท่องเที่ยวแบบธรรมชาติควบคู่กับสังคมเมืองมักนิยมไปพัทยา ส่วนในกลุ่มผู้มีรายได้สูง นิยมเที่ยวในแถบฮ่องกง ญี่ปุ่น โดยเฉพาะเกาหลี เพื่อช็อปปิ้งสินค้าตามเทรนด์แฟชั่น ขณะเดียวกันนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ยังเดินทางไปตรวจสุขภาพประจำปีในต่างประเทศ โดยเป้าหมายอันดับแรก คือ ประเทศไทย และสิงคโปร์

ภาพรวมการท่องเที่ยวในพม่าจัดว่ายังอยู่ในช่วงของการพัฒนา ด้วยข้อได้เปรียบสำคัญคือเรื่องความสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ ความหลากหลายทางประเพณี ศิลปวัฒนธรรมที่เก่าแก่ทางประวัติศาสตร์ แต่พม่ายังต้องปรับปรุงระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานเพื่อรองรับการท่องเที่ยวในหลายด้าน อาทิ โครงข่ายถนน ระบบไฟฟ้า ประปา โทรคมนาคม เช่นเดียวกับสาธารณูปโภคด้านการท่องเที่ยว แม้ในปัจจุบันพม่าจะมีโรงแรมทั้งหมดถึง 923 แห่ง แต่ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ ขณะที่ขาดบุคลากรในภาคบริการการท่องเที่ยวและโรงแรมในระดับสากล

สิ่งต่างๆ ดังกล่าวจึงนับเป็นอีกหนึ่งโอกาสที่ดีของ SMEs ไทย ในการแสวงหาช่องทางธุรกิจด้านบริการท่องเที่ยวเพื่อรุกไปสู่ตลาดพม่า ขณะเดียวกันพฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภคชาวพม่าจะเป็นข้อมูลสำคัญให้ผู้ประกอบการในประเทศไทย ใช้ในการพัฒนาสินค้าและบริการเพื่อสร้างแรงจูงใจ ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวชาวพม่าเข้ามาท่องเที่ยวหรือใช้บริการด้านต่างๆ ในประเทศไทยให้เพิ่มมากขึ้น

ตอนหน้าพบกับพฤติกรรมผู้บริโภคในประเทศอาเซียนบวก 6 ระยะที่ 3 ในประเด็นสาขาบริการสุขภาพของพม่า โดยผู้สนใจข้อมูลความรู้ที่เป็นประโยชน์ สามารถติดตามได้ที่ www.sme.go.th

ข่าวล่าสุด

คาดสินค้านำเข้าราคาต่ำปี 69 โต 4.4 หมื่นล้าน กระทบ SMEs แข่งขันยาก

คาดสินค้านำเข้าราคาต่ำปี 69 โต 4.4 หมื่นล้าน กระทบ SMEs แข่งขันยาก