
เงินแห่เก็งกำไร หุ้นยุโรปเพียบ ชี้ไทยรอศก.ฟื้น
ซีไอเอ็มบีฯ มองเฟดขึ้นดอกเบี้ยไม่ดึงเงินไหลกลับสหรัฐมากนัก เชื่อหาแหล่งลงทุนให้ผลตอบแทนดี พบปีนี้ซบหุ้นยุโรปอื้อ
ซีไอเอ็มบีฯ มองเฟดขึ้นดอกเบี้ยไม่ดึงเงินไหลกลับสหรัฐมากนัก เชื่อหาแหล่งลงทุนให้ผลตอบแทนดี พบปีนี้ซบหุ้นยุโรปอื้อ
นายเจษฎา สุขทิศ ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล เปิดเผยว่า หากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย มองว่าคงไม่ทำให้เงินไหลกลับสหรัฐมากนัก โดยตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา พบว่าเงินของกองทุนและอีทีเอฟไหลออกจากสหรัฐไปเข้าตลาดหุ้นยุโรปมากถึง 5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อเก็งกำไรการใช้มาตรการคิวอีของธนาคารกลางยุโรป
“ภาพที่เกิดขึ้นน่าจะสะท้อนได้ว่าเม็ดเงินลงทุนทั่วโลกจะหาแหล่งลงทุน เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีมากกว่าจะกลับไปสหรัฐ ประกอบกับหุ้นสหรัฐปรับตัวขึ้นไปมาก จึงไม่คิดว่าเงินจะไหลเข้าสหรัฐอย่าง มากๆ” นายเจษฎา กล่าว
นอกจากนี้ มองว่าเงินทุนต่างชาติ ที่ยังไหลเข้าลงทุนหุ้นไทยไม่มาก เพราะเศรษฐกิจไทยไม่ได้โตอย่างที่คาดไว้ หากเห็นการเติบโตชัดเจน เงินต่างชาติก็พร้อมเข้ามาลงทุน
ด้าน บริษัท มอร์นิ่งสตาร์ รายงานว่า ปี 2557 มีเงินใหม่เข้ามาลงทุนในกองทุนรวมและอีทีเอฟมากถึง 1.3 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งมากกว่าปี 2556 ที่มี เงินเข้ามาลงทุนไม่ถึง 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ โดยจำนวนนี้เข้าลงทุนในกองทุนหุ้นประมาณ 1 ใน 3 หรือเท่ากับ 4.39 แสนล้านเหรียญสหรัฐ
ทั้งนี้ เมื่อสิ้นปี 2557 มูลค่าสินทรัพย์สุทธิของกองทุนรวมและอีทีเอฟทั่วโลก อยู่ที่ 30 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่ปี 2556 อยู่ที่ 27 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ
“ปีที่แล้วตลาดหุ้นสหรัฐให้ผลตอบแทนที่ดี แต่ตลาดอื่นๆ ทั่วโลกทำได้ไม่ดีนัก นอกจากนี้นักลงทุนสหรัฐที่ลงทุนต่างประเทศได้รับผลตอบแทนลดลงจากค่าเงินเหรียญสหรัฐที่แข็งค่าขึ้น สำหรับกองทุนตราสารหนี้ แม้ว่า ปี 2557 จะมีผลตอบแทนต่ำ แต่มีมูลค่าลงทุน 3.71 แสนล้านเหรียญสหรัฐ” น.ส.อลีนา ลามี นักวิเคราะห์ตลาดอาวุโส บริษัท มอร์นิ่งสตาร์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นสหรัฐยังคงเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุด โดยมีสัดส่วนการลงทุน 57% ของสินทรัพย์ทั่วโลก อย่างไรก็ตามตลาดยุโรปและเอเชียกำลังเติบโตขึ้นในอัตราที่เร็วกว่าตลาดสหรัฐ
สำหรับการลงทุนกองทุนรวมและ อีทีเอฟในสหรัฐ โดยเฉพาะกองทุนหุ้น นักลงทุนนิยมลงทุนในกองทุนที่มีค่าธรรมเนียมต่ำและลงทุนเลียนแบบดัชนี ในขณะที่ยุโรปและเอเชียแม้จะมีแนวโน้มลงทุนในกองทุนประเภทนี้มากขึ้น แต่ยังน้อยกว่าในสหรัฐ เพราะจะนิยมลงทุน ในกองทุนที่ไม่เลียนแบบดัชนีมากกว่า
กองทุนทางเลือกมีอัตราการเติบโตสูง ขณะที่กองทุนยืดหยุ่นมีเงินไหลเข้าสม่ำเสมอ แต่กองทุนสินค้าโภคภัณฑ์ที่แม้จะเติบโตเร็วที่สุดในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา แต่ในปี 2557 ถือเป็นปีที่ยากลำบาก เพราะราคาน้ำมันปรับลดลง







