posttoday
ให้เงินทำงานอะไรดี

ให้เงินทำงานอะไรดี

31 มีนาคม 2558

มีเงินมาก มีเงินน้อย ก็อยากให้เงินงอกเงยขึ้นทั้งนั้น ลองมาดูว่าแล้วเงินในกระเป๋าของคุณจะต่อยอดไปทางไหนได้บ้าง กับผลิตภัณฑ์การเงินการลงทุนต่างๆ

มีเงินมาก มีเงินน้อย ก็อยากให้เงินงอกเงยขึ้นทั้งนั้น ลองมาดูว่าแล้วเงินในกระเป๋าของคุณจะต่อยอดไปทางไหนได้บ้าง กับผลิตภัณฑ์การเงินการลงทุนต่างๆ

- เงินฝากออมทรัพย์พิเศษ
เหมาะสำหรับคนที่ต้องการสภาพคล่องสูง ต้องการถอนเมื่อไหร่ก็ได้ และให้ดอกเบี้ยสูงกว่าเงินฝากออมทรัพย์ปกติ บางแห่งก็ให้ดอกเบี้ยสูงถึง 2.7% สูงกว่าดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 1 ปีเสียอีก แต่ต้องดูเงื่อนไขการฝากเงินด้วย

- เงินฝากประจำปลอดภาษี
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการออมประจำทุกเดือน ส่วนใหญ่ระยะเวลา 24 เดือนขึ้นไป ข้อดีคือ ดอกเบี้ยสูงกว่าปกติ ได้อัตราที่แน่นอน ไม่ว่าช่วงนั้นดอกเบี้ยจะขึ้นหรือลง เมื่อครบกำหนดได้ดอกเบี้ยครบทุกบาททุกสตางค์แบบไม่ต้องเสียภาษี ส่วนข้อเสียคือ หากถอนก่อนกำหนด ดอกเบี้ยจะไม่ได้ตามที่ระบุไว้

- สลากออมสิน สลากออมทรัพย์ ธ.ก.ส.
เป็นผลิตภัณฑ์ทางการเงินของสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ระยะเวลาขึ้นกับสลากประเภทนั้นๆ มีทั้ง 3-5 ปี ความพิเศษนอกจากได้ดอกเบี้ยแล้ว ยังได้ลุ้นรางวัลกันทุกเดือน การซื้อคิดเป็นหน่วย หน่วยละ 50 บาท

- ประกันชีวิตสะสมทรัพย์
ทางเลือกใหม่สำหรับการออมเงินที่ความเสี่ยงต่ำ ได้รับสิทธิประโยชน์หลายอย่างในหนึ่งเดียว ทั้งผลตอบแทนสูงกว่าเงินฝากที่ไม่ต้องเสียภาษี รับเงินคืนทุกปี นำเบี้ยประกันไปลดหย่อนภาษีได้อีก ได้รับความคุ้มครองอุบัติเหตุและการเสียชีวิต แถมยังได้เงินก้อนหลังสิ้นสุดสัญญา ต้องการระยะสั้น-ระยะยาว ก็มีให้เลือกตามความพอใจ

- กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF)
เหมาะสำหรับผู้ต้องการออมเงินระยะยาวยามเกษียณ โดยมีสิทธิ์ลดหย่อนภาษีได้ด้วย แต่เงื่อนไขคือ ขายคืนหน่วยลงทุนเมื่ออายุ 55 ปีขึ้นไป ซื้อได้ปีเว้นปี ซึ่งบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) จะมีการบริหารจัดการลงทุนหลากหลายเพื่อสร้างผลตอบแทนที่สูงสุดภายใต้ความเสี่ยงที่รับได้

- กองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF)
คนวัยทำงานมักนิยมเลือกกองทุนนี้เป็นหลัก เพราะมีสภาพคล่องมากกว่า ขายคืนหน่วยลงทุนได้เมื่อครบ 5 ปีปฏิทิน ซึ่งระหว่างปีสามารถลดหย่อนภาษีได้ด้วย โดยแนวทางคล้ายกับ RMF ที่ บลจ.จะเลือกบริหารเงินลงทุน แต่กองทุนนี้เน้นไปที่หุ้นจึงมีความเสี่ยงมากกว่า RMF แต่ผลตอบแทนสูงกว่าเช่นกัน ขึ้นอยู่กับศักยภาพของผู้บริหารกองทุน

- กองทุนรวมตราสารหนี้
ผลิตภัณฑ์นี้มีระยะเวลาให้เลือกตั้งแต่ 3 เดือน-3 ปี รับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติเมื่อผลตอบแทนถึงเป้าหมาย หากเป็นการลงทุนตราสารหนี้ต่างประเทศ จะมีการป้องกันความเสี่ยงค่าเงินด้วย ผลตอบแทนไม่ต้องเสียภาษี ส่วนความเสี่ยงจะคล้ายกับหุ้นที่หวั่นไหวกับภาวะเศรษฐกิจ ผลตอบแทนอาจไม่ได้ตามเป้าหมาย

- พันธบัตรรัฐบาล
เหมาะสำหรับผู้ที่มีเงินเย็นมากๆ ไม่จำเป็นต้องใช้เงินก้อนนี้ไปหลายปี เพราะพันธบัตรรัฐบาลค่อนข้างมีระยะเวลานาน แต่ข้อดีของพันธบัตรรัฐบาลคือ ความเสี่ยงต่ำมากในระดับดอกเบี้ยที่ใช้ได้

- หุ้นกู้
เป็นตราสารหนี้อีกประเภทหนึ่งที่ออกโดยบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ซึ่งระยะเวลาขึ้นอยู่กับบริษัทจะกำหนดไว้ มีตั้งแต่ 2-10 ปี โดยผลตอบแทนสูงแค่ไหนขึ้นอยู่กับอันดับความน่าเชื่อถือ (เรตติ้ง) เรตติ้งสูงสะท้อนถึงความมั่นคงบริษัทสูง ดอกเบี้ยอาจจะน้อยกว่าบริษัทที่มีเรตติ้งระดับรองลงมา ซึ่งผู้สนใจต้องอ่านรายละเอียดด้วยว่าเป็นหุ้นกู้ประเภทใด เงื่อนไขการไถ่ถอนคืนเป็นอย่างไร

- หุ้น
ตัวนี้มีระดับความเสี่ยงสูงมาก เหมาะสำหรับคนที่มีเงินกองอยู่หน้าตักมากๆ ชอบความตื่นเต้นเร้าใจและใจแข็งพอที่จะเห็นการขาดทุนในบางครั้ง เพราะราคาหุ้นจะเคลื่อนไหวผันผวนตามข่าวคราว ดังนั้น จึงไม่แปลกที่อัตราผลตอบแทนมีตั้งแต่ติดลบไปจนถึงเพิ่มขึ้นเป็นหลายเท่าตัว

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ