
ความเชื่อมั่นหดฉุดเศรษฐกิจก.พ.เข็นไม่ขึ้น
เศรษฐกิจเดือน ก.พ.ยังไม่ฟื้น สคร.เตรียมปรับจีดีพีใหม่ ด้านสมหมายยอมรับหนี้บานกระตุ้นบริโภคไม่ไหว
เศรษฐกิจเดือน ก.พ.ยังไม่ฟื้น สคร.เตรียมปรับจีดีพีใหม่ ด้านสมหมายยอมรับหนี้บานกระตุ้นบริโภคไม่ไหว
นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า ภาวะเศรษฐกิจเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา ยังชะลอตัวจากการส่งออกที่ติดลบ 6.1% การบริโภคภาคเอกชนขยายตัวลดลง เช่นเดียวกับการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากการบริโภคที่ขยายตัวลดลง 2.4% จากเดือนก่อนหน้าโตได้ 9.5% รวมถึงดัชนีความเชื่อมั่นการบริโภคยังลดต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 อยู่ที่ 68.4 เพราะมีความกังวลถึงภาวะเศรษฐกิจและรายได้ที่ลดลงจากราคาพืชผลเกษตรตกต่ำ ซึ่ง สศค.จะปรับประมาณการเศรษฐกิจปี 2558 ใหม่ในเดือน เม.ย.จากประมาณการเดิมที่ 3.9%
ขณะที่การลงทุนภาคเอกชนก็ชะลอตัวเช่นกัน ยอดจำหน่ายปูนซีเมนต์ติดลบ 2.4% แม้ว่าการเก็บภาษีธุรกรรอสังหาริมทรัพย์จะขยายตัวเพิ่มขึ้น แต่เป็นจากการเร่งโอนที่ดินเพื่อไม่ต้องเสียภาษีมรดกในอนาคต
อย่างไรก็ตาม ภาคการท่องเที่ยวที่ขยายตัวได้ดีมีนักท่องเที่ยวถึง 2.69 ล้านคน ขยายตัวเพิ่มขึ้น 29.6% นอกจากนี้ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมขยายตัวเป็นบวกในรอบ 22 เดือน ที่ 3.5% ขณะที่การนำเข้าสินค้าเพื่ออุปโภคบริโภคขยายตัวขึ้นถึง 32.5% จากการนำเข้าเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน เสื้อผ้า รองเท้า และผักผลไม้ ทำให้เชื่อว่าการขยายตัวของเศรษฐกิจไตรมาสแรกจะโตได้ไม่น้อยกว่าไตรมาสสุดท้ายปี 2557 ซึ่งขยายตัว 2.3%
ด้าน นายสมหมาย ภาษี รมว.คลัง กล่าวว่า การแก้ปัญหาเศรษฐกิจตอนนี้ไม่สามารถกระตุ้นด้วยการบริโภคได้ เนื่องจากหนี้ครัวเรือนอยู่ในกลุ่มสูงที่สุดในโลกถึง 80% มากสุดในรอบ 7 ปี เนื่องจากโครงการประชานิยมก่อนหน้านี้ หากกระตุ้นด้วยการบริโภคก็จะเพิ่มหนี้ครัวเรือนให้สูงขึ้นอีก ดังนั้น รัฐบาลจึงต้องเร่งการใช้จ่ายภาครัฐและการลงทุน ทั้งในส่วนของรัฐบาล รัฐวิสาหกิจ และท้องถิ่น ซึ่งการแก้ไขต้องใช้เวลาไม่สามารถแก้ได้ภายใน 3-6 เดือน
อย่างไรก็ตาม การเร่งการใช้จ่ายภาครัฐ ทำให้ต้องเก็บภาษีเพิ่มขึ้นด้วย เพราะรายได้จากภาษีปัจจุบันอยู่ที่ 18% ของจีดีพี เมื่อรวมของรัฐวิสาหกิจอยู่ที่ 20% เทียบกับประเทศพัฒนาแล้วอยู่ที่ 40%







