
ไทยคนป่วยแห่งเอเชีย
นักเศรษฐศาสตร์ชี้เศรษฐกิจไทยป่วยหนักสุดในเอเชีย แนะออกมาตรการดันเอกชนลงทุน
นักเศรษฐศาสตร์ชี้เศรษฐกิจไทยป่วยหนักสุดในเอเชีย แนะออกมาตรการดันเอกชนลงทุน
นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ประธานกรรมการบริหาร สถาบันอนาคตไทยศึกษา และกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) กล่าวในงานสัมมนาไทยพับลิก้าหัวข้อ “ประเทศไทย...คนป่วยคนใหม่ของเอเชีย?” ว่า แม้ในระยะสั้นจะสะท้อนผ่านผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ที่เติบโตต่ำ ปีที่แล้ว 0.7% และปีนี้ประมาณ 3% เฉลี่ยปีละแค่ 2% แต่ประเทศไทยนั้นป่วยสะสมมานานแล้ว และป่วยหนักสุดในภูมิภาคเอเชียก็ว่าได้
“ประเทศอื่นๆ เขากลับไปลงทุนสูงขึ้นกว่าช่วงก่อนปี 2540 หมดแล้ว แต่ไทยเรามีสัดส่วนต่ำกว่าช่วงก่อน 2540 อยู่เลย การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (เอฟดีไอ) ที่เคยทิ้งห่างเวียดนาม 14 เท่า ปัจจุบันลดลงมาไม่ถึง 1.5 เท่าแล้ว การแก้ไขต้องทำหลายมิติควบคู่กันทั้งระยะสั้นและระยะยาว เศรษฐกิจเราแผ่วจากการบริโภคที่ลดลงและหนี้ครัวเรือนสูง ทำให้ยังเหลือช่องทางลงทุนของภาคเอกชนแต่หลายธุรกิจเลือกที่จะคอยและติดตามดูสถานการณ์ไปก่อน” นายเศรษฐพุฒิ กล่าว
ทั้งนี้ การจะฟื้นความเชื่อมั่นของภาคเอกชนให้กลับมาลงทุนเร็วขึ้น ควรมีมาตรการลดหย่อนทางภาษีชั่วคราวในระยะเวลาที่เหมาะสม ไม่ต้องรอให้เศรษฐกิจดีอีก 2-3 ปี เพราะใช้เวลาอีกนานกว่าจะตัดสินใจ ซึ่งวิธีนี้เคยได้ผลมาแล้วในช่วงวิกฤตน้ำท่วมใหญ่ และรัฐบาลควรต้องชี้แจงแผนการทำงานให้ชัดเจนเป็นระยะ เพื่อให้ภาคธุรกิจตัดสินใจวางแผนได้
นายพิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ ภัทร กล่าวว่า เอฟดีไอในไทยยังลดลงเรื่อยๆ เพราะผลผลิตของไทยเติบโตช้า ไม่ว่าจะใส่วัตถุดิบเข้าไปแค่ไหนผลผลิตออกมาก็ต่ำ บวกกับปัญหาแก่ก่อนรวย หรือการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ จึงทำให้ขาดแคลนแรงงงาน และงบประมาณการลงทุนของไทยยังต่ำ
ขณะที่นายสมประวิณ มันประเสริฐ รองคณบดี คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ภาวะปัจจุบันควรกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นด้วย ส่วนในระยะยาวต้องมีแผนรับมือกับสังคมผู้สูงอายุ เน้นการลงทุนรับมือปัญหาโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ







