posttoday
ส่งออกลุ้น จีนขยับค่าหยวน วางกลยุทธ์รอตีตลาด

ส่งออกลุ้น จีนขยับค่าหยวน วางกลยุทธ์รอตีตลาด

22 มิถุนายน 2553

ขานรับกันถ้วนหน้า เมื่อรัฐบาลจีนประกาศจะพิจารณานโยบายค่าเงิน หลังจากถูกต่างชาติกดดันมานานแล้ว

คราวนี้จีนกำลังประสบปัญหาเงินไหลเข้าประเทศไม่หยุด เลยจำเป็นต้องหาทางลดความร้อนแรงของเศรษฐกิจในบ้านตัวเองลง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาฟองสบู่แตกในอนาคตนั่นเอง

นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ได้ให้สำนักงานยุทธศาสตร์กระทรวงพาณิชย์ และกรมส่งเสริมการส่งออก เร่งศึกษาผลกระทบจากการปรับค่าเงินหยวนของจีน เพื่อจัดทำยุทธศาสตร์ส่งเสริมการค้าและการส่งออก ไปยังจีนและประเทศที่สามเพิ่มเติม

คาดว่าค่าเงินหยวนที่แข็งค่าขึ้นจะส่งผลดีต่อการส่งออกของไทยไปตลาดจีน เนื่องจากชาวจีนจะซื้อสินค้าจากต่างประเทศ ถูกลงและมีกำลังซื้อมากขึ้น แต่ก็ต้องระวัง เพราะคู่แข่งที่ส่งสินค้าไปจีนจะได้รับประโยชน์เช่นกัน

นอกจากนี้ ยังช่วยให้สินค้าไทยมีศักยภาพการแข่งขันด้านราคากับจีนเพื่อส่งออกไปประเทศที่สามมากขึ้น เพราะเมื่อค่าเงินหยวนแข็งค่า ทำให้ราคาสินค้าจีนแพงขึ้น เท่ากับว่าช่วยให้สินค้าไทยมีความต้องการเพิ่ม เช่น กลุ่มสิ่งทอ ที่ผ่านมาไทยเสียเปรียบด้านราคากับจีนอยู่ ต่อจากนี้น่าจะแข่งขันได้ เพราะสินค้าไทยน่าจะถูกลง แต่ทั้งหมดจะต้องจัดเป็นยุทธศาสตร์ให้ชัดเจนและดำเนินไปเป็นระบบ

นายดุสิต นนทะนาคร ประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า การยืดหยุ่นค่าเงินหยวนของจีนส่งผลดีต่อการส่งออกไทย เพราะที่ผ่านมาจีนคงนโยบายรักษาค่าเงินอ่อนมานาน ทำให้สินค้าไทยแข่งขันกับจีนลำบากในหลายตลาด และจีนก็ถือเป็นคู่แข่งขันการส่งออกของไทยในหลายกลุ่มสินค้า

เรื่องนี้จำเป็นต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ว่า จีนจะปล่อยค่าเงินหยวนให้แข็งค่าขึ้นมาเท่าไร และเริ่มเมื่อไหร่ เพราะถ้าทยอยปรับค่าเงิน ก็คงไม่ส่งผลต่อจีนมากนัก ส่วนการส่งออกสินค้าไทยไปตลาดจีนน่าจะช่วยให้เป็นบวกขึ้น โดยจีนมีสัดส่วนส่งออก 10% ของตลาดส่งออกทั้งหมดของไทย

นายพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล กรรมการรองเลขาธิการหอการค้าไทย กล่าวว่า การยืดหยุ่นค่าเงินหยวนของจีน ส่งผลต่อจิตวิทยาในเชิงบวกต่อการส่งออกไทย จะทำให้สินค้าไทยแข่งขันได้ดีขึ้น แต่ในความเป็นจริงยังต้องจับตาว่านโยบายค่าเงินของจีนจะออกมาในรูปแบบใด เพราะถ้าจีนลดค่าเงินน้อย เช่น 12% ก็ไม่ส่งผลกระทบกับจีนมากนัก

อีกทั้งการแข่งขันส่งออกไปตลาดที่ 3 ระหว่างสินค้าไทยและสินค้าจีนยังต้องพิจารณาว่า จีนจะแข่งขันลดราคาสินค้ากับไทยหรือไม่ เพราะถ้าจีนใช้วิธีลดราคาเข้าสู้ สินค้าจีนก็ยังแข่งขันกับสินค้าไทยได้อยู่ดี ส่วนในแง่ส่งออกไปตลาดจีน เชื่อว่าสัดส่วนการส่งออกสินค้าไทยน่าจะเพิ่มขึ้น แต่ต้องติดตามการแข่งขันของสินค้าประเทศคู่แข่ง เช่น เวียดนาม เช่นเดียวกัน

นายธนิต โสรัตน์ รองประธานงานเศรษฐกิจและโลจิสติกส์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า นโยบายลอยตัวค่าเงินหยวนจะทำให้ค่าเงินในภูมิภาคเดียวกันแข็งค่าตามไปด้วย ซึ่งจะส่งผลดีต่อการส่งออกของไทยแน่นอน ทำให้มีโอกาสส่งสินค้าไปจีนได้มากขึ้น รวมทั้งแข่งขันส่งออกไปตลาดยุโรปและสหรัฐ โดยกลุ่มสินค้าที่มีโอกาสเติบโตในการส่งออก เช่น รองเท้ากีฬา เสื้อผ้า แผงวงจรไฟฟ้า น่าจะทำให้อัตราการเติบโตของการส่งออกมากถึง 1516%

ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา คำสั่งซื้อสินค้ามีการขยายตัวต่อเนื่องจนถึงสิ้นปี ส่วนหนึ่งเป็นผลจากเศรษฐกิจโลกเริ่มฟื้นตัว เมื่อเจอปัจจัยบวกจากค่าเงินหยวน ทำให้สินค้าไทยที่มีคุณภาพมากกว่ามีโอกาสเพิ่มยอดส่งออกได้ แม้ว่าราคาสินค้าของจีนจะมีราคาถูก แต่ถ้าเทียบกับคุณภาพมาตรฐานแล้ว ของไทยเป็นที่น่าสนใจมากกว่า

ดังนั้นสิ่งที่เอกชนไทยจะต้องปรับตัวจากนี้คือพยายามรักษาฐานลูกค้าส่งออกไว้และพัฒนาศักยภาพการส่งออกให้เพิ่มขึ้น

 

“ผมถือว่าเป็นโอกาสดีของไทยที่จะเร่งส่งออกสินค้าให้เพิ่มขึ้น ไม่ใช่เฉพาะกับตลาดหลักอย่างยุโรปและสหรัฐเท่านั้น แต่การส่งออกไปจีนน่าจะขยายตัวมากขึ้น เพราะจีนจะซื้อสินค้าจากไทยได้ราคาถูกลงจากค่าเงินที่แข็งค่า ซึ่งใครจะเชื่อว่าไทยต้องส่งออกแผงวงจรไฟฟ้าและคอมเพรส เซอร์ไปจีน เพราะจีนผลิตไม่ทันกับความต้องการในประเทศ ส่วนสินค้าที่ไม่ใช่เทคโนโลยี เช่น สิ่งทอ อาหาร ไทยก็มีโอกาสส่งออกเพิ่ม”

 

นายสันติ วิลาสศักดานนท์ ประธานที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหาร ส.อ.ท. กล่าวว่า แม้จีนจะออกมาประกาศปรับเปลี่ยนนโยบายอัตราแลกเปลี่ยน แต่ก็ต้องดูว่าจะทำให้ค่าเงินหยวนแข็งค่ามากขึ้นแค่ไหน ซึ่งไม่ควรวางใจ เนื่องจากจีนมีโอกาสปรับเปลี่ยนนโยบายค่าเงินได้ตลอดเวลา

 

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ