
กล่อมเอกชนซื้อปาล์มดันราคา5บาท/กก.
"ฉัตรชัย" เร่งขอความร่วมมือโรงงานสกัดรับซื้อปาล์มจากเกษตรกรไม่ต่ำกว่า 5 บาท/กก. เพิ่มสัดส่วนไบโอดีเซลเป็นบี 7 เริ่ม 1 เม.ย.นี้
"ฉัตรชัย" เร่งขอความร่วมมือโรงงานสกัดรับซื้อปาล์มจากเกษตรกรไม่ต่ำกว่า 5 บาท/กก. เพิ่มสัดส่วนไบโอดีเซลเป็นบี 7 เริ่ม 1 เม.ย.นี้
พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ได้ประสานขอความร่วมมือไปยังผู้ประกอบการ ทั้งลานเท โรงงานสกัด ให้รับซื้อผลปาล์มทะลายคุณภาพดีจากเกษตรกรในราคาไม่ต่ำกว่ากก.ละ 5 บาท เพื่อป้องกันปัญหาราคาตกต่ำ หลังจากที่ผลผลิตปาล์มน้ำมันเริ่มทยอยออกสู่ตลาด และเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรให้ขายผลผลิตได้ในราคาที่คุ้มต้นทุน
"ได้ขอความร่วมมือกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กำกับดูแลให้เกษตรกรตัดผลปาล์มที่สุกเต็มที่ในช่วงเวลาที่เหมาะสมและได้คุณภาพ เพื่อให้ขายได้ในราคาดี และขอให้กระทรวงมหาดไทย รวมถึงหน่วยงานของกระทรวงพาณิชย์ กำกับดูแลให้ผู้ประกอบการ ทั้งลานเท โรงงานสกัดในพื้นที่ ให้ความร่วมมือรับซื้อผลปาล์มตามที่กำหนด"พล.อ.ฉัตรชัยกล่าว
นอกจากนี้ ในการรองรับกับผลผลิตน้ำมันปาล์มที่เพิ่มสูงขึ้น ได้ขอความร่วมมือกระทรวงพลังงานให้เพิ่มสัดส่วนการผลิตน้ำมันไบโอดีเซลในน้ำมันดีเซลจากบี 3.5 เป็นบี 7 แล้ว โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.เป็นต้นไป และยังอยู่ระหว่างการผลักดันให้นำน้ำมันปาล์มไปใช้ในโรงไฟฟ้า ซึ่งจะมีการทำบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของกระทรวงพาณิชย์ ได้มีการตั้งคณะทำงานขึ้นมาแล้ว 1 คณะ เพื่อหารือร่วมกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มทั้งระบบ ในการหาแนวทางดำเนินการให้เกิดความสมดุลตั้งแต่เกษตรกร ผู้ประกอบการ และผู้บริโภค ทั้งด้านผลผลิต และราคา กำหนดให้ได้ข้อสรุปภายใน 1 เดือน
สำหรับการนำเข้าน้ำมันปาล์มดิบเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำมันปาล์มขาดแคลนในช่วงก่อนหน้านี้ ยืนยันว่าไม่ได้ส่งผลกระทบต่อราคาทั้งผลปาล์มทะลายและราคาน้ำมันปาล์มดิบ โดยราคาในช่วงที่นำเข้าอยู่ในระดับสูงกว่าราคาที่กำหนดไว้ คือ ราคาผลปาล์มน้ำมัน อัตราน้ำมัน 17% ราคาไม่ต่ำกว่ากก.ละ 5 บาท และน้ำมันดิบกก.ละ 30 บาท ซึ่งยืนราคาในระดับนี้ตั้งแต่ที่นำเข้าจนถึงสิ้นเดือนก.พ.2558
ทั้งนี้ หลังจากที่มีการนำเข้าและนำไปผลิตเป็นน้ำมันพืชบรรจุขวดและถุงออกจำหน่ายหมดแล้ว จะทันกับที่ผลผลิตปาล์มทะลายออกสู่ตลาดในเดือนมี.ค.2558 ซึ่งราคาได้ปรับลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่กก.ละ 4.60-5.00 บาท เนื่องจากผลผลิตออกสู่ตลาดมาก และยังมีสาเหตุที่ทำให้ราคาลดลง คือ คุณภาพผลปาล์มต่ำได้น้ำมันเพียง 15-16% จากภาวะภัยแล้ง และมีการตัดปาล์มดิบที่ไม่ได้คุณภาพ ซึ่งได้ขอความร่วมมือให้เกษตรกรตัดปาล์มที่มีคุณภาพ ต้องรอให้สุกเต็มที่ก่อน เพื่อให้ได้เปอร์เซ็นต์น้ำมันที่สูงขึ้น







