posttoday
สะสมหุ้นที่ 1,442-1,485

สะสมหุ้นที่ 1,442-1,485

30 มีนาคม 2558

ตลาดหุ้นไทยแม้จะปรับฐานมากว่า 1 เดือน แต่ยังขาดปัจจัยบวกและเงินทุนไหลเข้ามา

โดย...บล.เอเซีย พลัส

ตลาดหุ้นไทยแม้จะปรับฐานมากว่า 1 เดือน แต่ยังขาดปัจจัยบวกและเงินทุนไหลเข้ามา หนุนทำให้การปรับฐานยังต้องดำเนินต่อไป การลงทุนในสัปดาห์นี้ (30 มี.ค.-3 เม.ย.) ทยอยสะสมหุ้นที่ดัชนีระดับ 1,442-1,485 เลือกหุ้นที่มีอัตราการเติบโตของกำไรต่อหุ้นสูง คือ บริษัท เอสทีพี แอนด์ ไอ (STPI) ให้มูลค่าเหมาะสมที่ 23.64 บาท หุ้นบริษัท วนชัย กรุ๊ป (VNG) ให้มูลค่าเหมาะสมที่ 10.25 บาท และหุ้นบริษัท เอ็ม.ซี.เอส.สตีล (MCS) ที่ 9.19 บาท

ดัชนี 1,442-1,485 จุด ผลตอบแทนคุ้มความเสี่ยง

ดัชนีหุ้นอยู่ในช่วงของการปรับฐานมานานกว่า 1 เดือน ซึ่งเป็นผลมาจากการที่ค่าพีอีดีดตัวขึ้นไปสู่ระดับสูงหลังจากผลประกอบการปี 2557 ออกมาต่ำกว่าที่คาดมาก ขณะที่ขาดปัจจัยบวกทั้งในด้านของเงินทุนไหลเข้ามาและปัจจัยพื้นฐานที่มีน้ำหนักมาสนับสนุน ประเด็นที่น่าสนใจก็คือเมื่อดัชนีหุ้นผ่านช่วงการปรับฐานมาแล้วระยะหนึ่ง ณ จุดใดเป็นจุดที่นักลงทุนที่หวังผลตอบแทนในระยะยาวควรเข้าซื้อเพื่อสร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่ากับการลงทุน ซึ่งหากพิจารณาจากระดับค่าพีอีที่เหมาะสม ฝ่ายวิจัยเห็นว่าเป็นมูลค่าเหมาะสมของตลาดคือ 16 เท่า และกำหนดกำไรต่อหุ้นปี 2558 ที่ราว 103 บาท จะได้ดัชนีหุ้นเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2558 ที่ 1,650 จุด หากนักลงทุนต้องการผลตอบแทนจากการถือครองหุ้น 10% ก็ควรซื้อที่มีส่วนลด 10% จากราคาเป้าหมายหรือบริเวณ 1,485 จุด หรืออีกแนวคิดหนึ่ง กำหนดให้ดัชนีถูกกดดันลงมาที่พีอี 14 เท่า ณ สิ้นปี ซึ่งเป็นฐานที่ต่ำกว่าควรจะเป็นก็จะได้ระดับ 1,442 จุด จึงอาจกล่าวได้ว่าช่วงดัชนีที่เหมาะสำหรับการทยอยสะสมหุ้นได้แก่ 1,442-1,485 จุด

จีดีพีเสี่ยงถูกปรับลดประมาณการ

เดือน ม.ค.ที่ผ่านมา สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ได้ปรับลดประมาณการอัตราการเติบโตของจีดีพีลงเหลือ 3.9% (จากเดิม 4.1%) และเมื่อวันที่ 20 มี.ค. ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ปรับลดเหลือ 3.8% (จากเดิม 4%) และล่าสุด ธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) ได้ปรับลดเหลือ 3.6% (จากเดิม 3.9%) และภาคเอกชนนำโดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยได้คาดการณ์ไว้ต่ำสุดที่ 2.8% (จากเดิม 4%) โดยทุกสำนักต่างมีความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า ปัจจัยที่กดดันจีดีพีมาจากภาคการส่งออก (70% ของจีดีพี)

สอดคล้องกับตัวเลขการส่งออกเดือน ก.พ. ติดลบ 6.1% เปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน หดตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 ของปีนี้จากที่ติดลบ 3.5% ในเดือน ม.ค. อีกทั้งตัวแปรที่สำคัญอื่นยังคงมีแนวโน้มชะลอตัวตามดัชนีความเชื่อมั่นที่ลดลง เดือน มี.ค. ลดลงอยู่ที่ระดับ 51.5 (ต่ำสุดในรอบ 3 เดือน) ดังนั้นฝ่ายวิจัยจึงมีแนวโน้มจะปรับลดประมาณการเศรษฐกิจในปี 2558 ลดลงเหลือราว 2.5-3% โดยในเบื้องต้นคาดว่าปัจจัยที่อาจถูกปรับลด ได้แก่ การบริโภคครัวเรือน (50% ของจีดีพี) การลงทุนภาครัฐ (5% ของจีดีพี) และการส่งออกสินค้า (56% ของจีดีพี) ขณะที่อาจปรับเพิ่มการส่งออกบริการ (17% ของจีดีพี)

น้ำมันขึ้น 10% เก็งกำไร PTT, PTTEP

ราคาน้ำมันดิบโลกฟื้นตัวขึ้นอีกรอบตั้งแต่วันที่ 17 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยปรับเพิ่มขึ้นกว่า 10% จากการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ และสถานการณ์ความตึงเครียดในเยเมนที่กลายเป็นการสู้รบรุนแรง และกังวลกันว่าอาจกระทบต่อการขนส่งน้ำมันผ่านอ่าวเอเดน ราคาน้ำมันโลกที่ฟื้นตัวหนุนให้ราคาหุ้นปิโตรเลียมฟื้นตัว โดยเฉพาะบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) เพิ่มขึ้นถึง 8.2% ขณะที่บริษัท ปตท. (PTT) ราคาหุ้นยังไม่สะท้อนราคาน้ำมันโลก เนื่องจากเพิ่มขึ้นเพียง 2.1% เท่านั้น บวกกับราคาที่ปรับลดลงมากจนทำให้หุ้นทั้งคู่มีโอกาสปรับขึ้นกว่า 20% และอัตราผลตอบแทนเงินปันผลเกินกว่า 4% จึงอาจทำให้เกิดกระแสเก็งกำไรในระยะสั้น

อย่างไรก็ตาม ต้องติดตามสถานการณ์น้ำมันโลกอย่างใกล้ชิด เนื่องจากประเด็นเรื่องปริมาณที่ล้นตลาดยังสร้างแรงกดดันราคาในระยะกลาง

ต่างชาติสลับขาย ขาดปัจจัยหนุน

ในสัปดาห์ที่ผ่านมา (23-27 มี.ค. 2558) นักลงทุนต่างชาติสลับมาขายสุทธิหุ้นในภูมิภาคราว 432 ล้านเหรียญสหรัฐ เช่นเดียวกับตลาดหุ้นไทยที่นักลงทุนต่างสลับมาขายสุทธิราว 2,500 ล้านบาท ในขณะที่ปัจจัยการเมืองในประเทศ และ เศรษฐกิจที่ยังมีแนวโน้มชะลอตัว น่าจะยังกดดันแรงซื้อจากต่างชาติ แต่อย่างไรก็ตามเชื่อว่าแรงขายจากนักลงทุนกลุ่มนี้เหลืออยู่อีกไม่มากแล้ว และในระยะสั้นน่าจะเป็นการซื้อสลับขายเบาบางตามสถานการณ์รายวันจนกว่าจะมีปัจจัยบวกอื่นๆ เข้ามาหนุน

วิเคราะห์ทางเทคนิค

อัตราผลตอบแทนตลาดหุ้นในสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่วนใหญ่จะยืนอยู่ในแดนลบทั้งฝั่งสหรัฐและยุโรป ขณะที่ฝั่งเอเชียตลาดหุ้นจีนยังคงแข็งแกร่งบวกต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่สองสวนทางกับตลาดหุ้นญี่ปุ่นเริ่มลดความร้อนแรง ขณะที่ตลาดหุ้นไทยล่าสุดลงหลุดแนวรับสำคัญ 1,500 จุด ทำให้สัปดาห์นี้ติดลบถึง 2.2 หุ้นไทยที่น่าสนใจคือหุ้น STPI

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน