
เข้าถึงดิจิทัลแบงก์กิ้ง
ความตื่นตัวเรื่องดิจิทัลแบงก์กิ้งในบ้านเราถือว่าเริ่มมีสัญญาณให้เห็นชัดเจนในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา จากแพลตฟอร์มของไอแบงก์กิ้ง ขยับขยายไปสู่โมบายแบงก์กิ้ง ยิ่งรัฐบาลประกาศเอาจริงกับนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัล ที่จะพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีมารองรับการขยายตัวของเศรษฐกิจยุคใหม่หลายรูปแบบ ก็ยิ่งทำให้แวดวงธนาคารและไอทีคึกคักตามไปด้วย
ความตื่นตัวเรื่องดิจิทัลแบงก์กิ้งในบ้านเราถือว่าเริ่มมีสัญญาณให้เห็นชัดเจนในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา จากแพลตฟอร์มของไอแบงก์กิ้ง ขยับขยายไปสู่โมบายแบงก์กิ้ง ยิ่งรัฐบาลประกาศเอาจริงกับนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัล ที่จะพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีมารองรับการขยายตัวของเศรษฐกิจยุคใหม่หลายรูปแบบ ก็ยิ่งทำให้แวดวงธนาคารและไอทีคึกคักตามไปด้วย
แต่ในแง่ข้อมูลเชิงสถิตินั้น กลับไม่ได้ไปโตอย่างรวดเร็วตามไปด้วย
จากการสำรวจพฤติกรรมผู้บริโภคเรื่องดิจิทัลแบงก์กิ้ง ของบริษัท แมคคินซีย์ ใน 13 ประเทศแถบเอเชียแปซิฟิก ปี 2557 ที่ผ่านมา พบว่า ประเทศไทยมีการเข้าถึงดิจิทัลแบงก์กิ้งเป็นอันดับที่ 3 (จากท้ายตาราง) ในสัดส่วนเพียง 19% หรือดีกว่าแค่ฟิลิปปินส์ที่ 13% และอินเดียที่ 18% เท่านั้น
3 อันดับต้นตาราง คือ เกาหลีใต้และออสเตรเลีย ได้ 96% เหมือนกัน ตามมาด้วยสิงคโปร์ 94% ส่วนที่ดีที่สุดในกลุ่มอาเซียน 5 หรือกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาในอาเซียน คือ เวียดนาม 44% มาเลเซีย 41% และอินโดนีเซีย 36%
อย่างไรก็ตาม ถ้าดูจากโอกาสของการเติบโตจะเห็นว่ากลุ่มประเทศกำลังพัฒนาที่มีศักยภาพ หรือที่เรียกว่าอีเมิร์จจิ้ง จะพบว่ายังมีโอกาสโตได้อีกเยอะกว่าประเทศพัฒนาแล้ว แมคคินซีย์ได้นำผลสำรวจในปี 2554 มาเปรียบเทียบกับผลสำรวจล่าสุดในปี 2557 พบว่า กลุ่มประเทศพัฒนาแล้วมีการใช้ดิจิทัลแบงก์กิ้งขยับขึ้นมาเป็น 92% จาก 59% หรือเติบโตขึ้นประมาณ 1.6 เท่า
ในขณะที่กลุ่มประเทศอีเมิร์จจิ้ง เอเชีย (จีน อินเดีย และอาเซียน 5) แม้การเติบโตจะขยับเพียงเล็กน้อยจาก 10% เป็น 33% แต่ก็ถือว่าเติบโตขึ้นถึง 3.3 เท่า ในจำนวนนี้โตมาจากโมบายแบงก์กิ้งมากที่สุด 5.2 เท่า แมคคินซีย์ ระบุว่า ในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนานั้นช่องทางเอทีเอ็มยังมีบทบาทอยู่สูงมาก ซึ่งยังต้องใช้เวลาอีกระยะกว่าที่ดิจิทัลแบงก์กิ้งจะขยายตัวในวงกว้าง
ขณะที่การอ้างอิงผลสำรวจเพื่อคาดการณ์ระยะยาวไปจนถึงปี 2020 พบว่า ปริมาณการใช้ดิจิทัลแบงก์กิ้งในเอเชีย น่าจะเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 2 เท่าตัว จาก 670 ล้านคน ในปี 2012 ไปเป็น 1,700 ล้านคนเลยทีเดียว เมื่อวัดจากโครงสร้างพื้นฐานทางไอทีที่เพียบพร้อมขึ้น การเติบโตของชนชั้นกลางที่ใช้งานอินเทอร์เน็ตและสมาร์ทโฟนกันหลากหลาย รวมถึงการมีความรู้ความเข้าใจทางการเงินมากขึ้นด้วย
เรียกว่าโตช้า แต่มาแน่นอนค่ะ







