
ยางเซ็งปีนี้ราคายังร่วง
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยเผยแนวโน้มราคายางพาราปีนี้ยังไม่สดใส แนะเกษตรกรหันปลูกปาล์มน้ำมัน มันสำปะหลัง อ้อย แทน
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยเผยแนวโน้มราคายางพาราปีนี้ยังไม่สดใส แนะเกษตรกรหันปลูกปาล์มน้ำมัน มันสำปะหลัง อ้อย แทน
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยออกบทวิเคราะห์ถึงการฝ่าวิกฤตยางพาราไทยปี 2558 ของเกษตรกรชาวสวนยาง ว่า แนวโน้มราคายางพาราของไทยในปีนี้ยังไม่สดใสนัก โดยราคายางแผ่นดิบชั้น 3 อาจลดลงมาอยู่ในกรอบ 45-48 บาท/กิโลกรัม หรือลดลง 11-16.6% เทียบกับปี 2557 ที่ 53.9 บาท/กิโลกรัม ขณะที่ระยะข้างหน้าคาดว่า ราคายางพาราไทยอาจยังคงถูกกดดันจากอุปทานยางพาราโลกที่ยังสูงอยู่
ทั้งนี้ ทางเลือกหนึ่งที่อาจช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับชาวสวนยาง คือ การเปลี่ยนไปปลูกพืชชนิดอื่นที่ให้ผลตอบแทนกำไรสูงกว่า เช่น ปาล์มน้ำมัน มันสำปะหลัง และอ้อย ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางการสนับสนุนของรัฐบาลที่เร่งลดพื้นที่เพาะปลูกยาง โดยการให้เงินชดเชยแก่ชาวสวนยางหากเปลี่ยนไปปลูกพืชอื่น โดยเฉพาะปาล์มน้ำมัน ในอัตราไร่ละ 2.6 หมื่นบาท
อย่างไรก็ตาม เกษตรกรอาจต้องพิจารณาปัจจัยอื่นที่ไม่ใช่กำไรในการตัดสินใจร่วมด้วย เช่น ทำเลที่ตั้ง สภาพดิน น้ำ สภาพตลาด ต้นทุนการผลิต ระยะเวลาคืนทุนของพืช และแนวโน้มราคาในระยะข้างหน้า ซึ่งการบริหารจัดการอุปทานผลผลิตทางการเกษตร เพื่อสร้างเสถียรภาพด้านราคาของพืชผล ยังคงเป็นโจทย์ท้าทายหลักของอาชีพเกษตรกรไทย







