
คลัง-ธปท.ลุ้นส่งออกพรวด
จีนปรับหยวนแข็งค่าทุนไหลเข้าอีก
โพสต์ทูเดย์
— กรณ์ขานรับจีนปรับนโยบายค่าหยวนแข็ง ช่วยสินค้าไทยแข่งได้ ขณะที่ธนาคารมองเงินบาทแข็งตาม 31.50นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง เปิดเผยว่า การประกาศหยืดหยุ่นค่าเงินหยวนของประเทศจีน จะทำให้ความสามารถการแข่งขันของผู้ส่งออกไทยดีขึ้น เพราะเมื่อค่าเงินหยวนของจีนแข็งค่าขึ้นตามสภาพความเป็นจริงของเศรษฐกิจจีนที่เข้มแข็ง จะทำให้ราคาสินค้าไทยเทียบกับสินค้าจีนถูกลง
“
นโยบายทำให้หยวนแข็งค่า ก็จะทำให้กำลังซื้อของคนจีนมากขึ้น” นายกรณ์ กล่าวนายบัณฑิต นิจถาวร รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า การปรับค่าเงินหยวนของจีนสอดคล้องกับปัจจัยพื้นฐานเศรษฐกิจประเทศอื่นๆ และช่วยลดแรงกดดันของเงินเฟ้อในจีนที่เร่งตัวสูงขึ้นมาก เพราะขณะนี้เศรษฐกิจจีนขยายตัวดี และที่ผ่านมาจีนก็เกินดุลบัญชีเดินสะพัดสูงมาก
“
การเปิดโอกาสให้ค่าเงินหยวนแข็งค่าขึ้น หนุนให้เศรษฐกิจโลกฟื้นตัวมาก และคงจะกดดันให้ทุกสกุลเงินในภูมิภาคและเงินบาทแข็งค่าขึ้นตามไปด้วยเมื่อเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐ” นายบัณฑิต กล่าวน.ส.โสภาวดี เลิศมนัสชัย เลขาธิการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เชื่อว่าหลังจากนี้ก็จะยังมีเงินทุนที่จะเข้ามาลงทุนในภูมิภาคเอเชียรวมถึงไทยเพิ่มขึ้น เพราะปัจจัยหลักเกิดจากเศรษฐกิจภูมิภาคเอเชียยังฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว
สำหรับการผ่อนคลายค่าเงินในครั้งนี้ ไม่กระทบการลงทุนของ กบข. เพราะวางแผนการลงทุนไว้ล่วงหน้า และจะลงทุนในรูปเงินเหรียญสหรัฐ รวมทั้งบริหารจัดการความเสี่ยงเรื่องค่าเงินอยู่แล้ว
นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า เงินหยวนแข็งค่าขึ้นผู้ส่งออกจะขายของได้มากขึ้นและต่อรองราคาได้ดีขึ้น ไทยส่งออกสินค้าเกษตร อาหาร สิ่งทอ เดิมไทยแข่งสู้ไม่ได้เลย ทำให้สิ่งทอเหลือไม่กี่บริษัท เพราะต้นทุนสินค้าที่ผลิตนอกจีนสูงกว่า แต่ตอนนี้ไทย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย ที่ผลิตสินค้าชนิดเดียวกับจีน จะแข่งขันกับจีนได้มากขึ้น
นายทรงพล กล่าวอีกว่า เป็นห่วงค่าเงินยูโรอ่อน มีผลให้เอเชียสินค้าแพงขึ้น 20% ทำให้ต้องต่อรองราคาใหม่ และในตะกร้าเงินของ ธปท. ส่วนหนึ่งเป็นเงินยูโร ทำให้เมื่อแปลงยูโรเป็นเงินบาททุนสำรองลดลง
“
ต้องจับตาอีก 1 สัปดาห์ ว่าทางการจีนจะปล่อยให้เงินหยวนแข็งค่าขึ้นเท่าไหร่” นายทรงพล กล่าวน.ส.อุสรา วิไลพิชญ์ นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) กล่าวว่า ปลายปีนี้ค่าเงินบาทมีโอกาสแข็งค่า 31.5 บาทต่อเหรียญสหรัฐ
ขณะที่อีก 6 เดือนเงินหยวนมีโอกาสค่อยๆ ปรับตัวแข็งค่าไปถึง 2% เมื่อเทียบกับค่าเงินเหรียญสหรัฐ และการที่จีนมีถ้อยแถลงและมีนโยบายออกมาเช่นนี้ เป็นปัจจัยบวกต่อค่าเงินในเอเชียและตลาดหุ้นอย่างน้อยในระยะสั้น ประกอบกับการที่ตลาดรับรู้วิกฤตหนี้ในยุโรปไปมากแล้ว ทำให้ค่าเงินในภูมิภาค รวมทั้งค่าเงินบาทมีโอกาสแข็งค่าขึ้น
ขณะเดียวกันการที่ราคาทองคำปรับตัวสูงแตะสถิติใหม่ เกิดแรงขายทำกำไรและส่งออกไปต่างประเทศ เมื่อได้รายได้เป็นเงินเหรียญสหรัฐจะนำไปขายแลกเงินบาท ทำให้เงินบาทแข็งค่าขึ้นทั้งนี้ ถ้าทุกสกุลเงินในภูมิภาคแข็งค่าขึ้นตามไปด้วย ความกังวลในเรื่องความได้เปรียบเสียเปรียบของค่าเงินบาทเมื่อเทียบกับเงินสกุลอื่นๆในภูมิภาค ซึ่งเป็นคู่แข่งก็ไม่ใช่ประเด็นสำคัญมากนัก เพราะช่วยไม่ให้ภาคการส่งออกของไทยสูญเสียความสามารถในการแข่งขันด้านค่าเงิน เพราะค่าเงินจะแข็งค่าไปในทิศทางเดียวกัน และขณะเดียวกันการที่จีนเติบโตได้ดีไทยก็ได้ประโยชน์ด้วย เพราะความต้องการสินค้านำเข้าจากประเทศต่างๆน่าจะมีมากขึ้น จากปัจจุบันไทยส่งออกไปจีนสัดส่วนประมาณ 1112 % ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมด ถือเป็นตลาดสำคัญของไทยเช่นกัน
นายบัณฑิต เปิดเผยว่า ขณะนี้เงินบาทเคลื่อนไหวในทิศทางที่สอดคล้องกับภูมิภาค และถือว่าการเปลี่ยนแปลงไม่ผันผวนมากเกินไป ทำให้เป็นประโยชน์ต่อการปรับตัวของภาคธุรกิจส่งออก ซึ่งเมือเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐแข็งค่าขึ้นจากต้นปีประมาณ 3.1% สะท้อนว่าค่าเงินบาทมีการปรับเปลี่ยนสอดคล้องกับพื้นฐานและกลไกลตลาด







