
โอท็อป ส่งออกโต 5% ไม่กระเทือนเศรษฐกิจโลกหด
โอท็อป ส่งออกโต 5% ไม่กระเทือนเศรษฐกิจโลกหด สบร.ชี้ 3 กลุ่มสินค้าดาวรุ่งไทย ตลาดโลกต้องการสูงสุด แนะผู้ประกอบการเร่งปรับสินค้า
โอท็อป ส่งออกโต 5% ไม่กระเทือนเศรษฐกิจโลกหด สบร.ชี้ 3 กลุ่มสินค้าดาวรุ่งไทย ตลาดโลกต้องการสูงสุด แนะผู้ประกอบการเร่งปรับสินค้า
นายอภิชาติ ประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักโครงการและจัดการความรู้ สำนักงานงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) หรือ สบร. เปิดเผยว่า ภาพรวมการส่งออกสินค้าโอท็อปของประเทศไทยในปี 2558 นี้คาดว่าจะเติบโต 5% จากปีก่อน ที่มีมูลค่าส่งออกประมาณ 1 หมื่นล้านบาท ส่วนตลาดในประเทศจะขยายตัว 10% จากมูลค่า 8.6 หมื่นล้านบาท
ทั้งนี้ สินค้าโอท็อปสามารถขยายตลาดส่งออกได้ดี แตกต่างจากการส่งออกโดยรวมของประเทศไทยที่หดตัว และไม่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์เศรษฐกิจโลก เพราะสินค้าโอท็อปเป็นสินค้าจำเป็น และเป็นกลุ่มอาหารจำนวนมาก จึงมีความต้องการในตลาดมากขึ้น รวมถึงตลาดในประเทศไทยที่มีขนาดใหญ่ ประกอบกับโอท็อปเป็นสินค้าที่มีราคาไม่แพง ทั้งกลุ่มสินค้าอาหารและของใช้
ขณะเดียวกัน สบร. จะมุ่งให้ข้อมูลแก่ผู้ประกอบการโอท็อปทั่วประเทศ ข้อมูลตลาดเชิงลึก กลยุทธ์การทำตลาด ส่งเสริมผู้ประกอบการโอท็อปไทยกว่า 2 หมื่นรายให้สามารถผลิตสินค้าและส่งออกไปต่างประเทศได้ โดยผลการสำรวจกลุ่มสินค้าที่ตลาดต่างประเทศต้องการสูงสุด และเป็นสินค้าดาวรุ่งได้แก่ 1. กลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปและเครื่องดื่ม 2. กลุ่มของใช้ ของตกแต่ง ของที่ระลึก และ 3.กลุ่มผ้า เครื่องแต่งกายและเครื่องประดับ
สำหรับกลุ่มสินค้าอาหารแปรรูปและเครื่องดื่ม ตลาดที่มีศักยภาพเติบโตดีคือ สหรัฐ และเยอรมนี โดยมียอดขายในเยอรมนี 1.69 แสนล้านเหรียญยูโร มีการประเมินจาก ยูโรมอนิเตอร์ว่า จะขยายตัว 0.77% และในสหรัฐ มูลค่า 7.48 แสนล้านเหรีญสหรัฐ ขยายตัว 2.18% กลุ่มของใช้ ของตกแต่งและของที่ระลึก มียอดขายในประเทศญี่ปุ่นมากที่สุด ยอดขายถึง 9,066 ล้านเยน ขยายตัว 0.68%
กลุ่มผ้า เครื่องแต่งกายและเครื่องประดับ มียอดขายในประเทศสิงคโปร์มากสุด 8,577 ล้านเหรียญสิงคโปร์ ขยายตัว 2.28% ดังนั้นผู้ประกอบการไทยจะต้องปรับการผลิตสินค้าดาวรุ่ง ดังกล่าวให้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคในเชิงลึกมากขึ้น เพราะในแต่ละประเทศมีความต้องการสินค้าที่แตกต่างกัน เพื่อให้สามารถขยายตลาดส่งออกได้มากขึ้น
“บทบาทของ สบร.จะมุ่งให้ข้อมูลเชิงลึกแก่ผู้ประกอบการ เพื่อให้พัฒนาสินค้า ปรับผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย ซึ่ง สบร. เป็นองค์กรภายใต้สังกัด สำนักนายกรัฐมนตรี มีงบประมาณในองค์กรประมาณ 1,000 ล้านบาท ที่จะใช้ในองค์กร และหน่วยงานในสังกัดทั้ง ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ หรือ TCDC มิวเซียมสยาม และสำนักงานอุทยานการเรียนรู้ หรือ TK Park” นายอภิชาติ กล่าว







