
PSTC ผนึก TSF ลงขันตั้งโซล่าร์ลิสซิ่ง
เพาเวอร์ โซลูชั่นฯ จับมือ ทรีซิกตี้ไฟว์ ตั้งบริษัทร่วมทุน ลงขัน 40:40 ลุยเช่าซื้อโซลาร์ฟาร์ม สร้าง-ให้กู้ 10 ปี เล็งขยับเป้ารายได้ปีนี้
เพาเวอร์ โซลูชั่นฯ จับมือ ทรีซิกตี้ไฟว์ ตั้งบริษัทร่วมทุน ลงขัน 40:40 ลุยเช่าซื้อโซลาร์ฟาร์ม สร้าง-ให้กู้ 10 ปี เล็งขยับเป้ารายได้ปีนี้
นายพระนาย กังวาลรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เพาเวอร์ โซลูชั่น เทคโนโลยี (PSTC) เปิดเผยว่า บริษัท พีเอสที เอนเนอร์ยี ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ PSTC ได้ร่วมทุนกับบริษัท ทีเอสเอฟ เอนเนอร์จี บริษัทย่อยของบริษัท ทรีซิกตี้ไฟว์ หรือ TSF สัดส่วน 40:40 ของทุนจดทะเบียน 20 ล้านบาท และบริษัท เจพี อินเตอร์เนชั่นแนล (ไทย) จากประเทศจีน 20% เพื่อจัดตั้งบริษัท “โซล่าร์ ลิสซิ่ง” ประกอบธุรกิจนำเข้า-ส่งออก ให้เช่าและเช่าซื้อ อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องจักร เพื่อใช้ในการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์
นอกจากนี้ บริษัท พีเอสที เอนเนอร์ ยี เข้าร่วมทุนในบริษัท ทริปเปิ้ล เอส อีโค่ สัดส่วน 15% มูลค่าเงินลงทุน 6 ล้านบาท ของทุนจดทะเบียน 40 ล้านบาท โดยมีกลุ่มนายศิริพงษ์ รุ่งโรจน์กิติยศ ถือหุ้นใหญ่ 70% และสหกลพาวเวอร์ 15%
นายพระนาย กล่าวว่า เป้าหมายกลุ่มลูกค้าของโซล่าร์ ลิสซิ่ง จะเป็นลูกค้าที่ได้ใบอนุญาตผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์เซลล์) และมีโครงการก่อสร้างและติดตั้งโรงงานโซลาร์เซลล์ ซึ่ง PSTC จะเป็นผู้ก่อสร้างและติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ โดยให้ทางเลือกลูกค้าจ่ายเป็นเงินสด หรือขอสินเชื่อจากโซล่าร์ ลิสซิ่ง ซึ่งมีอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าการขอสินเชื่อธนาคาร ระยะเวลาให้กู้ 10 ปี จากนั้นจะได้สิทธิเป็นเจ้าของโรงงาน
เบื้องต้นคาดกว่ากลุ่มลูกค้าเป้าหมายจะเป็นกลุ่มที่ยื่นขอใบอนุญาต PPA จำนวน 1,000 เมกะวัตต์ ซึ่งเป็นโซลาร์เซลล์ค้างท่อตั้งแต่ปี 2552 ถึงปัจจุบัน ตั้งเป้าได้งานก่อสร้าง EPC จำนวน 100 เมกะวัตต์ มูลค่างานเมกะวัตต์ละ 55 ล้านบาท หรือ 5,500 ล้านบาท
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร PSTC กล่าวว่า การตั้งบริษัทร่วมทุน 2 บริษัท ไม่ได้นับรวมอยู่ในประมาณการรายได้ปีนี้ที่มีเป้าหมายโตไม่น้อยกว่า 20% มีแผนปรับเพิ่มประมาณการเร็วๆ นี้ โดยจะมีรายได้จากธุรกิจลีสซิ่งขั้นต่ำปีละ 550 ล้านบาท เป็นเวลา 10 ปี
สำหรับบริษัทร่วมทุน ทริปเปิ้ล เอส อีโค่ ผู้ร่วมทุนรายใหญ่กลุ่มนายศิริพงษ์ เป็นนักธุรกิจอุตสาหกรรมใน จ.นครราชสีมา ที่่มีศักยภาพที่ดินจำนวนมาก ขณะที่สหกลพาวเวอร์ ทำธุรกิจเหมืองแร่ที่เหมืองแม่เมาะป้อนให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (EGAT) ซึ่งผู้ร่วมทุนมีศักยภาพพร้อมทำพลังงานลมมากกว่า 100 เมกะวัตต์
ขณะนี้มีความพร้อมแล้ว 70% เนื่องจากได้ทำการลงพื้นที่ หาข้อมูล สำรวจความเร็วลม และเทคโนโลยีที่เหมาะสม รอเพียงรัฐบาลเปิดรับซื้อเท่านั้น ซึ่งล่าสุดรัฐบาลจะรับซื้อพลังงานลมเพิ่มเป็น 3,000 เมกะวัตต์ จากแผนเดิมที่จะรับซื้อเพียง 1,800 เมกะวัตต์ หรือรับซื้อเพิ่มอีก 1,200 เมกะวัตต์







