
สายการบินตั้งรับ ถูกตั้งเงื่อนไขบิน ‘ญี่ปุ่น’
'ประจิน'รับตกชั้นไอเคโอพ่นพิษ
'ประจิน'รับตกชั้นไอเคโอพ่นพิษ
พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ญี่ปุ่นมีหนังสือถึงกรมการบินพลเรือน (บพ.) 2 นัยในฐานะสมาชิกองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) คือ สายการบินไทย ที่จะบินเข้าญี่ปุ่นนั้น จากนี้ไปจะต้องไม่มีการขยายหรือเปลี่ยนเส้นทางบิน เปลี่ยนขนาดของเครื่องบิน หรือเปลี่ยนปลายทางลงของเครื่องบิน ไม่ว่าจะเป็นบริษัท การบินไทย นกสกู๊ต ไทยแอร์เอเชีย หรือสายการบินอื่นๆ
“ถามว่าเสียโอกาสหรือไม่ ตอบได้ว่าเหมือนอุบัติเหตุที่เราไม่อยากให้เกิด พอเกิดแล้วก็เสียโอกาส รถพังเจ็บตัว” พล.อ.อ.ประจิน กล่าว
พล.อ.อ.ประจิน ระบุว่า รู้สึกผิดหวังกับ ICAO เพราะที่ผ่านมาได้พยายามทำคอเรกทีฟแอ็กชั่นแพลนอย่างชัดเจน เช่น แยกบทบาทของ บพ. ตั้งคณะกรรมการสะสางกฎหมาย และเตรียมการที่จะตรวจใบอนุญาตการบินต่างๆ ทั้งหมด แต่ ICAO ยังไม่ผ่านความเห็นชอบและให้ บพ.แก้ไขเพิ่มเติม ทั้งๆ ที่กระทรวงเชื่อมั่นว่าแผนที่ส่งไปได้ทำดีแล้ว รวมทั้งผิดหวังกับญี่ปุ่น เพราะตามปกติแล้วการแอ็กชั่นต่างๆ จะต้องดำเนินการหลังพ้น90 วัน ที่ บพ.ปรับปรุงมาตรฐาน
พล.อ.อ.ประจิน กล่าวว่า ขณะนี้ได้ส่งทีมของกระทรวงคมนาคม ประกอบด้วยตัวแทน บพ. ตัวแทนสายการบิน เช่น การบินไทย ไปชี้แจงที่ญี่ปุ่นแล้ว จากนั้นจะไปชี้แจงเกาหลีใต้ เยอรมนี จีน และประเทศ อื่นๆ ขณะที่ในสัปดาห์หน้าคณะทำงานจะประชุมติดตามความคืบหน้าการแก้ไขมาตรฐานการบินให้เป็นไปตามที่ ICAO กำหนด
สมชาย พิพุธวัฒน์ อธิบดี บพ. กล่าวว่า เมื่อวันที่ 24 มี.ค.ที่ผ่านมา บพ.ได้รับจดหมายอิเล็กทรอนิกส์จากกรมการบินพลเรือนญี่ปุ่น (JCAB ) ว่า JCAB จะไม่อนุมัติให้มีการขยายหรือเปลี่ยนบริการขนส่งทางอากาศ ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มท่าอากาศยานหรือเปลี่ยนแบบอากาศยาน และ JCAB จะเพิ่มความถี่ในการตรวจสอบ Ramp Service มากขึ้น
สมชาย ระบุว่า นโยบายของ JCAB จะไม่กระทบกับสายการบินที่ให้บริการแบบประจำ และจะยกเลิกเมื่อ ICAO เห็นชอบแผนการปรับข้อบกพร่องต่างๆ แล้ว
แหล่งข่าวจากวงการบิน เปิดเผยว่า ระหว่างที่รอ บพ.ปรับปรุงมาตรฐานในช่วง 90 วัน สายการบินจะโดนกระทบ 2 เรื่อง คือ 1.จะต้องบินในเส้นทางการบินที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น ไม่สามารถเปลี่ยน แปลงได้ และต้องระวังไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดในมาตรฐานการบินต่างๆ ไม่เช่นนั้นจะเสี่ยงถูกลงโทษสูง ไม่ยืดหยุ่นเหมือนก่อน ส่งผลให้ต้นทุนการบินเพิ่มขึ้น
2.สายการบินที่ได้รับใบอนุญาตจาก บพ. ที่ยื่นขอบินในเส้นทางการบินใหม่ในต่างประเทศ อาจไม่ได้รับอนุญาตให้บิน
ปิยะ ยอดมณี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินนกสกู๊ต กล่าวว่า ทุกสายการบินจะได้รับผลกระทบไม่ใช่แค่นกสกู๊ตเท่านั้น โดยขณะนี้นกสกู๊ตอยู่ระหว่างติดต่อหาพันธมิตรทั้งนกแอร์และสกู๊ตที่มีอยู่รับหน้าที่บินขนส่งผู้โดยสารไปแทนได้ในช่วงสงกรานต์ และขอยืนยันกับผู้โดยสารว่าจะดูแลทุกคนไม่ให้เดือดร้อนไปด้วย ซึ่งก็หวังว่ารัฐบาลจะหาทางออกจากสถานการณ์เช่นนี้ได้เร็วที่สุด
พาที สารสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินนกแอร์ บริษัทแม่ของนกสกู๊ต กล่าวว่า หาก บพ.แก้ปัญหามาตรฐานไม่ได้ใน 90 วัน จะเสนอคณะกรรมการบริษัทอนุมัติให้นกสกู๊ตบินไปยังญี่ปุ่นด้วยใบอนุญาตการบินจากสิงคโปร์ เนื่องจากนกสกู๊ตมีผู้ถือหุ้นเป็นสายการบินจากสิงคโปร์
ศุภฤกษ์ ศูรางกูร กรรมการผู้จัดการ บริษัท หนุ่มสาวทัวร์ และนายกสมาคมไทยบริการท่องเที่ยว (ทีทีเอเอ) ระบุว่า ในเดือน เม.ย.มีผู้จองทัวร์ไปญี่ปุ่นทั้งเที่ยวบินปกติและชาร์เตอร์ไฟลต์ 4-5 หมื่นราย จึงหวังว่า บพ.จะเจรจากับญี่ปุ่นสำเร็จ ไม่เช่นนั้นคนที่จองทัวร์ไปแล้วบินไปไม่ได้จะเดือดร้อน และหากชาร์เตอร์ไฟลต์บินเข้าญี่ปุ่นไม่ได้จริง ก็มี 3 ทางเลือก คือ คืนเงินจองให้ลูกค้า หาเที่ยวบินใหม่ทดแทน ซึ่งอาจจะทำได้ยาก เพราะคนไทยจองการเดินทางแน่นแล้ว และสุดท้ายคือ ให้ลูกค้าเลือกเปลี่ยนไปเส้นทางอื่นแทน
ด้านฝ่ายสื่อสารองค์กร สายการบินไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์ ชี้แจงว่า สายการบินยังให้บริการตามปกติเส้นทางบินสู่ญี่ปุ่น ทั้งกรุงเทพฯ-โตเกียว 2 เที่ยวบิน/วัน เเละกรุงเทพฯ-โอซากา 1 เที่ยวบิน/วัน ขณะที่บินสู่ประเทศเกาหลีใต้ กรุงเทพฯ-โซล 1 เที่ยวบิน/วัน ก็บินตามปกติ และสายการบินยังไม่มีการเพิ่มเที่ยวบินในช่วงเดือน เม.ย.ที่จะถึงนี้ อีกทั้ง บริษัทเตรียมแผนรับมือไว้แล้ว







