posttoday
‘หัวเว่ย’ จัดทัพไอที รุกเอ็นเตอร์ไพรส์

‘หัวเว่ย’ จัดทัพไอที รุกเอ็นเตอร์ไพรส์

26 มีนาคม 2558

แม้ว่าจะเป็นธุรกิจน้องใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวเข้ามาทำตลาดได้เพียง 4 ปี

โดย...จะเรียม สำรวจ

แม้ว่าจะเป็นธุรกิจน้องใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวเข้ามาทำตลาดได้เพียง 4 ปี สำหรับกลุ่มธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรส์ หรือธุรกิจด้านโซลูชั่น แต่ก็ถือเป็นกลุ่มธุรกิจที่สร้างรายได้ให้หัวเว่ย มีอัตราการเติบโตมากที่สุดใน 3 กลุ่มธุรกิจ ที่นำเข้ามาทำตลาดในตอนนี้ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจแคร์เรียร์ (การขนส่ง) ธุรกิจคอนซูเมอร์ หรือธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรส์

จากแนวโน้มที่ดีดังกล่าวส่งผลให้หัวเว่ยมีแผนที่จะเดินหน้าขยายกลุ่มธุรกิจดังกล่าว ให้มีความแข็ง แกร่งมากขึ้น จากปัจจุบันได้แบ่งภูมิภาคของการทำตลาดไว้ 3 กลุ่ม ประกอบด้วย 1.กลุ่มเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประกอบด้วย ไทย ลาว กัมพูชา เวียดนาม และพม่า 2.กลุ่มเอเชียตะวันออก ประกอบด้วย ไต้หวัน ฮ่องกง และมาเก๊า 3.กลุ่มเอเชียใต้ ประกอบด้วย อินเดีย ศรีลังกา และบังกลาเทศ

แต่ประเทศที่จะให้ความสำคัญกับการเข้า ไปทำตลาดกลุ่มธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรส์มากที่สุดในปีนี้ คือ ไทย ฮ่องกงและอินเดีย เนื่องจากทั้ง 3 ประเทศมีรายได้จากธุรกิจดังกล่าวเติบโตอยู่ในระดับ 40-50% ซึ่งถือเป็นอัตราการเติบโตที่สูงที่สุด

เอิร์นเนส จางหลิน ประธานบริหาร กลุ่มธุรกิจ เอ็นเตอร์ไพรส์ หัวเว่ย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า ภาพรวมผลการดำเนินงานของกลุ่มบริษัทในปีที่ผ่านมามีรายได้อยู่ที่ประมาณ 3,200 ล้านเหรียญสหรัฐ ธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรส์ถือเป็นธุรกิจที่มีอัตราการเติบโตสูงที่สุด เนื่องจากบริการด้านโซลูชั่นเทคโนโลยีสารสนเทศกำลังเป็นที่ต้องการของหลายหน่วยงานทั้งในส่วนของภาครัฐและเอกชน

อย่างไรก็ดี เนื่องจากความต้องการของลูกค้าในแต่ละพื้นที่ไม่เหมือนกัน หัวเว่ยจึงต้องให้บริการผลิตภัณฑ์ต่างๆ ตามความต้องการของลูกค้าและความเหมาะสมของตลาด ซึ่งการมีพันธมิตรที่ดีถือเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ของความสำเร็จ

จางหลิน กล่าวว่า การที่บริษัทเลือกไทยเป็น 1 ใน 3 ประเทศ ที่จะเข้ามาทำธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรส์อย่างจริงจัง เพราะประเทศไทยยังมีช่องว่างให้เข้าไปขยายธุรกิจได้อีกมาก ภายหลังรัฐบาลไทยออกมาประกาศนโยบายการสร้าง ประเทศไทยเข้าสู่ “ดิจิทัล อีโคโนมี”

นอกจากนี้ ด้วยสภาพภูมิศาสตร์ที่ประเทศไทยตั้งอยู่ตรงจุดศูนย์กลางของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประเทศ ไทยจึงมีความเหมาะสมที่จะเป็นศูนย์กลางของภูมิภาค ซึ่งหัวเว่ย ก็มีแผนที่จะผลักดันธุรกิจในประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางของภูมิภาคเช่นกัน

ในส่วนของแผนการทำตลาดในประเทศปีนี้ หัวเว่ยมีแผนที่จะขยายฐานลูกค้าเข้าไปสู่กลุ่มของการศึกษา สาธารณูปโภค เช่น ไฟฟ้า ประปา และพลังงาน จากปัจจุบันมีพันธมิตรที่ร่วมใช้บริการธุรกิจอยู่ประมาณ 100 ราย ใน 8 กลุ่มธุรกิจ ประกอบด้วย หน่วยงานรัฐ สถาบันการเงิน พลังงาน สาธารณูปโภค คมนาคม การศึกษา สุขภาพ และสื่อ โดยสิ้นปีคาดว่าจะมีฐานลูกค้าเพิ่มเป็น 200 ราย

ทั้งนี้ ล่าสุด หัวเว่ยได้มีการเปิดตัวโซลูชั่นไอทีใหม่ จำนวน 2 ผลิตภัณฑ์ คือ Oceanstor V3 Series และ FusionServer V3 เพื่อช่วยให้ธุรกิจของพันธมิตรมีความคล่องตัวมากขึ้น เนื่องจากทั้งสองผลิตภัณฑ์จะช่วยวางโครงสร้างพื้นฐานด้านสตอเรจและคอมพิวติ้งให้แข็งแกร่งสำหรับการใช้งานในอนาคต

จุดเด่นของ Oceanstor V3 Series จะเป็นระบบสตอเรจแห่งอนาคตที่ได้รับการออกแบบสำหรับการใช้งานดาต้าเซ็นเตอร์ระดับองค์กรโดยเฉพาะ ขณะที่ FusionServer V3 จะเป็นโซลูชั่นเซิร์ฟเวอร์ที่มีหลากความสามารถ ทำให้ใช้งานได้หลากหลายมิติได้ตามความต้องการ

หลังจากเดินหน้าขยายธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรส์อย่างต่อเนื่อง หัวเว่ย คาดว่าภายใน 3-4 ปีนับจากนี้ บริการด้านโซลูชั่นของหัวเว่ยจะเป็นแบรนด์ที่ลูกค้าคิดถึงเป็นลำดับต้นๆ ขณะที่ภาพรวมรายได้ของทั้ง 3 ประเทศที่เน้นทำการตลาดเป็นเศษคาดว่าจะมีรายได้เติบโตไม่ต่ำกว่า 40-50% เหมือนกับปีที่ผ่านมาอย่างแน่นอน

ความมั่นใจดังกล่าวของหัวเว่ย ส่วนหนึ่งเกิดจากรางวัลที่ได้รับเช่น รางวัล Best of Awards  รางวัล Red Dot Design และรางวัล IF Industrial Design Award

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท