posttoday
ปัจจัยสำเร็จอีคอมเมิร์ซ 'สะดวก-ครบครัน'

ปัจจัยสำเร็จอีคอมเมิร์ซ 'สะดวก-ครบครัน'

26 มีนาคม 2558

ภาพรวมประชากรไทยกว่า 67 ล้านคน มีคนใช้งานอินเทอร์เน็ตกว่า 31.2 ล้านคน โมบายอินเทอร์เน็ต 44.6 ล้านคน แสดงให้เห็นว่าโลกออนไลน์เริ่มเข้ามามีบทบาทกับคนไทยมากขึ้น ถือว่าเป็นโอกาสของธุรกิจทุกกลุ่มที่จะใช้ช่องทางออนไลน์ เข้ามาเสริมการทำธุรกิจและเป็นโอกาสในการเติบโตระดับอาเซียนได้ไม่ยาก

ภาพรวมประชากรไทยกว่า 67 ล้านคน มีคนใช้งานอินเทอร์เน็ตกว่า 31.2 ล้านคน โมบายอินเทอร์เน็ต 44.6 ล้านคน แสดงให้เห็นว่าโลกออนไลน์เริ่มเข้ามามีบทบาทกับคนไทยมากขึ้น ถือว่าเป็นโอกาสของธุรกิจทุกกลุ่มที่จะใช้ช่องทางออนไลน์ เข้ามาเสริมการทำธุรกิจและเป็นโอกาสในการเติบโตระดับอาเซียนได้ไม่ยาก

ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อีฟราสทรัคเจอร์ กล่าวว่า การเติบโตในช่องทางออนไลน์นั้น ส่วนหนึ่งมาจากการสนับสนุนด้านดิจิทัล อีโคโนมี ของภาครัฐ ที่ช่วยส่งเสริมโอกาสให้ภาพรวมของอีบิซิเนสโตขึ้นอย่างแน่นอน เพราะการสนับสนุนด้านอินฟราสตรักเจอร์ กฎหมายและสัญญาณอินเทอร์เน็ตล้วนแต่เอื้อประโยชน์ให้ทำธุรกิจได้ราบรื่นขึ้น ดังนั้น หากมีบริษัทที่เป็นอีบิซิเนสแบบครบวงจร นอกจากจะสะดวกในการเข้าถึงลูกค้าแล้ว ยังรองรับความต้องการด้านการทำการตลาดออนไลน์ได้อีกด้วย

“ตอนนี้มีผู้ประกอบการรายย่อยจำนวนมากที่เริ่มสนใจการทำธุรกิจแบบออนไลน์ จึงเป็นโอกาสที่ดีของบริษัทการตลาดและผู้ให้บริการในรูปแบบต่างๆ ที่จะสร้างฐานลูกค้าหน้าใหม่ โดยอีคอมเมิร์ซในอนาคต ต้องรู้จักปรับตัวให้เป็น Cross Chanel คือ มองความสะดวกในการจับจ่ายของลูกค้าเป็นหลัก และเสริมบริการให้ครบทุกด้าน เพื่อให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อขายสินค้าจบได้ในจุดเดียว อีกทั้งระบบการทำงานของทุกภาคส่วนต้องทำได้ง่ายและเชื่อมโยงระบบต่างๆ ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน” ภาวุธ กล่าว

นอกจากนี้ ประชากรไทยยังติดอันดับ 4 ของการใช้งานเฟซบุ๊ก มากที่สุดถึง 50.58% นับว่าความนิยมในการใช้งานโซเชียลมีเดียมีจำนวนเกินครึ่งของคนในประเทศ ดังนั้น เม็ดเงินลงทุนด้านการตลาดออนไลน์จะปรับเปลี่ยนไปที่ส่วนของโซเชียลมีเดียมากกว่าช่องทางอื่นๆ

“มูลค่าการใช้จ่ายในตลาดโฆษณาออนไลน์ในปี 2557 ที่ผ่านมา มีตัวเลขอยู่ที่ 6,115 ล้านบาท โตขึ้นกว่าปี 2556 ถึง 44% คาดว่าในปี 2558 นี้ จะโตขึ้นอีก 33% หรือ 8,134 ล้านบาท นั่นแสดงให้เห็นถึงการเข้ามาใช้ช่องทางออนไลน์หนุนธุรกิจเพิ่มมากขึ้น โดยกลุ่มบีทูซีเพิ่มขึ้นจาก 1.2 แสนล้านบาท มาเป็น 1.8 แสนล้านบาท ในขณะที่กลุ่มบีทูบีลดลงจาก 2.82 ล้านบาท เหลือเพียง 2.38 ล้านบาท” ภาวุธ กล่าว

ปภาดา อมรนุรัตน์กุล กรรมการบริหาร บริษัท เรดแร็งค์ กล่าวว่า พฤติกรรมการใช้อินเทอร์เน็ตของคนไทยเปลี่ยนไปมาก จากเดิมที่จะค้นหาเฉพาะสิ่งที่ต้องการ ตอนนี้กลายเป็นคิดอะไรไม่ออกถามกูเกิล ยิ่งส่งผลให้คนรุ่นใหม่เกิดความไม่เชื่อมั่นในตัวเอง และไม่จดจำแม้จะเป็นข้อมูลที่เล็กน้อยมาก

“นี่จึงเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้การแข่งขันในตลาดออนไลน์เพิ่มขึ้นสูงมาก เพราะปัจจุบันคนไทยจะไม่จดจำว่าแบรนด์ของคุณคืออะไร แต่หากลูกค้าต้องการและเข้าไปค้นหาในกูเกิลจากคีย์เวิร์ดที่ใส่เข้าไป เจอสินค้าของบริษัทใดขึ้นมาเป็นอันดับแรก ลูกค้าจะเชื่อและกดสั่งซื้อในสิ่งนั้นทันที ทำให้เกิดการซื้อขายคีย์เวิร์ดในเชิงธุรกิจและการประมูลคีย์เวิร์ดบนกูเกิลก็มีระดับราคาที่สูงกว่าเดิม หากแบรนด์ชื่อดังไม่เข้าไปทำ SEO และ Adword จะกลายเป็นเสียโอกาสให้รายที่ลงทุนช่องทางนี้ทันที” ปภาดา กล่าว

เอกราช ศาลยุติเดช ประธานฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท เพย์ โซลูชั่นส์ กล่าวว่า การแข่งขันในกลุ่มเพย์เมนต์เริ่มมีแนวโน้มสูงขึ้น ทั้งจากผู้เล่นที่เป็นคนไทยและต่างชาติ เพราะมูลค่าอีคอมเมิร์ซในกลุ่มบีทูซีที่โตขึ้นกว่า 6,000 ล้านบาท กลายเป็นเค้กก้อนใหญ่ที่บริษัทผู้ให้บริการต่างสนใจและเข้ามาลงทุน โดยธุรกิจอีคอมเมิร์ซจะแบ่งรูปแบบการจ่ายเงินผ่านธนาคาร 60% และใช้บริการช่องทางอื่นๆ 40%

“ช่องทางการชำระเงินเหล่านี้ หากทำร่วมกับธนาคารต้องใช้เวลาอนุมัตินาน มีค่าใช้จ่ายสูงและจำกัดการใช้งานได้กับธนาคารเดียว ดังนั้น บริษัทที่เป็นผู้ให้บริการหรือเธิร์ดปาร์ตี้เพย์เมนต์จะเข้ามาลดขั้นตอนเหล่านี้ เพราะนอกจากจะไม่ต้องมีการกำหนดรายได้ของธุรกิจแล้ว ยังมีโปรโมชั่นด้านการผ่อนชำระได้กับทุกธนาคาร ทำให้ลูกค้าได้รับความสะดวกสบายมากขึ้น” เอกราช กล่าว

ภาวุธย้ำว่า การที่ภาพรวมดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งโตลดลง แต่ในแง่ของตัวเลขการใช้จ่ายยังคงเพิ่มขึ้นนั้น เพราะลูกค้าไม่ได้ลงทุนโฆษณาผ่านทางบริษัทเอเยนซีเพียงอย่างเดียวแล้ว แต่จะเป็นการจ่ายแบบเพิ่มมูลค่าในโซเชียลมีเดียต่างๆ ด้วยตัวเองที่ง่ายและรวดเร็วมากกว่า

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท