posttoday
มองทะลุค้าชายแดน กระตุ้นขยายลงทุน

มองทะลุค้าชายแดน กระตุ้นขยายลงทุน

26 มีนาคม 2558

โดย...ปรียนิจ กุลตั้งเจริญ

โดย...ปรียนิจ กุลตั้งเจริญ

การส่งเสริมการค้าชายแดนของไทยในปัจจุบันมุ่งเน้นการสร้างเศรษฐกิจภูมิภาคให้ได้รับประโยชน์เต็มที่ พร้อมต้องการส่งเสริมผู้ประกอบการในท้องถิ่นให้เข้ามามีส่วนร่วม รวมไปถึงเศรษฐกิจในจังหวัดใกล้เคียงให้เติบโตไปพร้อมกัน

อภิรดี ตันตราภรณ์ รมช.พาณิชย์ กล่าวว่า ขณะนี้การค้าชายแดนของไทยกับประเทศเพื่อนบ้านอยู่ในระดับที่น่าพอใจ ซึ่งในปี 2558 ได้ตั้งเป้าหมายการค้าชายแดนให้มีมูลค่าเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 1.5 ล้านล้านบาท จากที่ปี 2557 ที่มีมูลค่าการค้ารวม 9.87 แสนล้านบาท ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ได้เร่งดำเนินการลงพื้นที่ชายแดน สร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนของประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง ทั้ง อ.แม่สอด จ.ตาก–เมียวดี ประเทศพม่า จ.มุกดาหาร-สะหวันเซโน ของลาว และ จ.สระแก้ว-กัมพูชา และ อ.สะเดา จ.สงขลา-มาเลเซีย

ทั้งนี้ การค้าชายแดนไทย-มาเลเซีย ยังเป็นตลาดสำคัญที่ไทยยังไม่ได้เข้าไปเจาะตลาดอย่างเต็มที่ เพราะที่ผ่านมาการค้าไทย-มาเลเซีย ส่วนใหญ่เป็นการค้าสินค้ายางพาราไปยังท่าเรือปีนัง เพื่อส่งต่อไปยังประเทศจีน แต่ยังไม่มีการส่งเสริมสินค้าที่เข้าไปขายในมาเลเซียโดยตรง ซึ่งมาเลเซียเป็นตลาดที่มีกำลังซื้อและต้องการที่จะพัฒนาเขตการค้าร่วมกับไทย

อภิรดี ย้ำว่า การส่งเสริมการค้าชายแดนและการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน มีจุดมุ่งหมายต้องการให้เศรษฐกิจในท้องถิ่นได้รับผลดีจากการขยายตัวของการค้า ซึ่งจากการลงพื้นที่ตามจังหวัดชายแดนต่างๆ นักธุรกิจท้องถิ่นให้ความสนใจที่จะเข้ามาร่วมกิจกรรมทำการค้าและลงทุน เนื่องจากส่วนใหญ่ทำธุรกิจกับคู่ค้าประเทศเพื่อนบ้านอยู่แล้ว ผู้ประกอบการไทยจึงมีความพร้อมที่จะไปร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน

ขณะเดียวกันยังต้องการให้เกิดการพัฒนาขยายไปยังจังหวัดใกล้เคียง ไม่ใช่เฉพาะเมืองหน้าด่านเท่านั้น เช่น มีประชาชนจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาซื้อสินค้าในจังหวัดใกล้เคียง เข้ามาใช้บริการทางการแพทย์ เป็นต้น จึงไม่ใช่เฉพาะจังหวัดที่ติดกับประเทศเพื่อนบ้านเท่านั้นจะได้ประโยชน์ แต่ผลดีทางเศรษฐกิจต้องลงสู่ภูมิภาคโดยรวม

“เราให้ความสำคัญกับเอสเอ็มอีในพื้นที่ให้ได้รับประโยชน์จากการค้าชายแดนมากที่สุด ซึ่งผู้ประกอบการไทยมีศักยภาพที่จะทำการค้ากับประเทศเพื่อนบ้านอยู่แล้ว”

อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าปัญหาและอุปสรรคการค้าชายแดนยังคงมีอยู่ โดยเฉพาะความคับคั่งหน้าด่าน ที่เกิดขึ้นในทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นทาง อ.แม่สอด จ.ตาก จ.มุกดาหาร หรือทาง อ.สะเดา จ.สงขลา เนื่องจากการค้าขยายตัวเร็วเกินกว่าที่ระบบโครงสร้างพื้นฐานเดิมจะรองรับได้ ทุกด่านมีรถติด ทั้งฝั่งประเทศเพื่อนบ้านและฝั่งไทย เพราะด่านไม่ได้รับการพัฒนามานาน ซึ่งปัจจุบันหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็เร่งแก้ไขและพัฒนาพื้นที่หน้าด่านและขยายด่านรองรับการค้าที่เติบโต เช่น อ.แม่สอด อยู่ระหว่างการสร้างสะพานข้ามแม่น้ำเมยแห่งที่ 2

นอกจากนี้ ปัญหาการผ่านด่านของคนหรือแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านต้องมีระบบการจัดการที่ดี ซึ่งภายใต้เขตเศรษฐกิจพิเศษได้มีการเสนอให้จัดทำบัตรผ่านแดนสำหรับแรงงาน

“การค้าชายแดนยังมีโอกาสขยายตัวได้อีก เพราะที่ผ่านมามีข้อจำกัดค่อนข้างมาก แต่เมื่อระเบียบวิธีปฏิบัติคล่องตัวขึ้น มีการแก้ปัญหาต่างๆ เชื่อว่าการค้าชายแดนจะเติบโตได้ต่อเนื่อง”

สำหรับการส่งเสริมการค้าชายแดนในระยะยาวจะมุ่งเน้นการสร้างโครงสร้างซัพพลายเชนภายในภูมิภาค ซึ่งปัจจุบันอุตสาหกรรมยานยนต์ได้วางสายการผลิตไว้ทั่วอาเซียนแล้ว และน่าจะสามารถขยายไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆ ได้ เช่น สิ่งทอ เครื่องนุ่งห่ม อุตสาหกรรมเกษตร

ดังนั้น การค้าชายแดนของไทยกับประเทศเพื่อนบ้านจึงไม่ได้จำกัดเพียงการขายสินค้า แต่ประเทศเพื่อนบ้านเป็นทั้งตลาด แหล่งวัตถุดิบ และแหล่งการลงทุน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท