
ปั้นคนท่องเที่ยวมิติใหม่ รับต่างชาติทะลัก 25 ล้านคน
นอกจากเป้าหมายนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทย 25 ล้านคน ของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์
นอกจากเป้าหมายนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทย 25 ล้านคน ของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จะท้าทายความสามารถในการดึงดูดคนเดินทางแล้ว ยังท้าทายความสามารถในการ “รองรับ” คนเดินทางด้วย บุคลากรไทยที่มีอยู่มีความพร้อมรองรับนักเดินทางเหล่านี้เพียงใด
ยงยุทธ แฉล้มวงษ์ ผู้อำนวยการวิจัยการพัฒนาแรงงาน สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ระบุว่า ปัจจุบันสมรรถนะแรงงานในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของหลายองค์กรยังไม่ถึงระดับที่ต้องการ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาควรร่วมมือกับกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (ก.พ.ร.) ยกระดับฝีมือรับรองมาตรฐานสมรรถนะให้กับกำลังคน สถานประกอบการ โดยเฉพาะในหน่วยงานของสภาหรือสมาคมวิชาชีพที่เกี่ยวข้องให้พร้อมทั้งในธุรกิจโรงแรม ภัตตาคาร และการท่องเที่ยว
“การพัฒนาบุคลากรด้านการท่องเที่ยวเป็นเรื่องเร่งด่วนที่สุด เพราะไทยทำข้อตกลงกับ 10 ประเทศในกลุ่มอาเซียนไปแล้ว ขณะนี้เหลือเวลาเพียงแค่ประมาณ 10 เดือนเท่านั้น ไทยต้องเร่งพัฒนาบุคลากร 6 แผนก 32 สาขาอาชีพให้พร้อม”
ที่ผ่านมา ทีดีอาร์ไอได้จัดทำยุทธศาสตร์การพัฒนาบุคลากรวิชาชีพด้านการท่องเที่ยว เพื่อเตรียมความพร้อมต่อการเปิดประชาคมอาเซียนให้แก่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาแล้ว ซึ่งประกอบด้วย 5 ยุทธศาสตร์ ได้แก่ 1.ส่งเสริมและพัฒนาบุคลากรวิชาชีพท่องเที่ยวตามสมรรถนะ 2.สนับสนุนให้กำลังคนในวิชาชีพมีมาตรฐานและสมรรถนะพร้อมเข้าสู่การแข่งขัน โดยใช้มาตรฐานสมรรถนะเป็นเครื่องมือ
3.เป็นศูนย์กลางประสานข้อมูลด้านวิชาชีพท่องเที่ยวและกำกับดูแลการเคลื่อนย้ายแรงงานวิชาชีพในภูมิภาค 4.สร้างความรู้และความตระหนักแก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจากการเคลื่อนย้ายเสรี และ 5.พัฒนาประสิทธิภาพการดำเนินงานขององค์กร
ทั้งนี้ ภาครัฐโดยสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการควรส่งเสริมให้พัฒนาข้าราชการในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเร่งด่วน ขณะเดียวกันภาครัฐอาจต้องดูเรื่องการเพิ่มกำลังคนมาทำงานในตำแหน่งของราชการด้วย
ด้าน ม.ล.ปุณฑริก สมิติ อธิบดี ก.พ.ร. เปิดเผยว่า กรมอยู่ระหว่างปรับแผนการดำเนินงานช่วง 6 เดือนหลังของปีงบประมาณ 2558 เพื่อให้รองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนอย่างเต็มรูปแบบในสิ้นปีนี้ โดยด้านที่จะปรับเปลี่ยนอย่างชัดเจนที่สุด คือด้านการพัฒนาบุคลากรการท่องเที่ยว เนื่องจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬากำลังจะจัดทำสมรรถนะสำหรับทดสอบแรงงานกลุ่มท่องเที่ยว 32 สาขาอาชีพให้เสร็จสิ้น จึงต้องเร่งปรับแผนด้านการพัฒนากำลังคนท่องเที่ยวของกรมให้สอดคล้องกัน ผู้ที่ผ่านการฝึกจากหน่วยงานของกรมจะได้มีสมรรถนะพร้อมทดสอบตามมาตรฐานของอาเซียน
การปรับแผนพัฒนาบุคลากรวิชาชีพท่องเที่ยวครั้งนี้ยังช่วยตอบโจทย์มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 3 ก.พ.ที่ผ่านมาด้วย เนื่องจากที่ประชุมเห็นชอบให้ไทยเป็นเจ้าภาพจัดงานวันท่องเที่ยวโลกในปี 2559
“เราจะเป็นเจ้าภาพงานขนาดใหญ่ บุคลากรของเราต้องพร้อมรองรับนักท่องเที่ยวจะไหลเข้ามาจำนวนมาก เราจะประสานงานกับทั้งภาครัฐ ภาคการศึกษา และภาคเอกชน เพื่อให้สมรรถนะเข้าไปอยู่ในการเรียนการสอนและการฝึกอบรม”
สำหรับปีงบประมาณ 2558 กรมมีเป้าหมายการฝึกแรงงานในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ทั้งกลุ่มแรงงานใหม่ แรงงานในสถานประกอบการ และแรงงานนอกระบบ รวมทั้งสิ้น 2.14 หมื่นคน ครึ่งปีงบประมาณแรกฝึกไปแล้ว 1.22 หมื่นคน เหลืออีก 9,197 คน ในครึ่งปีงบประมาณหลัง โดยสาขาที่ฝึกจะเน้นกลุ่ม 32 สาขาอาชีพโดยตรง
ด้าน อิทธิฤทธิ์ กิ่งเล็ก ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) บอกว่า ในแง่ความพร้อมของบุคลากรวิชาชีพท่องเที่ยว รองรับการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดงานวันท่องเที่ยวโลกในปี 2559 นั้น เชื่อว่าไทยมีความพร้อมมาก เพราะมีทั้งมัคคุเทศก์ พนักงานในโรงแรมที่พักต่างๆ พร้อม
อย่างไรก็ดี หากมองในมุมความพร้อมบุคลากรรองรับการเปิดประชาคมอาเซียน บุคลากรท่องเที่ยวไทยอาจมีความพร้อมด้านทักษะการทำงาน จิตใจรักบริการ ไม่แพ้ประเทศเพื่อนบ้าน แต่หากเทียบทักษะด้านภาษาที่ 2 และภาษาที่ 3 นั้น บุคลากรไทยยังมีทักษะสู้ประเทศเพื่อนบ้านบางประเทศไม่ได้
“ในช่วงที่เหลือก่อนการเปิดประชาคมอาเซียน เราจึงจำเป็นต้องพัฒนาบุคลากรของเราให้พร้อมรองรับความเปลี่ยนแปลงอย่างจริงจัง”
ทั้งนี้ การพัฒนาบุคลากรท่องเที่ยวให้ได้มาตรฐานอาเซียนยังทำได้ไม่รวดเร็วนัก เนื่องจากไทยจะต้องส่งบุคลากรในสาขาต่างๆ ไปเข้าร่วมโครงการ Master of Trainer และ Master of Assessor ของอาเซียนก่อน บุคลากรคนดังกล่าวจึงจะสามารถกลับมาสอนบุคลากรสาขานั้นๆ ในไทย และทดสอบบุคลากรสาขานั้นๆ ในประเทศตัวเองได้ แต่ปัจจุบันจำนวนผู้ที่ได้ไปฝึกกับอาเซียนยังมีจำนวนน้อย
ส่วนใหญ่ผู้ฝึกในปัจจุบันเป็นผู้ฝึกแผนกแม่บ้าน ยังไม่ค่อยมีผู้ฝึกสำหรับแผนกบริการอื่นๆ ไทยจำเป็นต้องพัฒนาผู้ฝึกเพิ่มเติม เพื่อให้กลับมาฝึกคนไทยได้ทันความต้องการของผู้ประกอบการ
ข้อมูลของสถาบันพัฒนาบุคลากรการท่องเที่ยว สำนักงานปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ระบุว่า บุคลากรท่องเที่ยวไทยที่ต้องการไปทำงานในอาเซียนต้องเข้ารับการอบรมและการทดสอบก่อน ผู้ที่ผ่านการทดสอบจะถูกส่งชื่อไปยังคณะกรรมการรับรองคุณวุฒิวิชาชีพการท่องเที่ยวแห่งชาติ (TPCB) เพื่อพิจารณา จากนั้นจะส่งชื่อไปยังคณะกรรมการวิชาชีพการท่องเที่ยวแห่งชาติ (NTPB) และมีชื่อในทะเบียนบุคลากรระดับประเทศที่สามารถเคลื่อนย้ายไปทำงานระดับอาเซียนได้ต่อไปในปลายปี 2558







