
เบิกจ่ายกระตุ้นศก.ไม่ได้มาก
คลังรับเร่งเบิกจ่ายงบประมาณ ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไม่ได้มากกว่านี้นายสมหมาย ภาษี รมว.คลัง เปิดเผยว่า การที่สถาบันต่างๆ ออกมาปรับลดประมาณการขยายตัวเศรษฐกิจไทยในปี 2558 ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดาในเวลานี้ แต่ละแห่งก็มองไม่แตกต่างกันออกไปมากนัก
คลังรับเร่งเบิกจ่ายงบประมาณ ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไม่ได้มากกว่านี้นายสมหมาย ภาษี รมว.คลัง เปิดเผยว่า การที่สถาบันต่างๆ ออกมาปรับลดประมาณการขยายตัวเศรษฐกิจไทยในปี 2558 ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดาในเวลานี้ แต่ละแห่งก็มองไม่แตกต่างกันออกไปมากนัก
ทั้งนี้ ความหวังที่เศรษฐกิจจะขยายตัวได้ คงต้องรอติดตามในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งคลังมีความหวังว่าจะดีขึ้น แต่ก็ยังไม่แน่นอนชัดเจน เพราะเศรษฐกิจไทยขึ้นอยู่กับภาวะเศรษฐกิจโลกเป็นหลัก ขณะเดียวกันพื้นฐานเศรษฐกิจไทยทั้งภาครัฐและเอกชนก็หยุดขับเคลื่อนมานานกว่า 7-8 เดือนแล้ว จึงต้องใช้ระยะเวลาสักพักในการฟื้นตัว
อย่างไรก็ดี การกระตุ้นเศรษฐกิจไม่ใช่เพียงแต่นโยบายด้านการคลังอย่างเดียว ที่ผ่านมารัฐบาลก็ดำเนินการกระตุ้นเศรษฐกิจในหลายๆ ส่วน ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ก็ให้ความสำคัญเต็มที่ โดยเฉพาะการเบิกจ่ายงบประมาณ โดยในเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา ตัวเลขการเบิกจ่ายงบประมาณสูงมากกว่าช่วงเดียวกันของหลายๆ ปีก่อนหน้า แต่ที่ยังไม่มีแนวโน้มดีขึ้นนั้น เป็นเพราะเศรษฐกิจไทยยังจำเป็นต้องพึ่งพาเศรษฐกิจต่างประเทศ
“การเบิกจ่ายงบประมาณของรัฐบาลทำกันเต็มที่แล้ว คงกระตุ้นเศรษฐกิจไปไม่ได้มากกว่านี้ แต่จะหวังเพียงอย่างเดียวไม่ได้ เพราะการเบิกจ่ายก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น” นายสมหมาย กล่าว
รมว.คลัง กล่าวด้วยว่า ในส่วนของงบลงทุนโครงการก่อสร้างถนนและโครงการน้ำกว่า 5.7 หมื่นล้านบาท ที่ผ่านการพิจารณาจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ไปเมื่อสัปดาห์ก่อนนั้น ขณะนี้กระทรวงการคลัง โดยสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) กำลังอยู่ระหว่างจัดเตรียมแผนการก่อหนี้ โดยคาดว่าจะเป็นการกู้เงินในประเทศทั้งหมด เนื่องจากสภาพคล่องภายในประเทศยังมีเหลือ โดยจะเร่งทยอยกู้เพื่อมาลงทุนกระตุ้นเศรษฐกิจให้เร็วที่สุด
ก่อนหน้านี้ พล.อ.ฉัตรชัยสาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า การส่งออกไทย 2 เดือนแรกของปี 2558 ติดลบ 4.8% โดยเฉพาะตัวเลขล่าสุดเดือน ก.พ. ติดลบถึง 6.1% ขณะที่ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) กล่าวว่า รายได้จากภาคการท่องเที่ยวปี 2558 คาดว่าจะไม่ถึง 2.2 ล้านล้านบาท ตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยน่าจะอยู่ที่ราว 2 ล้านล้านบาท เพราะแม้จะไม่มีปัจจัยลบในประเทศ แต่ภาวะเศรษฐกิจโลกยังซบเซา โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากรัสเซีย ส่วนตลาดยุโรปยังทรงตัว







