posttoday
เสนอคุมอำนาจกรรมการดิจิทัลฯ

เสนอคุมอำนาจกรรมการดิจิทัลฯ

25 มีนาคม 2558

กมธ.เสนอคุมอำนาจกก.ดิจิทัลฯหวั่นแทรกแซงกสทช.

กมธ.เสนอคุมอำนาจกก.ดิจิทัลฯหวั่นแทรกแซงกสทช.

คณะอนุกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณากฎหมายดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้รายงานผลการพิจารณาศึกษา เรื่อง “กฎหมายดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม” ต่อคณะกมธ.ปฏิรูปการสื่อสารมวลชนและเทคโนโลยีสารสนเทศ สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) โดยการพิจารณาเป็นการศึกษาร่างกฎหมาย 10 ฉบับ ภายหลังจากที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติอนุมัติหลักการและได้ผ่านความเห็นชอบร่างกฎหมายชุดเศรษฐกิจดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

ทั้งนี้ ในรายงานผลการพิจารณาศึกษา คณะอนุกมธ.เสนอให้กำหนดบทบาทของคณะกรรมการดิจิทัลฯให้เป็นเพียงผู้กำหนดนโยบาย เพื่อป้องกันการแทรกแซงการดำเนินของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) โดยตัดข้อกำหนดที่ให้กสทช.ต้องดำเนินการตามแผนและนโยบายของคณะกรรมการดิจิทัลฯออกไป และให้กสทช.ดำเนินการตามนโยบายครม.ที่ผ่านความเห็นชอบของจากรัฐสภาเพียงอย่างเดียว และให้คณะกรรมการดิจิทัลฯเป็นผู้จัดทำแผนและนโยบายเสนอครม.

นอกจากนี้ ให้ยกเลิกอำนาจวินิจฉัยชี้ขาดของคณะกรรมการดิจิทัลฯ และให้คณะกรรมการดังกล่าวจัดทำนโยบายและแผนแม่บทเสนอต่อครม. เพื่อขอความเห็นชอบจากรัฐสภา ซึ่งกสทช.ต้องนำไปปฏิบัติ รวมทั้งต้องไม่มีการจัดสรรเงินจากกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม ไปยังกองทุนพัฒนาดิจิทัลฯ ที่สำคัญ กำหนดการให้มีการประเมินผลงานของหน่วยงานในกำกับ และการทำงานของคณะกรรมการและคณะทำงานทุกชุด หากไม่บรรลุภารกิจตามแผนแม่บทให้สามารถยุบ หรือยกเลิกหน่วยงานหรือคณะกรรมการนั้นได้

อย่างไรก็ตาม คณะอนุกมธ.มีความเห็นให้ชะลอการพิจารณาร่างพ.ร.บ.กสทช. จนกว่าจะมีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์และแนวทางการปฏิรูป และให้คงหลักการความเป็นองค์กรอิสระของกสทช. และกำหนดให้การจัดสรรคลื่นความถี่สำหรับการประกอบกิจการธุรกิจทุกประเภทกิจการต้องใช้วิธีการประมูล

ส่วนข้อเสนอเกี่ยวกับสำนักงานคณะกรรมการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ สำนักงานดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลแห่งชาติ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ ควรสร้างความชัดเจนของสำนักงานและหน่วยงานที่จัดตั้งขึ้นว่าจัดตั้งเป็นหน่วยงานของรัฐหรือจะจัดตั้งเป็นองค์กรมหาชน หรือองค์กรเอกชน อย่างใดอย่างหนึ่ง และถ้าหน่วยงานใช้อำนาจรัฐก็ต้องดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ

ร่างพ.ร.บ.ส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลฯ และร่างพ.ร.บ.คณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ให้แก้ไขกำหนดรายได้ของสำนักงานหลังหักค่าใช้จ่ายแล้วต้องนำส่งเป็นรายได้แผ่นดิน แต่ร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ฯ และร่างพ.ร.บ. ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ฯ กำหนดให้รายได้ของสำนักงานต้องส่งเป็นรายได้แผ่นดิน

ทั้งนี้ รายงานของคณะอนุกมธ.ยังเสนอแนะว่า ให้ยกเลิกข้อกำหนดการยกเว้นความรับผิดในร่างพ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฯ ร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ฯ ร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลฯ ร่างพ.ร.บ.การพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฯ หรืแก้ไขให้อย่างน้อยหน่วยงาน กรรมการ อนุกรรมการ ที่ปรึกษา และพนักงานเจ้าหน้าที่ต้องมีภาระการพิสูจน์ความสุจริตของตนเอง หากพิสูจน์ไม่ได้ก็ต้องมีความรับผิดตามกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม คณะอนุกรรมาธิการฯ เสนอแก้ไขร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ฯ 7 ข้อ โดยมีสาระสำคัญที่น่าสนใจ เช่น 1.ให้แก้ไขอำนาจพนักงานเจ้าหน้าที่เข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลเฉพาะกรณีเข้าถึงข้อมูลบุคคลที่เป็นเป้าหมาย โดยกำหนดให้ต้องมีการกลั่นกรองจากศาลหรือตุลาการ และเปิดโอกาสให้มีการโต้แย้งคำสั่งที่เกี่ยวข้องได้ 2.เพิ่มบทบัญญัติที่กำหนดความรับผิดชอบของพนักงานเจ้าหน้าที่ที่สามารถเข้าถึงข้อมูลเป็นการเฉพาะอย่างน้อยตามหลักการความรับผิดเด็ดขาด 3.เพิ่มมาตรการเยียวยาความเสียหายให้แก่ประชาชนที่ได้รับความเสียหาย 4.เพิ่มนิยาม “ภัยคุกคาม” และ “โครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญยิ่ง” ที่ต้องการปกป้อง 5.เพิ่มขอบเขตการทำงานที่อย่างน้อยต้องประกอบด้วย มาตรการป้องกันความรับผิด และมาตรการเยียวยาความเสียหายจากการแสวงหาประโยชน์ส่วนตัวของตนเองหรือบุคคลอื่นจากระบบและข้อมูล

นอกจากนี้ยังเสนอให้แก้ไขร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ฯ ให้อำนาจพนักงานเจ้าหน้าที่ในการดำเนินการแม้เพียงมีเหตุอันควรเชื่อไดว่ามีการกระทำความผิดโดยให้มีการกลั่นกรองจากศาลหรือฝ่ายบริหารระดับรัฐมนตรีหรืออธิบดี อีกทั้งเสนอให้แก้ไขร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ฯ และร่างพ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลให้อำนาจพนักงานเจ้าหน้าที่ในการเข้าตรวจค้น ยึด และอายัดทรัพย์สิน โดยต้องมีการกลั่นกรองจากศาล

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน