
สปก.เช็กที่ 30 ล้านไร่ 3 ปีไล่นายทุนพ้นถือครอง
“ไม่ได้เป็นการแจกที่ดินแต่ให้ประชาชนทำกินเฉยๆ เพราะหลายคนไม่มีที่ดินก็ต้องหาที่ทำกินและที่ให้เขาอยู่ ก็มาดูว่าจะให้เขาอยู่ได้อย่างไร แต่ไม่ให้สิทธิ กรุณาไปพูดให้เข้าใจว่ารัฐบาลนี้ไม่ได้ประชานิยมแจกที่ดิน” พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 19 มี.ค.ที่ผ่านมา
“ไม่ได้เป็นการแจกที่ดินแต่ให้ประชาชนทำกินเฉยๆ เพราะหลายคนไม่มีที่ดินก็ต้องหาที่ทำกินและที่ให้เขาอยู่ ก็มาดูว่าจะให้เขาอยู่ได้อย่างไร แต่ไม่ให้สิทธิ กรุณาไปพูดให้เข้าใจว่ารัฐบาลนี้ไม่ได้ประชานิยมแจกที่ดิน” พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 19 มี.ค.ที่ผ่านมา
นี่จึงเป็นภารกิจของหน่วยงานที่มีหน้าที่จัดสรรที่ดินทำกินให้เกษตรกร โดยเฉพาะสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ซึ่งมีที่ดิน ส.ป.ก. 35 ล้านไร่ แบ่งเป็นที่ดิน ส.ป.ก.ที่จัดสรรแล้ว 30 ล้านไร่ การยึดคืนที่ดิน ส.ป.ก. 3 ล้านไร่ ที่อยู่การครอบครองของนายทุน และที่ดิน ส.ป.ก. 2 ล้านไร่ ที่มีสภาพเป็นป่า ซึ่งเตรียมส่งมอบคืนกรมป่าไม้
“ได้รับนโยบายจากปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา รมว.เกษตรและสหกรณ์ ทวงคืนที่ดินของรัฐกลับคืนมาเพื่อจัดสรรให้กับเกษตรกรผู้ยากไร้ โดยปีติพงศ์สั่งการให้ ส.ป.ก.ตรวจสอบการถือครองที่ดิน ส.ป.ก. 30 ล้านไร่ ว่ามีการเปลี่ยนมือไปอยู่กับนายทุนหรือไม่ ซึ่งข้อมูลล่าสุดพบว่าตกไปอยู่ในมือนายทุนและผู้ที่ไม่ใช่เกษตรกร 20% ไม่นับรวมที่ ส.ป.ก. 3 ล้านไร่ ที่นายทุนไม่คืนให้ ส.ป.ก.เพื่อนำมาจัดสรร” สรรเสริญ อัจจุตมานัส เลขาธิการ ส.ป.ก. ระบุหลังได้รับโปรดเกล้าฯ เป็นเลขาธิการ ส.ป.ก.คนใหม่เมื่อวันที่ 23 มี.ค. 2558
สรรเสริญ ตั้งเป้าหมายที่ท้าทายว่า “ส.ปส.ป.ก.จะตรวจสอบการถือครองที่ดิน ส.ป.ก. 35 ล้านไร่ให้แล้วเสร็จภายใน 3 ปี แต่หากเป็นไปได้ต้องเสร็จใน 1-2 ปี ก่อนเปลี่ยนรัฐบาล เพราะหากพบว่าผู้ถือครองไม่ใช่เกษตรกรก็จะยึดคืน และดำเนินคดีหรือเคลียร์ให้ผู้บุกรุกออกจากที่ดินโดยประสานงานกับจังหวัดทหารบกให้เข้ามาช่วยเหลือได้”
สรรเสริญ ยอมรับว่า การตรวจสอบที่ดิน ส.ป.ก.ทั้ง 35 ล้านไร่ ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะกลุ่มผู้บุกรุกส่วนมากเป็นนายทุนและผู้มีอิทธิพลท้องถิ่น จึงต้องวางรูปแบบการทำงานใหม่ทั้งหมด โดยจะต้องมีข้อมูลหลักฐานที่ครบถ้วน เช่น การใช้แผนที่ภาพถ่ายทางอากาศไปตรวจสอบการใช้ที่ดินผิดปกติ ประสานกับหน่วยงานอื่นๆ ตรวจสอบเอกสารสิทธิ เช่น การขึ้นทะเบียนเกษตรกร การเสียภาษีบำรุงท้องที่ การจ่ายค่าไฟฟ้า และการจ่ายค่าประกันสังคม เพื่อตรวจสอบว่าผู้ถือครองที่ดินตรงกับรายชื่อผู้ถือครองในบัญชีหรือไม่
“การตรวจสอบเบื้องต้นจะเป็นการตีวงเป้าหมายให้แคบลง แทนการหว่านทั้งประเทศ เพราะบางกรณีมีการใช้ชื่อเกษตรกรเป็นนอมินี แต่เจ้าของตัวจริงจะเป็นคนเสียภาษีบำรุงท้องที่ เสียมิเตอร์ค่าน้ำ ค่าไฟ และเสียค่าประกันสังคมให้คนงาน อย่างนี้ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่ามีความผิดปกติ”
สรรเสริญ ระบุว่า เมื่อตรวจสอบจนได้ข้อมูลเบื้องต้นแล้ว จะมีการสอบถามข้อมูลเพิ่มจากผู้นำชุมชนหรือแกนนำอื่นๆ ให้ได้ข้อเท็จจริงการใช้ประโยชน์ที่ดิน ก่อนลงแปลงดูพื้นที่จริง หากพบว่าผิด ระเบียบ ส.ป.ก. คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัดจะแจ้งสิทธิอีกครั้ง หากเกษตรกรไม่ปฏิบัติตามระเบียบ หรือไม่ใช่เกษตรกรจริงก็จะสั่งให้สิ้นสิทธิ และฟ้องขับไล่ออกจากที่ดินต่อไป ก่อนนำที่ดิน ส.ป.ก.มาจัดสรรให้เกษตรกรตัวจริงทำกินต่อไป
อย่างไรก็ตาม สรรเสริญ ระบุว่า การไล่ยึดคืนที่ดินทุกแปลงที่ไม่ได้นำไปทำการเกษตรจริง หรือถูกบุกรุกโดยนายทุนบางกรณีเป็นเรื่องที่ยากลำบาก และต้องการอำนาจพิเศษจากรัฐบาลทหาร
“ที่ดินสวยๆ ในเขต ส.ป.ก.ซึ่งเดิมคือป่า และมีความสวยงามของ ภูมิประเทศ เป็นที่หมายปองของคนมีเงินและผู้มีอิทธิพล เช่น ที่ดิน ส.ป.ก.ตามแนวชายหาดที่ จ.ภูเก็ต ซึ่งหลายพื้นที่เป็นที่ดินทำเลทอง ราคาไร่ละไม่ต่ำกว่า 30-50 ล้านบาท หรือที่ดินริมเขาใน จ.สุราษฎร์ธานี ชุมพร นครราชสีมา ลพบุรี สระบุรี หรือในแหล่งท่องเที่ยว เช่น ที่ จ.เชียงใหม่ ที่ ส.ป.ก.ที่วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา แม้กระทั่งที่ดินแปลงใหญ่ระดับแสนไร่ที่ถือครองโดยนายทุนรายเดียว ซึ่งจะต้องหารือกับฝ่ายความมั่นคงให้เข้ามาดำเนินการ” สรรเสริญ
ทิ้งท้าย







