posttoday
เฮ...หุ้นกู้ดอกเบี้ยถูกกว่ากู้แบงก์

เฮ...หุ้นกู้ดอกเบี้ยถูกกว่ากู้แบงก์

25 มีนาคม 2558

ตลาดตราสารหนี้ปลื้มธุรกิจเฮโลระดมทุน 2 เดือนแรกออกหุ้นกู้แล้ว 4.2 หมื่นล้านบาท ต้นทุนถูกกว่ากู้ธนาคารอื้อ แถมมูลค่าคงค้างขยับสู่ 76% ของจีดีพี เป็นเสาที่ 3 ของระบบเศรษฐกิจ

ตลาดตราสารหนี้ปลื้มธุรกิจเฮโลระดมทุน 2 เดือนแรกออกหุ้นกู้แล้ว 4.2 หมื่นล้านบาท ต้นทุนถูกกว่ากู้ธนาคารอื้อ แถมมูลค่าคงค้างขยับสู่ 76% ของจีดีพี เป็นเสาที่ 3 ของระบบเศรษฐกิจ

ธาดา พฤฒิธาดา กรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (Thai BMA) เปิดเผยว่า ช่วง 2 เดือนแรกของปี 2558 บริษัทเอกชนยังคงเข้ามาระดมทุนในตลาดตราสารหนี้ด้วยการออกหุ้นกู้โดยมีบริษัทออกหุ้นกู้รวม 30 บริษัท มูลค่าการขายรวม 4.29 หมื่นล้านบาท ในจำนวนนี้มีบริษัทใหม่ 5 บริษัทที่เพิ่มเข้ามาขายหุ้นกู้ในปีนี้ แต่จำนวนบริษัทมีมากกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนซึ่งอยู่ที่ 21 บริษัท

แต่มูลค่าลดลงเพราะระยะหลังบริษัทที่ออกจะมีขนาดมูลค่าเล็กลง ส่วนมูลค่าการออกตราสารหนี้ปีนี้ทั้งปีก็น่าจะเติบโตจากปีก่อนที่ทำสถิติสูงสุดที่ 5.53แสนล้านบาทแต่สมาคมจะไม่เน้นการตั้งเป้ามูลค่าว่าจะเท่าไรแต่จะเน้นในเรื่องของจำนวนบริษัทที่จะเข้ามาออกหุ้นกู้ซึ่งตั้งไว้ 72 บริษัท

อย่างไรก็ตาม การออกหุ้นกู้ของภาคเอกชนนั้นยังมีโอกาสเติบโต โดยสถิติการออกที่ผ่านมาพบว่ายังมีบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ซึ่งอยู่ใน SET100 ระดมทุนด้วยการออกหุ้นกู้ 65 บริษัทและมีบริษัทที่ไม่เคยออก 35 บริษัท และบริษัทที่อยู่นอก SET100 จำนวนกว่า 458 บริษัทมีการออกหุ้นกู้เพียง 57 บริษัทเท่านั้น

สำหรับบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) กว่า 108 บริษัทออกหุ้นกู้เพียงสองบริษัทเท่านั้น จะเห็นว่ายังมีโอกาสเติบโตได้อีก

“แม้ว่าธุรกิจจะเริ่มหันมาใช้การระดมทุนด้วยการออกหุ้นกู้เพิ่มมากขึ้น แต่หากเปรียบเทียบขนาดของตลาดตราสารหนี้ภาคเอกชนของไทยกับประเทศอื่นแล้ว จะเห็นว่ายังไม่มากนักโดยของไทยอยู่ที่ 18% ของตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ขณะที่เกาหลีอยู่ที่ 75% ของจีดีพี และฮ่องกงอยู่ที่ 30% ของจีดีพี จึงมีโอกาสที่จะเติบโตได้อีก”

ขณะนี้มูลค่าคงค้างรวมของตราสารหนี้ในระบบการเงินของไทยนั้นปัจจุบันอยู่ที่ 76% ของจีดีพีเติบโตขึ้นอย่างมากจากอดีตเมื่อปี 2540 ซึ่งมีขนาดเพียง 13% ของ
จีดีพีเท่านั้นซึ่งทำให้เห็นว่าตลาดตราสารหนี้ได้เป็นเสาหลักที่ 3 ของระบบเศรษฐกิจไทยได้แล้วในปัจจุบัน

นอกจากนี้ ประเด็นสำคัญที่ทำให้ธุรกิจเห็นความสำคัญในการเข้ามาระดมทุนด้วยการออกหุ้นกู้ เพราะจะทำให้ต้นทุนทางการเงินของธุรกิจลดลง เมื่อเปรียบเทียบกับการกู้เงินจากสถาบันการเงินอย่างชัดเจน เช่น บริษัทที่จะออกหุ้นกู้มีอันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ A และจะออกหุ้นกู้อายุ 3 ปีจะมีอัตราดอกเบี้ยประมาณ 4% ซึ่งถูกกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี (เอ็มแอลอาร์) ที่ปัจจุบันอยู่ที่ 6.75% ซึ่งจะเห็นว่าจะถูกกว่ากู้สถาบันการเงินมากกว่า 2.75% ขณะที่ผู้ลงทุนก็ได้รับผลตอบแทนมากกว่าดอกเบี้ยเงินฝากถึงกว่า 2-3%

ตราสารหนี้อายุสั้น 3-6 เดือนมีอันดับความน่าเชื่อถือที่ BBB หรือระดับน่าลงทุนจะมีต้นทุนการออกที่ 3.17% ซึ่งถูกกว่าดอกเบี้ยกู้แบบมีระยะเวลา (เอ็มโออาร์) ซึ่งอยู่ที่ 7.56% หรือถูกกว่า 4.4% ด้วยประเด็นของต้นทุนที่สามารถลดลงได้เยอะ จึงทำให้ธุรกิจหันมาออกกันมากขึ้นและระยะหลังด้วยเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ที่อนุญาตให้ตราสารที่ออกและขายให้กับนักลงทุนรายใหญ่ไม่ต้องจัดทำอันดับความน่าเชื่อถือจึงทำให้เอกชนออกตั๋วเงินระยะสั้นเพื่อใช้เป็นทุนหมุนเวียนมากกว่าการขอกู้เงินระยะสั้นจากธนาคารพาณิชย์ และผู้ลงทุนหลักในหุ้นกู้กว่า 90% ก็จะเป็นการขายเฉพาะเจาะจงให้กับนักลงทุนรายใหญ่

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท