
สหพัฒน์ลุยอีคอมเมิร์ซ ผุดช่องทางขายครบวงจร
การทำธุรกิจในยุคที่กลุ่มค้าปลีกหันมาผลิตสินค้าขายแข่งกับซัพพลายเออร์หรือผู้ผลิตสินค้า จำเป็นจะต้องสร้างช่องทางจัดจำหน่ายที่เป็นของตัวเอง เพื่อเป็นแขนและขาในอนาคต และนั่นคือยุทธศาสตร์ของเครือสหพัฒน์ กับการแตกขาธุรกิจไอทีเพื่อก้าวสู่ช่องทางอีคอมเมิร์ซ นำสินค้าในเครือบุกขายออนไลน์
การทำธุรกิจในยุคที่กลุ่มค้าปลีกหันมาผลิตสินค้าขายแข่งกับซัพพลายเออร์หรือผู้ผลิตสินค้า จำเป็นจะต้องสร้างช่องทางจัดจำหน่ายที่เป็นของตัวเอง เพื่อเป็นแขนและขาในอนาคต และนั่นคือยุทธศาสตร์ของเครือสหพัฒน์ กับการแตกขาธุรกิจไอทีเพื่อก้าวสู่ช่องทางอีคอมเมิร์ซ นำสินค้าในเครือบุกขายออนไลน์
บุณยสิทธิ์ โชควัฒนา ประธานเครือสหพัฒน์ เปิดเผยว่า เครือสหพัฒน์มองว่าแนวโน้มอีคอมเมิร์ซจะเป็นธุรกิจที่มีศักยภาพในอนาคต จากพฤติกรรมผู้บริโภคหันมาซื้อสินค้าในช่องทางออนไลน์เพิ่มขึ้น นั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้บริษัทตัดสินใจแตกไลน์ธุรกิจไอทีอย่างจริงจังครั้งแรก โดยร่วมทุนกับบริษัท ทรานสคอสมอส จากญี่ปุ่น สัดส่วนถือหุ้น 30% จัดตั้งบริษัท ทรานส คอสมอส (ไทยแลนด์) เพื่อรองรับกับธุรกิจในเครือสหพัฒน์ทั้งหมดทุกแบรนด์ ที่ต้องการขยายช่องทางจัดจำหน่ายทางออนไลน์
ก่อนหน้านี้ เครือสหพัฒน์ได้เริ่มขยายช่องทางออนไลน์ อาทิ เว็บไซต์ shopicc.com จำหน่ายสินค้าแฟชั่นของบริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล และบริษัท ไลอ้อน จำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคผ่านทาง www.lionshoponline.com เป็นต้น แต่ปัจจุบันสัดส่วนรายได้ในช่องทางดังกล่าวยังไม่ถึง 5% จึงใช้ทรานสคอสมอส ที่มีศักยภาพการทำธุรกิจอีคอมเมิร์ซ เพื่อสร้างการเติบโตของธุรกิจในเครือ
ทั้งนี้ ในช่วงเริ่มต้นจะนำธุรกิจสินค้าแฟชั่นของบริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล บุกอีคอมเมิร์ซก่อน ตามด้วยสินค้าอุปโภคบริโภคของบริษัท สหพัฒนพิบูล จะทดลองขาย 1-2 ปี ซึ่งสินค้าที่วางจำหน่ายราคาถูกกว่าช่องทางปกติ ผ่านการมอบส่วนลด จัดรายการสินค้า เน้นเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ เพราะเป็นกลุ่มที่มีพฤติกรรมซื้อสินค้าในช่องทางดังกล่าวสูง
“นับจากนี้ไปอีก 5 ปีข้างหน้าช่องทางออนไลน์จะมีสัดส่วนรายได้ 5% ของรายได้รวม และมั่นใจว่าจะเป็นธุรกิจที่มีศักยภาพสูงในอนาคต” บุณยสิทธิ์ กล่าว
การดำเนินธุรกิจในยุคการแข่งขันทวีความรุนแรง ซัพพลายเออร์ต้องสร้างช่องทางจัดจำหน่ายที่เป็นของตัวเองให้หลากหลาย หรือทำธุรกิจตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำให้ครบวงจร นั่นคือเหตุผลทำให้สหพัฒน์เดินหน้าแตกธุรกิจช่องทางจำหน่ายออกมามากมาย เริ่มตั้งแต่ร่วมทุนกลุ่มลอว์สัน อิงค์ ญี่ปุ่น จัดตั้งบริษัท สห ลอว์สัน เพื่อรุกตลาดคอนวีเนี่ยนสโตร์ลอว์สัน 108 ปัจจุบันมี 31 สาขา อีก 5 ปีข้างหน้าจะขยายให้ครบ 1,000 สาขา
นอกจากนี้ ยังเดินหน้าสร้างช่อง ทางขายใหม่ ร่วมทุนกับกลุ่มซูรูฮะจากญี่ปุ่น ขยายซุูเปอร์ดรักสโตร์ซูรูฮะ หรือร้านค้าปลีกเพื่อสุขภาพและความงาม เพื่อใช้เป็นช่องทางจำหน่ายสินค้าในเครือสหพัฒน์ในเบื้องต้นมีสัดส่วน 8% และมีแนวโน้มจะเพิ่มเป็น 10% ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มสินค้าของใช้ในครัวเรือน ยาสีฟัน เท่ากับว่าเครือสหพัฒน์มีช่องทางจำหน่ายหลากหลายยิ่งขึ้น จากเดิมต้องพึ่งพาช่องทางโมเดิร์นเทรดและร้านค้าปลีกรายย่อย
ด้าน ฮิโรกิ ทานิกาวะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทรานสคอสมอส (ไทยแลนด์) ผู้ให้บริการธุรกิจอีคอมเมิร์ซทรานสคอสมอส กล่าวว่า การดำเนินธุรกิจในไทยได้ให้บริการ 4 กลุ่ม ได้แก่ 1.ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ เป็นหัวหอกที่จะสร้างรายได้มากกว่า 50% เพราะสินค้าในไทยเริ่มขยายช่องทางออนไลน์มากขึ้น 2.ที่ปรึกษาทางธุรกิจ 3.ดิจิทัล มาร์เก็ตติ้ง และ 4.คอลเซ็นเตอร์ ได้เตรียมพนักงานคอลเซ็นเตอร์ 370 คน
ทรานสคอสมอสเข้ามาดำเนินธุรกิจในไทยแล้ว 4 ปี การร่วมทุนครั้งนี้วางเป้าหมายให้ไทยเป็นสำนักงานใหญ่ในภูมิภาคอาเซียน เพราะอนาคตไทยจะเป็นศูนย์กลางอาเซียน และมีสำนักงานใน 4 ประเทศ ได้แก่ มาเลเซีย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ลูกค้าในไทยส่วนใหญ่เป็นนักธุรกิจจากญี่ปุ่น แต่จากนี้ไปจะขยายลูกค้าคนไทย โดยเฉพาะธุรกิจขนาดกลางและย่อม สิ้นปีนี้ตั้งเป้ารายได้ 170 ล้านบาท จากปีที่ผ่านมา 100 ล้านบาท อีก 5 ปี หรือปี 2562 รายได้ 1,000
ล้านบาท
การแตกธุรกิจสร้างช่องทางของเครือสหพัฒน์ในทศวรรษนี้ ไม่ว่าจะเป็นร้านสะดวกซื้อ ซูเปอร์ดรักสโตร์ หรือกระทั่งออนไลน์ ล้วนเป็นช่องทางเติบโตอย่างมากในเวลานี้ นั่นคือ ยุทธศาสตร์ของเครือสหพัฒน์ที่อาศัยช่องทางดังกล่าวขายสินค้าที่มากกว่า 1,000 แบรนด์ เพื่อสร้างโอกาสเติบโต







