
แนะต่ออายุโรงไฟฟ้าเอสพีพี
จีอีแนะรัฐต่ออายุโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก (SPP) 20 แห่ง ทบทวนแผนสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์
จีอีแนะรัฐต่ออายุโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก (SPP) 20 แห่ง ทบทวนแผนสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์
นายโกวิทย์ คันธาภัสระ ประธานและหัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหาร จีอี ประเทศไทย ลาว และพม่า เปิดเผยว่า จากอายุสัญญาโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก (SPP) ที่กำลังจะหมดสัญญา 20 แห่ง จึงอยากให้รัฐบาลพิจารณาต่ออายุสัญญาการรับซื้อไฟฟ้าจาก SPP ตามแนวทางที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศและผู้ลงทุน รวมทั้ง ควรเพิ่มประสิทธิภาพของกังหันก๊าซ เพื่อใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เนื่องจากใช้งบลงทุนไม่สูง เมื่อเทียบกับการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ภาครัฐจะผลักดันให้เกิดขึ้น
“การลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ใช้งบลงทุนสูงกว่าการก่อสร้างโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก 29 เท่า สำหรับกำลังการผลิตไฟฟ้าที่เท่ากัน จึงอยากให้ภาครัฐหันมาทบทวนการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์อีกครั้ง เพื่อไม่ให้ผู้บริโภคแบกรับภาระจากต้นทุนที่สูงดังกล่าว” นายโกวิทย์ กล่าว
สำหรับแนวทางการดำเนินธุรกิจของบริษัทในปีนี้ ยังคงเดินหน้าขยายฐานลูกค้าใหม่อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการร่วมกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) หรืออีแกท ปรับปรุงโรงไฟฟ้า 1 และเตรียมความพร้อมด้านระบบก่อนปิดโรงไฟฟ้าบางปะกง ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าพลังความร้อนและพลังความร้อนร่วมของอีแกท
ขณะเดียวกันยังได้งานเปลี่ยนและเชื่อมหัวรถจักรให้กับการรถไฟฟ้าแห่งประเทศไทย โดยอยู่ระหว่างการหารือร่วมกันเกี่ยวกับรายละเอียด ซึ่งหลังจากเดินหน้าขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง คาดว่าสิ้นปีจะกลับมามีรายได้เติบโต 2 หลักอีกครั้ง หลังจากปีที่ผ่านมาได้รับผลกระทบจากปัจจัยลบส่งผลให้เติบโตเพียง 1 หลัก
ปัจจุบัน จีอี ประเทศไทย มีธุรกิจที่ดูแล 7 ธุรกิจ ประกอบด้วย 1.จีอี เพาเวอร์ แอนด์ วอเตอร์2.จีอี เอนเนอร์ยี แมนเนจเมนท์ และ 3.จีอี ออยล์ แอนด์ แก๊ส ทั้งสามกลุ่มจะร่วมกันจัดหาโซลูชั่นทั้งผลิตภัณฑ์และการบริการแบบบูรณาการให้กับทุกส่วนของอุตสาหกรรมพลังงาน
ธุรกิจที่ 4 คือ จีอี เฮลธ์แคร์ ธุรกิจดูแลผู้ป่วยและบริการด้านการแพทย์ 5.จีอี ทรานสปอร์ตเทชั่น ทำหน้าที่ผลิตหัวรถจักร จีอี เอวิเอชั่น ผลิตเครื่องยนต์ไอพ่นและเครื่องยนต์ใบพัด 6.จีอี ไลท์ติ้ง ผลิตสินค้าเทคโนโลยี และ 7.จีอี อินเทลลิเจนท์ แอนด์ แพลตฟอร์ม ทำธุรกิจด้านซอฟต์แวร์







