
เรียนรู้ลีกวนยิว
โดย...เกษมสันต์ วีระกุล
โดย...เกษมสันต์ วีระกุล
ในที่สุดวิทยาการสมัยใหม่ก็ไม่สามารถยื้อชีวิตลีกวนยิว อดีตนายกรัฐมนตรีผู้ยิ่งใหญ่ของสิงคโปร์เอาไว้ได้ ผมขอเขียนถึงลีกวนยิวในมุมที่ผมสนใจเป็นพิเศษ เพื่อเติมเต็มแง่มุมในการเรียนรู้จากผู้นำระดับโลกคนนี้
ลีกวนยิว มีความเชื่อมั่นในตัวเองสูงมาก เมื่อได้ตัดสินใจแล้วเขาจะเดินหน้าด้วยความมุ่งมั่น ไม่ลังเลแม้แต่น้อย เมื่อรู้ว่าสิงคโปร์ไม่มีทรัพยากรธรรมชาติ อยู่ได้ด้วยตัวเองได้ยาก เขาก็ขอรวมชาติกับมาเลเซีย แต่เมื่อเกิดความขัดแย้งและต้องแยกตัวออกจากมาเลเซีย เขาก็เด็ดเดี่ยวและมุ่งมั่นมากพอที่จะนำพาสิงคโปร์ฝ่าวิกฤตไปให้ได้
ปี 2508 ตอนที่แยกตัวออกจากมาเลเซีย จะพบว่าไม่ง่ายเลยที่ลีกวนยิวและสิงคโปร์จะก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากไปได้ ลองนึกภาพสิงคโปร์ที่มีคนเพียง 1.8 ล้านคนกว่าๆ โดยราวๆ 75% เป็นคนจีน 15% เป็นคนมาเลย์ และเป็นคนอินเดียอีก 8% คนต่างเชื้อชาติเหล่านี้มีการขัดแย้ง ทำร้ายกันและก่อจลาจลกันตลอดเวลา แต่นั่นไม่น่ากลัวเท่าการที่ลีกวนยิวและคณะรัฐมนตรีมีกองทัพและทีมรักษาความปลอดภัยซึ่งส่วนมากเป็นคนมาเลย์
ลีกวนยิวถามตัวเองว่า “เราจะรู้ได้อย่างไรว่าทีมที่อารักขาเราอยู่นั้นรักสิงคโปร์หรือมาเลเซียมากกว่ากัน และเราจะรู้ได้อย่างไรว่าคนเหล่านี้จะไม่ลอบสังหารเราถ้าเขามีโอกาส?” ด้วยความกังวลที่มีโอกาสเป็นไปได้สูงมากในขณะนั้น ลีกวนยิวจึงตัดสินใจจัดบ้านพักที่ปลอดภัยให้ครอบครัวของเขาอยู่ต่างหาก ส่วนตัวเขาอยู่กับทีมรักษาความปลอดภัยที่ไว้ใจ การประชุมคณะรัฐมนตรีในช่วงแรกๆ มีได้ไม่มากนัก เพราะไม่ต้องการเสี่ยงให้เกิดการสังหารหมู่คณะรัฐมนตรี การตัดสินใจเรื่องต่างๆจึงใช้การประชุมทางโทรศัพท์เป็นส่วนใหญ่
การสร้างความปรองดองในหมู่คนต่างชนชาติเป็นโจทย์ใหญ่ที่ต้องแก้ให้ได้ก่อนโจทย์อื่นๆ สอง ยุทธศาสตร์สำคัญที่ลีกวนยิวใช้คือ หนึ่ง ต้องเร่งพัฒนาเศรษฐกิจให้เติบโตและกระจายความอยู่ดีกินดีให้ทั่วถึงแก่ประชาชนทุกคน เพราะเชื่อว่าถ้าประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดี โอกาสจะขัดแย้งกันก็จะน้อยลง ซึ่งเขาได้พิสูจน์ให้โลกเห็นแล้วว่าคิดถูก
สอง การเลือกภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลักในการติดต่อราชการ แต่ขณะเดียวกันก็ยอมรับภาษาแม่ของแต่ละเชื้อชาติ เช่น ภาษาจีน มาเลย์ และทมิฬ เป็นภาษาราชการ การมียุทธศาสตร์นี้นอกจากทำให้คนแต่ละเชื้อชาติภูมิใจในเชื้อชาติของตัวเองแล้ว ก็ยังสามารถสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษได้ด้วยที่สำคัญ การที่คนสิงคโปร์ใช้ภาษาอังกฤษได้ดีเป็นการเพิ่มโอกาสให้สิงคโปร์สามารถพัฒนาประเทศให้เป็นศูนย์กลางการค้าและการเงินของภูมิภาคได้มากยิ่งขึ้น ซึ่งเขาก็ทำได้สำเร็จจริง







