posttoday
ลงทุนหุ้นไทย อย่าสนใจแค่ SET Index

ลงทุนหุ้นไทย อย่าสนใจแค่ SET Index

24 มีนาคม 2558

รัชต์ โสดสถิตย์ กรรมการผู้จัดการ บลจ. แอสเซท พลัส

รัชต์ โสดสถิตย์ กรรมการผู้จัดการ บลจ. แอสเซท พลัส

ในเดือน มี.ค. 2558 หุ้นไทยปรับตัวลงแรงตั้งแต่ต้นเดือน โดย SET Index ปรับตัวลงมาจากระดับประมาณ 1,600 จุด มาปิดสัปดาห์ที่แล้วที่ระดับ 1,530 จุด ในรอบ 1 เดือนที่ผ่านมาตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงมาถึง 3-4% จากหลากหลายปัจจัยกดดันทั้งภายในและภายนอกประเทศ

ทุกครั้งที่พูดเรื่องดัชนีปรับตัวลง ผมเชื่อว่ามีนักลงทุนจำนวนไม่น้อยที่เฝ้ามองโอกาสจากการเข้าลงทุนในช่วงที่ดัชนีปรับตัวลงแรง ซึ่งไอเดียแบบนี้เป็นหนึ่งแนวทางในการเลือกจังหวะลงทุน คือ เข้าลงทุนในจังหวะที่ตลาดมีราคาถูก เพื่อ “โอกาส” ทำกำไรจากดัชนีที่จะปรับขึ้นในอนาคต

ขณะที่อีกมุมหนึ่ง ผมเชื่อว่า “โอกาส” ในการลงทุนกับตลาดหุ้นไทย ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การปรับตัวขึ้น-ลงของ “SET index” สิ่งที่น่าสนใจมากกว่าดัชนี  คือ  ในตลาดยังมีหุ้นที่ให้ผลตอบแทนดีท่ามกลางความผันผวนครับ

เล็งหุ้นให้ถูกตัว

หากมองปัจจัยต่างๆ สำหรับหุ้นไทยในปีนี้ พอจะแบ่งหุ้นที่มีโอกาสให้ผลตอบแทนที่น่าสนใจท่ามกลางความผันผวนของตลาดหุ้นเป็นกลุ่มได้ ดังนี้

1) หุ้นแกร่งทนทุกสภาวะ : หุ้นกลุ่มนี้เป็นหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานดี และเกี่ยวเนื่องกับการดำเนินชีวิตประจำวัน เป็นกลุ่มที่คนต้องกินต้องใช้ และแม้ว่าเศรษฐกิจจะเติบโตช้า แต่กำไรของบริษัทเหล่านี้กลับไม่ได้รับผลกระทบมากนัก เช่น หุ้นของบริษัทในกลุ่มอาหารที่ฐานะการเงินมั่นคง มีกระแสเงินสดที่แข็งแกร่ง หุ้นของบริษัทเกี่ยวกับขนส่งมวลชนโดยเฉพาะระบบขนส่งมวลชนในเมืองหลวง หุ้นกลุ่มสื่อสาร รวมทั้งกลุ่มผู้ให้บริการระบบเครือข่ายและผู้จัดจำหน่ายอุปกรณ์สื่อสาร ซึ่งคาดการณ์ว่าจะได้ประโยชน์จากการประมูล 4จี เป็นต้น

2) หุ้นที่ได้ประโยชน์จาก AEC : การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนจะช่วยส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศให้คึกคักมากขึ้น ทำให้บริษัทกลุ่มขนส่ง และโลจิสติกส์มีโอกาสในการเติบโตจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้น หรือ หุ้นบริษัทที่มีความสามารถในการแข่งขันสามารถสร้างกำไรเป็นกอบเป็นกำจากการเปิดตลาดของประเทศเพื่อนบ้าน

3) หุ้นอิงแนวโน้มเศรษฐกิจไทยทรงตัว : ตัวอย่างเช่น เศรษฐกิจของไทยที่เติบโตช้าในปัจจุบันผนวกกับหนี้ภาคครัวเรือนที่มากขึ้น สะท้อนเรื่องความต้องการใช้เงินเพื่อจับจ่ายใช้สอยในภาคครัวเรือน น่าจะส่งผลดีต่อหุ้นกลุ่มระบบการเงินสำหรับฐานราก (Microfinance) โดยบริษัทที่ให้บริการเงินกู้อาจเป็นอีกโอกาสสำหรับการลงทุน

4) หุ้นที่มีปันผล : หุ้นกลุ่มนี้ยังมีมนต์ขลังเสมอ ผมมองว่าเก็บหุ้นในกลุ่มนี้ไว้ก็ไม่เสียหลายโดยเฉพาะยิ่งในช่วงที่ดอกเบี้ยต่ำเช่นนี้

ลงทุนให้ถูกจังหวะ

จังหวะในการลงทุนเป็นประเด็นสำคัญครับ ทั้งการเข้าลงทุนและเลือกจังหวะขายทำกำไร โดยเฉพาะจังหวะที่เข้าลงทุนนั้นถ้าเลือกจังหวะดีก็เสมือนมีกำไรแล้วตั้งแต่เข้าลงทุน  สำหรับตลาดที่มีความผันผวนอยู่ ผมมองว่าเป็นข้อดีและเป็นโอกาสในการหาจังหวะเข้าลงทุนในราคาที่ถูกได้ และในทางกลับกันก็สามารถหาจังหวะขายในราคาที่ดีเมื่อตลาดดีดตัวกลับขึ้นมา

อย่างไรก็ตาม ในความเป็นจริงอาจจะไม่ใช่ทุกคนและไม่ใช่ทุกครั้งที่จะจับจังหวะเข้าซื้อได้ถูกเป๊ะ การทยอยลงทุนก็เป็นทางเลือกที่จะช่วยกระจายความเสี่ยงได้อีกทางหนึ่ง

และที่สำคัญ หากได้ศึกษาและเข้าใจหุ้นที่ลงทุนอย่างถ่องแท้ด้วย ก็จะยิ่งช่วยเพิ่มโอกาสจากตลาดหุ้นไทยให้ผู้ลงทุนได้ครับ

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน