
ลงทุนหุ้นไทย อย่าสนใจแค่ SET Index
รัชต์ โสดสถิตย์ กรรมการผู้จัดการ บลจ. แอสเซท พลัส
รัชต์ โสดสถิตย์ กรรมการผู้จัดการ บลจ. แอสเซท พลัส
ในเดือน มี.ค. 2558 หุ้นไทยปรับตัวลงแรงตั้งแต่ต้นเดือน โดย SET Index ปรับตัวลงมาจากระดับประมาณ 1,600 จุด มาปิดสัปดาห์ที่แล้วที่ระดับ 1,530 จุด ในรอบ 1 เดือนที่ผ่านมาตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงมาถึง 3-4% จากหลากหลายปัจจัยกดดันทั้งภายในและภายนอกประเทศ
ทุกครั้งที่พูดเรื่องดัชนีปรับตัวลง ผมเชื่อว่ามีนักลงทุนจำนวนไม่น้อยที่เฝ้ามองโอกาสจากการเข้าลงทุนในช่วงที่ดัชนีปรับตัวลงแรง ซึ่งไอเดียแบบนี้เป็นหนึ่งแนวทางในการเลือกจังหวะลงทุน คือ เข้าลงทุนในจังหวะที่ตลาดมีราคาถูก เพื่อ “โอกาส” ทำกำไรจากดัชนีที่จะปรับขึ้นในอนาคต
ขณะที่อีกมุมหนึ่ง ผมเชื่อว่า “โอกาส” ในการลงทุนกับตลาดหุ้นไทย ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การปรับตัวขึ้น-ลงของ “SET index” สิ่งที่น่าสนใจมากกว่าดัชนี คือ ในตลาดยังมีหุ้นที่ให้ผลตอบแทนดีท่ามกลางความผันผวนครับ
เล็งหุ้นให้ถูกตัว
หากมองปัจจัยต่างๆ สำหรับหุ้นไทยในปีนี้ พอจะแบ่งหุ้นที่มีโอกาสให้ผลตอบแทนที่น่าสนใจท่ามกลางความผันผวนของตลาดหุ้นเป็นกลุ่มได้ ดังนี้
1) หุ้นแกร่งทนทุกสภาวะ : หุ้นกลุ่มนี้เป็นหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานดี และเกี่ยวเนื่องกับการดำเนินชีวิตประจำวัน เป็นกลุ่มที่คนต้องกินต้องใช้ และแม้ว่าเศรษฐกิจจะเติบโตช้า แต่กำไรของบริษัทเหล่านี้กลับไม่ได้รับผลกระทบมากนัก เช่น หุ้นของบริษัทในกลุ่มอาหารที่ฐานะการเงินมั่นคง มีกระแสเงินสดที่แข็งแกร่ง หุ้นของบริษัทเกี่ยวกับขนส่งมวลชนโดยเฉพาะระบบขนส่งมวลชนในเมืองหลวง หุ้นกลุ่มสื่อสาร รวมทั้งกลุ่มผู้ให้บริการระบบเครือข่ายและผู้จัดจำหน่ายอุปกรณ์สื่อสาร ซึ่งคาดการณ์ว่าจะได้ประโยชน์จากการประมูล 4จี เป็นต้น
2) หุ้นที่ได้ประโยชน์จาก AEC : การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนจะช่วยส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศให้คึกคักมากขึ้น ทำให้บริษัทกลุ่มขนส่ง และโลจิสติกส์มีโอกาสในการเติบโตจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้น หรือ หุ้นบริษัทที่มีความสามารถในการแข่งขันสามารถสร้างกำไรเป็นกอบเป็นกำจากการเปิดตลาดของประเทศเพื่อนบ้าน
3) หุ้นอิงแนวโน้มเศรษฐกิจไทยทรงตัว : ตัวอย่างเช่น เศรษฐกิจของไทยที่เติบโตช้าในปัจจุบันผนวกกับหนี้ภาคครัวเรือนที่มากขึ้น สะท้อนเรื่องความต้องการใช้เงินเพื่อจับจ่ายใช้สอยในภาคครัวเรือน น่าจะส่งผลดีต่อหุ้นกลุ่มระบบการเงินสำหรับฐานราก (Microfinance) โดยบริษัทที่ให้บริการเงินกู้อาจเป็นอีกโอกาสสำหรับการลงทุน
4) หุ้นที่มีปันผล : หุ้นกลุ่มนี้ยังมีมนต์ขลังเสมอ ผมมองว่าเก็บหุ้นในกลุ่มนี้ไว้ก็ไม่เสียหลายโดยเฉพาะยิ่งในช่วงที่ดอกเบี้ยต่ำเช่นนี้
ลงทุนให้ถูกจังหวะ
จังหวะในการลงทุนเป็นประเด็นสำคัญครับ ทั้งการเข้าลงทุนและเลือกจังหวะขายทำกำไร โดยเฉพาะจังหวะที่เข้าลงทุนนั้นถ้าเลือกจังหวะดีก็เสมือนมีกำไรแล้วตั้งแต่เข้าลงทุน สำหรับตลาดที่มีความผันผวนอยู่ ผมมองว่าเป็นข้อดีและเป็นโอกาสในการหาจังหวะเข้าลงทุนในราคาที่ถูกได้ และในทางกลับกันก็สามารถหาจังหวะขายในราคาที่ดีเมื่อตลาดดีดตัวกลับขึ้นมา
อย่างไรก็ตาม ในความเป็นจริงอาจจะไม่ใช่ทุกคนและไม่ใช่ทุกครั้งที่จะจับจังหวะเข้าซื้อได้ถูกเป๊ะ การทยอยลงทุนก็เป็นทางเลือกที่จะช่วยกระจายความเสี่ยงได้อีกทางหนึ่ง
และที่สำคัญ หากได้ศึกษาและเข้าใจหุ้นที่ลงทุนอย่างถ่องแท้ด้วย ก็จะยิ่งช่วยเพิ่มโอกาสจากตลาดหุ้นไทยให้ผู้ลงทุนได้ครับ







