
PTLแย้มเทิร์นอะราวด์
โพลีเพล็กซ์ งวดปี 2557 เป็นปีแห่งการเทิร์นอะราวด์ จุดเด่นความสามารถทำกำไรดีขึ้น ส่วน IVL เสียงเชียร์ซื้อหนาหู
โพลีเพล็กซ์ งวดปี 2557 เป็นปีแห่งการเทิร์นอะราวด์ จุดเด่นความสามารถทำกำไรดีขึ้น ส่วน IVL เสียงเชียร์ซื้อหนาหู
นายวิโนด สูเรคา ผู้จัดการฝ่ายบัญชีและการเงิน บริษัท โพลีเพล็กซ์ (ประเทศไทย) หรือ PTL เปิดเผยว่า ผลดำเนินงานงวดปี 2557 หรือระหว่างเดือน เม.ย. 2557-มี.ค. 2558 จะพลิกมามีกำไรสุทธิ จากงวดปีก่อนหน้ามีผลขาดทุนสุทธิ 479 ล้านบาท แม้ว่าการขายไปยังตลาดอเมริกาและการขายในประเทศไทยจะยังมีผลขาดทุน แต่ถือว่าลดลง ขณะเดียวกันการขายไปยังตุรกีมีกำไรที่ดี ได้ช่วยดึงให้ผลประกอบการพลิกกลับมาเป็นบวกได้
ทั้งนี้ บริษัทประเมินว่าในระยะ 1-2 ปีข้างหน้านี้ ในประเทศจีนและอินเดียมีกำลังการผลิตล้นตลาดจะเป็นแรงกดดันตลาดพลาสติกฟิล์มเพื่อใช้สำหรับบรรจุภัณฑ์
อย่างไรก็ตาม บริษัทประเมินว่าบริษัทจะสามารถผ่านสถานการณ์ดังกล่าวไปได้ เพราะบริษัทสามารถสร้างผลดำเนินงานพลิกกลับมามีกำไรได้อย่างรวดเร็ว เมื่อเทียบกับบริษัทคู่แข่ง เนื่องจากบริษัทไม่ได้พึ่งพาตลาดเพียงแห่งเดียว แต่มีการผลิตและจำหน่ายไปยังทั่วโลก และอยู่ระหว่างการพิจารณาบุกตลาดใหม่ๆ เช่น ประเทศเกาหลี
นายวิโนด กล่าวยอมรับว่า ธุรกิจของบริษัทมีความผันผวนในแง่ของความสามารถในการทำกำไร พิจารณาได้จากอัตรากำไรสุทธิเคยทำสถิติสูงสุดถึง 34.72% ในปี 2553 หลังจากนั้นลดลงมาโดยตลอด และปัจจุบันหดตัวลงเหลือ 2.15%
ดังนั้น บริษัทจะพยายามพัฒนาผลิตภัณฑ์มาโดยตลอด โดยเฉพาะการเพิ่มสัดส่วนรายได้จากสินค้าที่มีมูลค่าสูง (Value Added) จนปัจจุบันมีสัดส่วนรายได้ 48% เพิ่มจากปี 2548 อยู่ในระดับต่ำเพียง 19%
นอกจากนี้ ผลจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลง เป็นปัจจัยบวกช่วยทำให้ต้นทุนของบริษัทลดลง
“บริษัทอาจต้องเผชิญแรงกดดันจากกำลังการผลิตล้นตลาด แต่ขณะเดียวกันทำให้ผู้เล่นใหม่ๆ อาจต้องคิดอย่างหนักในการจะเข้ามาสู่ตลาดนี้ด้วยเช่นกัน” นายวิโนด กล่าว
สำหรับการเติบโตในงวดปี 2558 บริษัทคาดว่าจะยังคงทรงตัวจากงวดปี 2557 หรืออยู่ที่ระดับ 1-1.1 หมื่นล้านบาท โดยประเมินว่าอุตสาหกรรมฟิล์มทั่วโลกจะมีการเติบโต 7-8% หากเป็นฟิล์มชนิดหนาจะมีการเติบโตในอัตรา 5-6%
ในแง่ของการบริหารจัดการหนี้นั้น ยอมรับว่าระยะที่ผ่านมาบริษัทมีการกู้เงินจากสถาบันการเงินในประเทศและจากอเมริกา เพื่อนำไปขยายกำลังการผลิต และที่ผ่านมาบริษัทอาจต้องเผชิญแรงกดดันในเรื่องของกระแสเงินสด แต่สถานการณ์ขณะนี้เริ่มดีขึ้น ภายหลังผลดำเนินงานมีทิศทางที่ดี บริษัทเริ่มมีกำไรสุทธิ และมีเงินจากการขายบริษัทย่อยในประเทศตุรกี ทำให้บริษัทมีกระแสเงินสดมากเพียงพอจะบริหารจัดการเงินกู้ได้ในระยะ 2-3 ปีข้างหน้า
ด้านบริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส (IVL) ราคาหุ้นดีดตัวขึ้นแรง 26.50 บาท ก่อนปิดที่ระดับ 25.50 บาท บวก 0.7% ท่ามกลางมูลค่าการซื้อขายมากถึง 561 ล้านบาท หลังจากบริษัทแจ้งว่า Indorama Netherlands B.V. ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ IVL ถือหุ้นทั้งหมดได้ลงนามในสัญญาซื้อกิจการ PTA ทั้งหมด 10% ของ CEPSA Chimie Montreal s.e.c ที่เมืองมอนทรีอัล ประเทศแคนาดา จาก Cepsa Quimica SA, ซึ่งบริษัทในเครือของ Cepsa และ IQ Chimie INC. ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ Investissement Quebec โดยคาดว่าจะดำเนินการเสร็จภายในไตรมาส 2 ของปี 2558
CEPSA Chimie Montreal s.e.c เป็นโรงงานที่ผลิต PTA ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศแคนาดา ด้วยกำลังการผลิต 6 แสนตัน/ปี และเป็น 1 ในจำนวน 3 โรงงานที่ผลิต PTA ในแถบอเมริกาเหนือ ซึ่งการซื้อกิจการนี้เป็นไปตามกลยุทธ์ของ IVL ที่จะขยายธุรกิจหลักและยังเป็นการทำธุรกิจแบบครบวงจร โดยการรวมธุรกิจ PTA และธุรกิจที่มีอยู่ของบริษัทคือ ธุรกิจ PET และ Fiber เข้าไว้ด้วยกันในภูมิภาคนี้ และยังเป็นการส่งเสริมด้านการจัดหาวัตถุดิบอีกด้วย
นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ให้ราคาที่เหมาะสมของ IVL สูงกว่าในปัจจุบัน เช่น บล.เคทีบี (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์ว่า ราคาที่เหมาะสมเฉลี่ยจาก IAA Consensus 28.66 บาท และการประกาศเข้าซื้อหุ้นบริษัท บางกอกโพลีเอสเตอร์ ผู้ผลิต PET ของไทย จะทำให้กำลังการผลิต PET ของ IVL เพิ่มขึ้นเกือบ 3% เป็นปัจจัยสำคัญที่จะหนุนรายได้ของบริษัทตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไป
นักวิเคราะห์ บล.ฟินันเซียไซรัส ปรับคำแนะนำจากถือเป็นซื้อ และปรับเพิ่มราคาเป้าหมายจากเดิม 27.25 บาท เป็น 30 บาท หลังขยับขึ้นประมาณการกำไรปีนี้ อีก 13% และ 15% ในปีหน้า เนื่องจากบริษัทซื้อกิจการสะสมกำลังเพื่อรับกับวงจรขาขึ้นของธุรกิจปิโตรเคมี
“บริษัทขยายการลงทุนเพื่อเพิ่มกำลังการผลิตอีก 1.9 ล้านตัน หรือเติบโต 25% ในปีนี้ โดยการเข้าซื้อกิจการ 4 บริษัทภายในปีนี้ (เข้าซื้อไปแล้ว 3 บริษัท) รวมแล้วจะมีกำลังผลิตติดตั้งสิ้นปีเท่ากับ 9 ล้านตัน/ปี มากกว่าเดิมที่เราคาดไว้เพียง 8.4 ล้านตัน และจะเริ่มทยอยรับรู้รายได้โครงการต่างๆ ตามแผนการซื้อกิจการ และจะรับรู้เต็มปีในปี 2559 เป็นต้นไป” บล.ฟินันเซียไซรัส ระบุ







