
ลาซาด้ามั่นใจรั้งเบอร์ 1 อีคอมเมิร์ซเมืองไทย
โดย...ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ
โดย...ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ
การเข้ามาทำตลาดอีคอมเมิร์ซในประเทศไทย ของห้างสรรพสินค้าช็อปปิ้งออนไลน์สัญชาติเยอรมันอย่าง ลาซาด้า ที่ติดอันดับความนิยมซื้อขายสินค้ามากที่สุดเป็นอันดับ 1 ใน 6 ประเทศ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
โดยมีกลุ่มนายทุนรายใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น ร็อคเก็ต อินเทอร์เน็ต เทมาเซก เทสโก้ เจพี มอร์แกน และคินเนวิค ระดมทุนกว่า 520 ล้านบาท เพื่อพัฒนาช่องทางการขายแบบอีคอมเมิร์ซให้บูมที่สุดในไทย หลังอัตราการใช้งานอินเทอร์เน็ตในไทยเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
ริคคาร์โด บาซิล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ลาซาด้า ประเทศไทย กล่าวว่า การเข้ามาทำตลาดในไทยนั้น ก็เพื่อเปิดพื้นที่ให้แก่คนที่ต้องการขายสินค้าได้มีพื้นที่ในการขายให้แก่ลูกค้าและกระตุ้นให้มีส่วนร่วมในการใช้งานอินเทอร์เน็ตมากที่สุด ซึ่งการซื้อสินค้าออนไลน์ในไทยนั้น มาแรงเช่นเดียวกันกับทั่วโลก
“เทรนด์การซื้อขายออนไลน์ มีในประเทศแถบยุโรปมากว่า 5-6 ปีแล้ว ซึ่งในยุคนั้นตลาดอีคอมเมิร์ซมีสัดส่วนธุรกิจเพียง 1% แต่หลังจากการใช้งานอินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้น ความเชื่อมั่นในระบบการใช้จ่ายดีขึ้นก็ทำให้ตลาดนี้โตได้ถึง 8% สำหรับในประเทศไทยเอง ซึ่งมีคนไทยเข้าถึงอินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้น 29% และใช้เวลาเฉลี่ยในการใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านดีไวซ์ต่างๆ เกิน 5 ชั่วโมง/วัน” ริคคาร์โด กล่าว
ตลอดระยะเวลา 1.5 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่เปิดตัวลาซาด้าเดือน ก.ย. 2556-ม.ค. 2558 มูลค่าการซื้อขายเพิ่มขึ้นมากกว่า 6 เท่า จาก 13% มาเป็น 87% เชื่อว่าอุปกรณ์ที่ใช้งานได้ง่าย อินเทอร์เน็ตเข้าถึงทุกพื้นที่ ช่วยกระตุ้นให้ลูกค้าเกิดความมั่นใจ และการซื้อของผ่านระบบที่ถูกต้อง
ด้วยความเป็นแพลตฟอร์มกลางในการซื้อขาย ทำให้รูปแบบของสัดส่วนสินค้าในเว็บกว่า 70% เป็นมาร์เก็ตเพลส และอีก 30% เป็นการขายสินค้าให้กลุ่มรีเทลเข้ามาใช้เป็นหนึ่งในช่องทางออนไลน์โดยแบรนด์ไม่ต้องบริหารจัดการช่องทางนี้เอง
“ปัจจุบันมีลูกค้าที่เข้าชมสินค้าวันละ 9 แสนราย รวมเป็น 20 ล้านราย/เดือน นั่นแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของลูกค้า ที่มีการใช้งานผ่านมือถือเพิ่มขึ้น โดยใช้งานผ่านระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ 5.9 ล้านเครื่อง และไอโอเอส 2.5 ล้านเครื่อง มีผู้ติดตามลาซาด้าผ่านแฟนเพจในเฟซบุ๊กกว่า 2 ล้านราย และติดตามผ่านออฟฟิเชียลแอคเคาท์ในไลน์กว่า 6.5 ล้านคน” ริคคาร์โด กล่าว
นอกจากแบรนด์สินค้าชื่อดังแล้ว ทางลาซาด้ามีแผนจะนำสินค้ากลุ่มไลฟ์สไตล์จากประเทศจีนเข้ามาขายด้วย เพื่อเป็นทางเลือกให้ลูกค้าเพิ่มเติม โดยสินค้านั้นๆ ทางลาซาด้าจะมีหลักเกณฑ์ในการคัดเลือกสินค้าที่มีคุณภาพและมาตรฐานในระดับที่ดี เพราะทราบกันดีว่าสินค้าจากจีนมีความหลากหลาย ถ้านำของไม่มีคุณภาพมาขายย่อมกระทบต่อชื่อเสียงของบริษัท
ภาพรวมช่องทางมาร์เก็ตเพลสของไทยปีนี้ มีแนวโน้มการเติบโตที่เพิ่มสูงขึ้น ถึงแม้ลาซาด้าจะขึ้นแท่นมาเป็นอันดับ 1 ในเวลาเพียงไม่กี่ปี แต่รายใหญ่อย่างวีเลิฟช็อปปิ้ง และราคูเท็น ตลาดดอทคอม ก็มีแผนงัดกลยุทธ์ออกมาแข่งขันกัน งานนี้ตลาดอีคอมเมิร์ซคงสนุกและดุเดือดเพิ่มขึ้นแน่นอน







