
คาดตลาดสัปดาห์นี้แกว่งตัว 1,510-1,560 จุด
สัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นไทยเริ่มต้นด้วยการผันผวนในทางลง โดยดัชนีได้รับแรงกดดันจากความกังวลเรื่องการขึ้นดอกเบี้ยนโยบายจากการประชุมเฟด ในวันที่ 18 มี.ค. และการทบทวนตัวเลขเศรษฐกิจไทยของ ธปท. ในวันที่ 20 มี.ค. ก่อนที่ดัชนีจะฟื้นตัวขึ้นในช่วงท้ายสัปดาห์หลังน้ำหนักของการขึ้นดอกเบี้ยของเฟด น่าจะเกิดขึ้นในเดือน ก.ย. มากกว่าเดือน มิ.ย. ช่วยคลายความวิตกของนักลงทุน อีกทั้งการปรับลดประมาณการ GDP ของ ธปท. ลดลงเหลือ 3.8% จาก 4% เป็นการลดลงที่ค่อนข้างน้อย
สัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นไทยเริ่มต้นด้วยการผันผวนในทางลง โดยดัชนีได้รับแรงกดดันจากความกังวลเรื่องการขึ้นดอกเบี้ยนโยบายจากการประชุมเฟด ในวันที่ 18 มี.ค. และการทบทวนตัวเลขเศรษฐกิจไทยของ ธปท. ในวันที่ 20 มี.ค. ก่อนที่ดัชนีจะฟื้นตัวขึ้นในช่วงท้ายสัปดาห์หลังน้ำหนักของการขึ้นดอกเบี้ยของเฟด น่าจะเกิดขึ้นในเดือน ก.ย. มากกว่าเดือน มิ.ย. ช่วยคลายความวิตกของนักลงทุน อีกทั้งการปรับลดประมาณการ GDP ของ ธปท. ลดลงเหลือ 3.8% จาก 4% เป็นการลดลงที่ค่อนข้างน้อย
สำหรับตลาดหุ้นโลกและไทย เราประเมินว่ามีโอกาสกลับมาผันผวนจากความกังวลการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ Fed เป็นระยะๆ ก่อนการประชุม FOMC ครั้งถัดไป ซึ่งความกังวลเฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าคาด และผลของฤดูกาลที่ไตรมาส 2 ของทุกปี มักมีเงินทุนไหลออกจากบ้านเรา (ส่วนหนึ่งจากเงินปันผลที่ส่งกลับประเทศของผู้ลงทุน) และนำมาสู่เส้นทางการอ่อนค่าของค่าเงินบาทในระยะกลาง เราจึงมองว่าหุ้นในกลุ่มส่งออกน่าจะได้ประโยชน์จากแนวโน้มการอ่อนค่าของเงินบาท โดยเราชอบกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ (KCE HANA DELTA SVI) รวมถึงหุ้นสายการบินและโรงแรมที่ได้ประโยชน์จากนักท่องเที่ยวที่มีโอกาสขยายตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง (CENTEL MINT ERW AAV AOT THAI NOK BA)
ปัจจัยสำคัญที่ควรจับตา : 1) ตัวเลขส่งออกไทยในช่วงสัปดาห์นี้ 2) การเปิดเผยตัวเลขประมาณการ GDP สหรัฐ ไตรมาส 4/2557 ครั้งสุดท้าย 27 มี.ค. และ 3) การ Switching โดยขายล็อกหุ้นที่มีกำไรมาก และซื้อหุ้นที่ยัง Underperform ของกองทุน ซึ่งอาจทำให้เกิดปรากฏการณ์ Window dressing ในช่วงปลายเดือน มี.ค.
กลยุทธ์การลงทุน : คาดตลาดสัปดาห์นี้แกว่งตัว 1,510-1,560 จุด เรามองตลาดแกว่งทรงตัวในช่วงปลายเดือน มี.ค. แต่หุ้นรายตัวมีโอกาสถูกผลักดันสลับขึ้นมา อย่างไรก็ตามความเสี่ยงจากความผันผวนระยะสั้นเนื่องมาจากเงินทุนไหลออกและการอ่อนค่าของบาท ซึ่งจะเกิดขึ้นหนักในช่วงเดือน เม.ย.ของทุกปี ทำให้เรามีมุมมองระมัดระวังต่อการลงทุน การอ่อนค่าของเงินเหรียญสหรัฐ เปิดโอกาสในการเก็งกำไรหุ้นโภคภัณฑ์ ซึ่งเราขอเลือกหุ้นที่มีธุรกิจอื่นรองรับความผันผวนของพลังงาน ซึ่งยังมีโอกาสแกว่งลงอีกในช่วงเดือน เม.ย.-พ.ค. นอกจากนั้นเราเน้นเลือกหุ้นรายตัวที่มีปัจจัยบวก หรือผลประกอบการผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว หรือมีปันผลในอัตราที่สูงกว่า 4% ซึ่งน่าจะทำให้หุ้นสามารถรับความผันผวนของตลาดได้ และการเข้าเก็งกำไรควรตั้งจุดตัดขาดทุน (Stop Loss) ทุกครั้ง
หุ้นเด่น : AAV SCC INTUCH ADVANC BCP TOP BANPU SGP
หุ้นเก็งกำไรทางเทคนิค : CNT TPOLY TPCH NOK SMT







