
GSTEL-GJSรวมพาร์ เพิ่มสภาพคล่องหุ้น
บริษัทจดทะเบียนนิยมใช้วิธีการแตกพาร์หุ้นให้เล็กลงเพื่อเปิดโอกาสให้นักลงทุนเข้ามาลงทุนได้มากขึ้น และส่งผลดีต่อราคาหุ้น แต่บางครั้งหุ้นที่มีราคาต่ำมากจนเกินไป ก็ไม่เป็นที่สนใจของนักลงทุนได้เช่นกัน
บริษัทจดทะเบียนนิยมใช้วิธีการแตกพาร์หุ้นให้เล็กลงเพื่อเปิดโอกาสให้นักลงทุนเข้ามาลงทุนได้มากขึ้น และส่งผลดีต่อราคาหุ้น แต่บางครั้งหุ้นที่มีราคาต่ำมากจนเกินไป ก็ไม่เป็นที่สนใจของนักลงทุนได้เช่นกัน
ล่าสุด คณะกรรมการ (บอร์ด) บริษัท จีสตีล (GSTEL) มีมติรวมพาร์จากหุ้นละ 1 บาท เพิ่มเป็น 5 บาท ทำให้บริษัทมีทุนจดทะเบียนลดลง จำนวน 39,020,594,984 หุ้น เป็น 9,755,148,746 หุ้น หรือทำให้ผู้ถือหุ้นมีจำนวนหุ้นน้อยลงในอัตราส่วน 5 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นใหม่
ทั้งนี้ การรวมพาร์ทำให้เงื่อนไขของใบสำคัญแสดงสิทธิซื้อหุ้นในทุกครั้งต้องเปลี่ยนแปลงไปด้วย เช่น ครั้งที่ 2 (GSTEL-W2) บริษัทปรับราคาใช้สิทธิ จากเดิมราคาหุ้นละ 0.55 บาท และ 2.75 บาท และอัตราการใช้สิทธิเดิม 1 : 1 เป็น 1 : 0.20 บาท
ด้านบอร์ดบริษัท จีเจสตีล (GJS) ก็มีมติรวมพาร์หุ้นจากเดิมหุ้นละ 0.69 บาท เป็น 6.90 บาท ทำให้ทุนจดทะเบียนลดลง 134,527,654,485 หุ้น เป็น 14,947,517,165 หุ้น หรือผู้ถือหุ้นมีจำนวนหุ้นที่ถืออยู่ลดลงในอัตรา 10 ต่อ 1
“บริษัทรวมพาร์เพื่อเพิ่มสภาพคล่องในการซื้อขายหุ้น และเพื่อประโยชน์ในการถือหุ้นของผู้ถือหุ้น” บริษัท จีเจสตีล ระบุ
ทั้งสองบริษัทมีการเพิ่มทุนในส่วนของเศษหุ้นให้กับนักลงทุนเฉพาะเจาะจง (พีพี) และวอร์แรนต์ด้วย เพื่อให้การรวมพาร์ไม่มีเศษ นอกจากนั้นก็งดการจ่ายเงินปันผลด้วย







