
ครม.ผ่านร่างกม.คุมบัตรเครดิต
ครม.มีมติอนุมัติผ่านร่างกฎหมายคุมบัครเครดิต ช่วยเกษตกรประสบภัยแล้งลดหนี้เงินต้น50%ที่เหลืออีกครึ่งให้ผ่อนชำระใน15ปีดอกเบี้ยMRR-3%
ครม.มีมติอนุมัติผ่านร่างกฎหมายคุมบัครเครดิต ช่วยเกษตกรประสบภัยแล้งลดหนี้เงินต้น50%ที่เหลืออีกครึ่งให้ผ่อนชำระใน15ปีดอกเบี้ยMRR-3%
นายกรณ์ จาติกวนิช รมว.คลัง เเถลงภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ว่า ที่ประชุมครม.เห็นชอบร่างพรบ.กำกับดูเเลเเละควบคุมธุรกิจบัตรเครดิตซึ่งเป็นเรื่องที่สืบเนื่องมาจากการที่รัฐบาลขับเคลื่อนนโยบายการเเก้ปัญหาหนี้นอกระบบ โดยขณะนี้ลูกหนี้นอกระบบ 2 เเสนราย ทางรัฐบาลได้เจรจาให้เข้าสู่กระบวนการสถาบันการเงินในระบบ สำหรับสาระสำคัญของพรบ.ฉบับนี้ ต้องการกำกับดูเเลผู้ประกอบการหรือสถาบันการเงิน เเละไม่ใช่สถาบันการเงินให้มีมารตรฐานในการให้บริการบัตรเครดิตเดียวกัน รวมถึงคุมครองผู้ใช้บัตรเครดิต
ทั้งนี้ ครม.เห็นชอบตามที่กระทรวงเกษตรเสนอ ให้ออกมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบปัญหาภัยเเล้ง อีกทั้งครม.เห็นชอบตามที่พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี เสนอให้สถาบันการเงินของรัฐ ช่วยเหลือสมาชิกที่เป็นหนี้กองทุนฟื้นฟู ด้วยการลดหนี้ที่เป็นเงินต้น 50 % ที่เหลืออีก 50% ผ่อนชำระภายใน 15 ปี อัตราดอกเบี้ยMRR-3%
ครม.ไฟเขียวร่างกฎหมายบัตรเครดิต-คุ้มครองลูกหนี้เพิ่ม "กรณ์" ชี้เป็นส่วนหนึ่งนโยบายแก้หนี้ของรัฐบาล ยันเตรียมชงร่างกฎหมายทวงถามหนี้อย่างเป็นธรรมอีกเร็วๆ นี้
นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) มีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การประกอบธุรกิจบัตรเครดิต พ.ศ... ตามที่กระทรวงการคลังและกระทรวงยุติธรรมได้ร่วมมือกันยกร่างขึ้น และได้ผ่านการประชาพิจารณ์มาแล้ว โดยร่างกฎหมายดังกล่าวจะเป็นการดูแลและควบคุมการประกอบธุรกิจบัตรเครดิต เพื่อกำกับดูแลให้ผู้ประกอบธุรกิจดังกล่าวทั้งที่เป็นสถาบันการเงินและผู้ประกอบธุรกิจที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (นอนแบงก์) อยู่ภายใต้กฎ กติกาเดียวกัน รวมถึงมีการเพิ่มการคุ้มครองผู้บริโภคหรือผู้ถือบัตรมากขึ้นด้วย
สำหรับสาระสำคัญของร่างกฎหมายดังกล่าว ประกอบด้วย 1.กำหนดให้การประกอบธุรกิจบัตรเครดิตเป็นกิจการที่ต้องขอรับใบอนุญาตจากรัฐมนตรี โดยคำแนะนำของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) 2.กำหนดให้ ธปท.กำหนดรายละเอียดในการ กำกับดูแล เช่น อัตราวิธีการคิดดอกเบี้ย ค่าปรับ ค่าธรรมเนียมและค่าบริการอื่นๆ 3. กำหนดหลักเกณฑ์ในการประกอบธุรกิจ เช่น รูปแบบของเอกสารชี้ชวน สัญญาบัตรเครดิตการกำหนดประเภทของบัตรเครดิต คุณสมบัติของผู้ถือบัตร การกำหนดวิธีการคิดดอกเบี้ย ค่าปรับ ค่าธรรมเนียมและค่าบริการอื่นใด อาทิ กำหนดข้อปฏิบัติอื่นๆ อาทิ หลักเกณฑ์การ รับเรื่องราวร้องทุกข์ของลูกค้า การรักษาความลับของลูกค้า
4.กำหนดสิทธิและหน้าที่ของผู้ประกอบธุรกิจ ผู้ถือบัตรและผู้รับบัตร เช่น ผู้ประกอบธุรกิจมีหน้าที่ให้ข้อมูลแก่ผู้ถือบัตรเกี่ยวกับการทุจริต ผู้ถือบัตรมีหน้าที่ชำระค่าสินค้าหรือค่าบริการแก่ผู้ประกอบธุรกิจภายในเวลา ที่กำหนด ผู้รับบัตรมีหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องของบัตรเครดิต เป็นต้น และ 5.กำหนดการคุ้มครองผู้ถือบัตร เช่น ห้ามผู้ประกอบธุรกิจเรียกเก็บเงินก่อนวันครบกำหนดชำระตามสัญญา และผู้ประกอบธุรกิจมีหน้าที่ในการป้องกันมิให้ผู้อื่นนำ ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ถือบัตรไปใช้โดยฉ้อฉล เป็นต้น
ทั้งนี้ ร่างกฎหมายดังกล่าวที่เสนอจะเป็นแนวทางแก้ไขปัญหาและ สร้างมาตรฐานในการกำกับดูแลการประกอบธุรกิจบัตรเครดิตที่เหมาะสมและเป็นธรรม มีการกำหนดสิทธิและหน้าที่ของผู้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิต ร้านค้าสถานบริการผู้รับบัตรเครดิต ตลอดจนผู้ถือบัตรเครดิตให้ชัดเจนยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวยังกำหนดมาตรการในการคุ้มครองผู้บริโภคที่เหมาะสม อันจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจและสังคมโดยรวมต่อไป
"สืบเนื่องจากรัฐบาลได้มีนโยบายแก้ไขหนี้สินภาคประชาชน เริ่มจากการดูแลแก้ปัญหาหนี้นอกระบบที่วันนี้คืบหน้าไปมาก มีการโอนเข้าระบบแล้วประมาณ 2 แสนราย และส่วนที่เหลือเมื่อผ่านการเจรจาแล้ว จะทยอยโอนเรื่อยๆ นอกจากนี้ รัฐบาลยังให้ความสำคัญกับการดูแลหนี้ในระบบด้วย จึงได้มีการเสนอร่างกฎหมายนี้" นายกรณ์ กล่าว
นายกรณ์ กล่าวอีกว่า กระทรวงการคลังยังเตรียมเสนอร่าง พ.ร.บ.การติดตามทวงถามหนี้อย่างเป็นธรรมให้ที่ประชุม ครม.พิจารณาในเร็วๆ นี้อีกด้วย
นายวัชระ กรรณิการ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รมว.คลัง ได้รายงานใน ครม.ว่า ร่างกฎหมายฉบับนี้จะเป็นฉบับแรกในรอบ 52 ปี นับตั้งแต่มีการใช้บัตรเครดิตในประเทศไทยมา โดยปัจจุบันยังมีการใช้ประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 หรือ ป.ว.58 อยู่ในการกำกับธุรกิจบัตรเครดิตของนอนแบงก์ ส่วนกรณีแบงก์กำกับดูแลโดย พ.ร.บ.ธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551







