
ธกส.ดัน3วิธีแก้จนเข้าครม.
ธ.ก.ส.ดันมาตรการแก้จนเข้า ครม. วงเงินกว่า 1.16 แสนล้านบาท พร้อมอัดสินเชื่อให้สูงสุดไม่เกิน 1 แสนบาท/ราย
ธ.ก.ส.ดันมาตรการแก้จนเข้า ครม. วงเงินกว่า 1.16 แสนล้านบาท พร้อมอัดสินเชื่อให้สูงสุดไม่เกิน 1 แสนบาท/ราย
นายลักษณ์ วจนานวัช ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส. เปิดเผยว่า ธนาคารได้เสนอมาตรการแก้ปัญหาความยากจน ลดความเหลื่อมล้ำของเกษตรกรรายย่อย เนื่องจากภาระหนี้สินและราคาผลผลิตตกต่ำ เพื่อเสนอต่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โดยคาดว่ากระทรวงการคลังจะนำเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เร็วๆ นี้ ซึ่งเป้าหมายของโครงการแก้ปัญหาหนี้สินผ่านระบบ ธ.ก.ส. จะมุ่งช่วยเกษตรกรรายย่อยที่มีหนี้สินไม่เกิน 5 แสนบาท มีจำนวนทั้งสิ้น 8.18 แสนราย คิดเป็นมูลหนี้กว่า 1.16 แสนล้านบาท
ทั้งนี้ จะดำเนินการผ่าน 3 โครงการ ได้แก่ โครงการปลดเปลื้องหนี้สิน เพื่อช่วยเกษตรกรไม่มีศักยภาพ หรือมีเหตุผิดปกติ เช่น เสียชีวิต ทุพพลภาพ เจ็บป่วยเรื้อรัง 2.8 หมื่นราย มีมูลหนี้ 4,000 ล้านบาท โดย ธ.ก.ส.จะปลดหนี้ด้วยการจำหน่ายเป็นหนี้สูญ ตัดออกจากบัญชีธนาคาร
สำหรับโครงการที่ 2 คือ โครงการปรับโครงสร้างหนี้ เน้นกลุ่มเกษตรกรที่ยังมีความสามารถในการประกอบอาชีพ แต่มีปัญหาในการชำระหนี้จากเหตุสุจริต หรือมีภาระหนัก มีประมาณ 3.4 แสนราย คิดเป็นมูลหนี้ 4.8 หมื่นล้านบาท เบื้องต้นไม่ต้องชำระเงินต้นเป็นเวลา 3 ปี เว้นแต่รายที่มีเหตุจำเป็น สามารถผ่อนชำระเงินต้นตามข้อตกลงแต่ไม่เกิน 10 ปี เว้นแต่มีความจำเป็นอาจขยายได้ถึง 15 ปี และคิดดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้าที่ปรับโครงสร้างในอัตราปกติ รวมทั้งปล่อยกู้ตามแผนฟื้นฟูการประกอบอาชีพไม่เกิน 5 หมื่นบาท/ราย มีวงเงินสินเชื่อที่เตรียมไว้ 1.5 หมื่นล้านบาท คิดดอกเบี้ยปกติของ ธ.ก.ส.
โครงการที่ 3 คือ โครงการขยายเวลาชำระหนี้ เน้นกลุ่มที่มีศักยภาพในการประกอบอาชีพ แต่ได้รับผลกระทบจากการงดทำนาปรังและราคายางตกต่ำ จำนวน 4.5 แสนราย มูลหนี้ 6.4 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะขยายเวลาชำระหนี้ตามศักยภาพของเกษตรกร งดคิดดอกเบี้ยปรับ รวมถึงจะปล่อยกู้เพิ่มเพื่อสนับสนุนให้ปลูกพืชอื่นทดแทน ไม่เกิน 1 แสนบาท/ราย มีวงเงินสินเชื่อ 3.5 หมื่นล้านบาท คิดดอกเบี้ยอัตราปกติ ทั้งนี้มาตรการนี้ให้เริ่มได้ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 2558-31 มี.ค. 2559
อย่างไรก็ตาม จากการสำรวจข้อมูลของ ธ.ก.ส. ณ วันที่ 31 ม.ค.นี้ พบว่า เกษตรกรลูกค้าธนาคารมี 3.52 ล้านคน มีหนี้สินรวม 7.66 แสนล้านบาท เป็นหนี้เฉลี่ยต่อราย 2.17 แสนบาท แบ่งเป็นลูกค้าที่ไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามกำหนด 3.25 แสนราย คิดเป็น 9.24% ของลูกค้าทั้งหมด มีมูลหนี้รวมกว่า 7.92 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 10.33% ของหนี้ทั้งหมด







