posttoday
ร่วมมือกันกระตุ้น

ร่วมมือกันกระตุ้น

22 มีนาคม 2558

ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. ยอมรับเรื่องเศรษฐกิจจะขยายตัวไม่ถึง 4%

ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. ยอมรับเรื่องเศรษฐกิจจะขยายตัวไม่ถึง 4%   โดยประกาศปรับลดคาดการณ์ลงเหลือ  3.8%  และปรับลดเป้าหมายการส่งออกลงจาก 1% เหลือ 0.8% อาจจะทำให้หลายฝ่ายเกิดความไม่สบายใจ เนื่องจากปี 2558 เพิ่งผ่านไปไม่ถึง 3 เดือนเลย  ธปท.กลับยกธงถอยเล็กๆ เสียแล้ว แต่นับเป็นเรื่องที่ดีเพราะเป็นการส่งสัญญาณว่าเศรษฐกิจไทยไม่ได้แย่อย่างที่กังวลกันมากนัก   แม้ว่าตอนนี้จะมีหลายสำนักปรับลดประมาณการเศรษฐกิจลงไปเหลือ 3% หรือ 3.5% ไปเรียบร้อยแล้วก็ตาม

เราขอเชียร์ให้ภาคธุรกิจเดินหน้าการลงทุนอย่างต่อเนื่อง เพราะการปรับลดลงเพียง 0.2%  เอกชนอย่าเพิ่งหมดกำลังใจ เนื่องจากขณะนี้ก็ยังมีสัญญาณที่ดีหลายตัว โดยเฉพาะการเบิกจ่ายงบประมาณ ณ วันที่ 13 มี.ค. โดยรวมอยู่ที่ 1,173,149 ล้านบาท คิดเป็น 45.56% แบ่งเป็นงบประจำ 1,059,224 ล้านบาท หรือ 49.53% และงบลงทุน 113,924 ล้านบาท หรือ 25.35%

ขณะเดียวกันธนาคารพาณิชย์และธนาคารของรัฐมีการทยอยปรับลดดอกเบี้ยลง  หลังจากที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เซอร์ไพรส์ตลาดปรับลดดอกเบี้ย 0.25% เหลือ 1.75% ทำให้ต้นทุนทางการเงินของประชาชนและธุรกิจลดลง

ขณะเดียวกันธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ก็ส่งสัญญาณว่าจะยังไม่รีบปรับขึ้นดอกเบี้ยในกลางปีนี้อย่างที่ตลาดคาดการณ์ มีลุ้นว่าจะปรับขึ้นได้ต้องรอไปปีหน้า

ดอกเบี้ยที่ลดลงส่งแรงกระเพื่อมถึงค่าเงินบาทให้อ่อนตัวลง ซึ่งคาดว่าจะช่วยกระตุ้นให้ภาคส่งออกฟื้นตัวบ้าง หลังจากกระทรวงพาณิชย์คาดแนวโน้มในเดือน ก.พ. จะติดลบ 3.5% ใกล้เคียงกับในเดือน ม.ค.ก็ตาม

และที่สำคัญรัฐบาลสั่งให้ทุกหน่วยงานเร่งรัดการเบิกจ่ายในช่วงเวลาที่เหลืออีก 7 เดือนของปีงบประมาณ  แสดงถึงความตั้งใจที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจให้มากที่สุด  หากเอกชนเกิดความรู้สึกท้อถอยก็จะยิ่งฉุดให้กำลังซื้อแย่ลงไปอีก เชื่อว่าเม็ดเงินลงทุนของภาครัฐจะเริ่มเห็นผลในช่วงไตรมาส 2 เป็นต้นไป  ส่งผลให้เศรษฐกิจน่าจะขยายตัวได้มากกว่าไตรมาสแรกที่เติบโต 3%

ทั้งนี้ หากต้องการอัดฉีดงบให้ลงไปสู่ระบบได้เร็วและเห็นผลอย่างชัดเจน เราเห็นว่าทุกหน่วยงานโดยเฉพาะส่วนที่กระจายงบไปสู่ชนบท ต้องรีบใช้เงินและรัฐอย่าได้กังวลมากเลยกับเรื่องการป้องกันการทุจริต ตั้งแต่เริ่มใช้จ่ายเงิน เพราะการเริ่มตรวจสอบตั้งแต่ต้นทางเหมือนที่ผ่านมา เป็นอุปสรรคที่ทำให้งบค้างท่อจำนวนมาก รัฐควรจะดำเนินการตรวจสอบหลังใช้งบไปแล้ว เมื่อนั้น ใครทำไม่ถูกต้อง ย่อมมีหลักฐานชัดเจน สามารถเอาผิดได้เต็มที่

หากรัฐไม่ปรับวิธีการปล่อยเงิน การตรวจสอบเรื่องทุจริต อาจจะทำให้เป้าหมายการเบิกจ่ายงบลงทุนของภาครัฐ   80% และเบิกจ่ายงบในภาพรวม   98% อาจจะเป็นเพียงความฝันเท่านั้น หากเป็นเช่นนั้น เศรษฐกิจไทยคงจะฟื้นไม่ได้อย่างเป้าหมายที่ต้องการ 3.80% จนนำไปสู่การปรับลดประมาณการลงอีกหลายครั้งก็เป็นไปได้สูง

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน