
"ฮอนด้า โมบิลิโอ เอส" ตอบโจทย์ได้ทุกไลฟ์สไตล์
“ฮอนด้า โมบิลิโอ” รุ่นเอส(S AT) น่าสนใจไม่น้อยที่เหมาะจะเป็นรถยนต์คันที่ 2 หรือคันที่ 3 ในบ้าน
โดย...พลพัต สาเลยยกานนท์
เวลานี้หากพูดถึงกระแสปั่นจักรยานที่มาแรงฮิตกันทั่วบ้านทั่วเมืองด้วยเรื่่องสุขภาพ และการรักษาสิ่งแวดล้อม จั่วหัวมาเช่นนี้แล้วถามว่าเกี่ยวอะไรกับเรื่องรถยนต์ล่ะ...?
คงจะต้องตอบเช่นนี้ว่า ล่าสุด บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จัดกิจกรรมให้สื่อมวลชนลองสัมผัสสมรรถนะของรถยนต์ “ฮอนด้า โมบิลิโอ” รถยนต์อเนกประสงค์ (เอ็มยูวี) ขนาดเล็ก ซึ่งรูปแบบงานในครั้งนี้ “เก๋เก๋” รับเทรนด์ปั่นจักรยานอีกต่างหาก ด้วยการแสดงให้เห็นถึงการบรรทุกสัมภาระลักษณะการใช้งานจริงในชีวิตประจำวันโดยครั้งนี้ที่ “โพสต์ทูเดย์” ได้ลองขับนั้น เป็นรุ่นราคาเริ่มต้นของเกียร์อัตโนมัติในรถยนต์คันนี้ หรือที่เรียกว่า “ฮอนด้า โมบิลิโอ” รุ่นเอส (S AT)
เข้าเรื่องตรงประเด็นกับเจ้ารถคันนี้กันเลยดีกว่า ซึ่งรูปลักษณ์หน้าตาความสวยงามคงไม่ลงรายละเอียดมาก แต่จะชี้ให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างตัวราคาเริ่มต้นนี้ที่การออกแบบของรูปลักษณ์ภายนอก ที่รุ่นนี้เป็นล้อกระทะพร้อมฝาครอบ ขณะที่รุ่นท็อปเป็นล้ออัลลอย ส่วนอื่นๆ ที่เหลือหน้าตาคล้ายคลึงกันทุกประการไม่แตกต่าง ซึ่งโดดเด่นดึงดูดสายตาเมื่ออยู่บนท้องถนนได้เช่นเดียวกัน
ขณะที่ภายในห้องโดยสารจุดนี้จะมีความแตกต่างเยอะหน่อย เป็นต้นว่าระบบเครื่องเสียงแบบธรรมดา ไม่มีจอแสดงผลเล่นไฟล์เพลงจาก USB และ AUX รวมถึงวิทยุ FM/AM ได้ปกติ นั่นจึงหมายรวมถึงการที่ไม่มีกล้องมองหลังขณะถอยจอดอีกด้วย ส่วนพวงมาลัยนั้นเป็นแบบปกติ ไม่มีปุ่มควบคุมหรือที่เรียกว่าพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นดังเช่นในรุ่นท็อป และอีกจุดหนึ่งคือ มีเบาะที่นั่งเพียง 2 แถว ต่างจากรุ่นท็อปที่มี 3 แถว ซึ่งสีสันภายในห้องโดยสารเป็นสีดำล้วน
ประเด็นสุดท้ายนี้เองที่เป็นความแตกต่างที่น่าจะเหมาะกับความต้องการที่ตรงยุคตรงสมัยเวลานี้ เพราะเมื่อไม่มีเบาะที่นั่งแถวที่ 3 ทำให้พื้นที่บรรทุกสัมภาระด้านท้ายเพิ่มขึ้น โดยเบาะที่นั่งแถวที่ 2 สามารถพับแยกแบบ 60:40 พร้อมพับจังหวะเดียว (One Motion) และพนักพิงยังพับราบและปรับเอนได้ถึง 3 ระดับ รวมถึงมีถาดรองสัมภาระท้ายรถให้ เพื่อป้องกันการขีดข่วนจากการใช้งาน พร้อมกับกล่องอเนกประสงค์ใต้เบาะนั่งแถวที่ 2 โดยเมื่อพับเบาะที่นั่งแถวที่ 2 แล้ว จะมีพื้นที่ความจุถึง 1,214 ลิตร (สูง 104 ซม. ลึก 146 ซม. กว้าง 125 ซม.)
อธิบายง่ายๆ คือ สามารถนำไปติดตั้งแร็กจับจักรยาน (เพิ่มเติมนอกเหนือจากอุปกรณ์มาตรฐาน) ภายในรถ จะสามารถใส่ทั้งจักรยานเสือภูเขาและเสือหมอบได้ 2 คัน แบบถอดล้อหน้าวางตั้งภายในรถได้อย่างสบายๆ เมื่อพับเบาะแถวที่ 2 ซึ่งส่วนตัวมองว่าสะดวก ปลอดภัย ไม่ต้องติดตั้งอุปกรณ์ต่อพ่วงนอกตัวรถเพิ่มเติม นอกจากนี้ หากจะบรรทุกสิ่งของอื่นๆ ก็ตอบโจทย์ความอเนกประสงค์ได้เป็นอย่างดี
ขณะที่การขับขี่ของเครื่องยนต์ SOHC i-VTEC 4 สูบ 16 วาล์ว ขนาด 1.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 120 แรงม้าที่ 6,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุดที่ 145 นิวตัน-เมตรที่ 4,600 รอบ/นาที ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ CVT ใหม่ ที่ได้รับการพัฒนาภายใต้ Earth Dreams Technology ซึ่งอารมณ์การขับขี่แม้บรรทุกสัมภาระแบบเต็มพิกัด ก็ให้การตอบสนองที่ดีพอประมาณ อาจจะไม่ได้ปรู๊ดปร๊าดทันใจแบบกระโชกโฮกฮาก แต่ได้อารมณ์แบบเรื่อยๆ มาเรียงๆ ตามรอบเครื่องยนต์ ซึ่งไว้ใจได้ตามลักษณะการใช้งานและการบรรทุก ส่วนช่วงล่างอุ่นใจในการเดินทางพร้อมความสะดวกสบายนุ่มนวล ซึ่งที่ชอบในช่วงล่างและการขับขี่คือ วงเลี้ยวที่แคบและน้ำหนักพวงมาลัยที่เหมาะมือ ถึงแม้จะไม่คมกริบนัก
สำหรับระบบความปลอดภัยที่มาพร้อมด้วยถุงลมคู่หน้า Dual SRS ระบบป้องกันล้อล็อก (ABS) ระบบกระจายแรงเบรก (EBD) เข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบดึงกลับอัตโนมัติ เข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบ 3 จุด 2 ตำแหน่ง เข็มขัดนิรภัยผู้โดยสารแถวที่ 2 แบบ 3 จุด 2 ตำแหน่ง และ 2 จุด 1 ตำแหน่ง ระบบกุญแจนิรภัย (Immobilizer) จุดยึดเบาะนั่งสำหรับเด็ก (ISOFIX) ก็สบายใจหายห่วงครบครันดี
รวมแล้ว “ฮอนด้า โมบิลิโอ” รุ่นเอส(S AT) หรือรุ่นล่างสุดนี้ น่าสนใจไม่น้อยที่เหมาะจะเป็นรถยนต์คันที่ 2 หรือคันที่ 3 ในบ้าน ที่เผื่อไว้บรรทุกสัมภาระด้วยพื้นที่บรรทุกที่กว้างขวางและสามารถปรับได้อเนกประสงค์เหลือเกิน หรือจะเป็นเหล่าเจ้าของธุรกิจ เอสเอ็มอีต่างๆ ที่ต้องการพื้นที่บรรทุกสัมภาระสำหรับผลิตภัณฑ์หรือสินค้าที่ต้องการดูแลเป็นพิเศษ ไม่โดนฝน ไม่โดนลม ไม่โดนฝุ่น ก็น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีของรถประเภทนี้ในรุ่นนี้ที่ราคา 6.42 แสนบาท จ่ายเบากว่ารุ่นท็อปที่ราคาอยู่ที่ 7.39 แสนบาท หรือเมื่อเทียบกับรถประเภทเดียวกันก็เป็นราคาที่น่าสนใจพร้อมตอบรับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ ทั้งกิจกรรมต่างๆ หรือจะเป็นทางธุรกิจขนาดย่อม ได้อย่างอเนกประสงค์ลงตัว







