
T+2ดีเดย์ปี2559
เพิ่มศักยภาพตลาดทุนไทย ปีนี้ลูกค้าเช็กหุ้นในพอร์ตทุกบล.
โดย...ทีมข่าวโพสต์ทูเดย์
เพิ่มศักยภาพตลาดทุนไทย ปีนี้ลูกค้าเช็กหุ้นในพอร์ตทุกบล.
ตลาดหลักทรัพย์ฯ คาดใช้ T+2 ปี 2559 พัฒนาทัดเทียมมาตรฐานสากล ส่วนปีนี้เปิดระบบให้นักลงทุนตรวจสอบหุ้นในพอร์ตของทุกโบรกฯ ป้องกันถูกยักยอก
นายบดินทร์ อูนากูล รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานบริหารและดูแลสายงานปฏิบัติการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ตลท.คาดว่าจะใช้การชำระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์ 2 วันทำการ (T+2) ปี 2559 เป็นต้นไป จากปัจจุบันเป็น T+3 ซึ่งขณะนี้ ตลท.และบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) อยู่ระหว่างการทดสอบระบบฝ่ายปฏิบัติงาน (แบ็กออฟฟิศ) สองเรื่องสุดท้าย คือ การชำระราคาใหม่ในฝั่งซื้อขายหลักทรัพย์ และงานส่วนของบริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) หรือ TSD ซึ่งหลายปีที่ผ่านมา ตลท.ได้ดำเนินการเปลี่ยนแปลงระบบซื้อขายและชำระราคาทั้งหลักทรัพย์และอนุพันธ์อย่างต่อเนื่อง
“ตอนนี้เหลือขั้นตอนการทดสอบระบบแบ็กออฟฟิศทั้งสองอย่างอีก 7 ครั้ง จากทั้งหมด 8 ครั้ง คาดว่าจะเริ่มอย่างเป็นทางการได้ภายในเดือน มิ.ย.นี้ จากนั้นจึงจะเริ่มหารือแลกเปลี่ยนข้อมูลเรื่อง T+2 กับบริษัทหลักทรัพย์ ว่ามีความพร้อมระดับไหน มีต้นทุนการดำเนินงานหรือคุ้มที่จะทำแค่ไหน หรือประโยชน์ที่ได้รับอะไรบ้าง สิ่งที่กังวลมีต่อลูกค้าต่างประเทศว่าจะมีการชำระราคาได้ทันตามที่กำหนดหรือไม่อย่างไร ตรงข้ามกับนักลงทุนไทยที่ไม่ต้องห่วงเพราะต้องตัดบัญชีอัตโนมัติ (ATS) ทั้งหมดนี้ต้องใช้เวลากว่าได้จะข้อสรุป” นายบดินทร์ กล่าว
รองผู้จัดการ กล่าวว่า การเปลี่ยนมาใช้ T+2 เป็นการปรับเพื่อสอดคล้องกับมาตรฐานสากล ซึ่งตลาดหุ้นที่ใช้ T+2 คือ ฮ่องกง เกาหลี ไต้หวัน ขณะที่ตลาดหลักทรัพย์ออสเตรเลียและสิงคโปร์ ก็มีแผนจะใช้ T+2 ในปี 2559-2560 ส่วนประเทศมาเลเซียอยู่ระหว่างการพิจารณาเช่นกัน
สำหรับประโยชน์ที่จะได้รับจากการปรับเปลี่ยนเป็น T+2 ช่วยเพิ่มศักยภาพหลายอย่างในอุตสาหกรรม ตั้งแต่ช่วยเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันให้ทัดเทียมกับบริษัทสำนักหักบัญชีชั้นนำของโลก ช่วยรองรับในความหลากหลายตลาด (Multi- MarKets) และการชำระราคาในสกุลเงินต่างประเทศๆ ได้มากขึ้นนอกจากสกุลเงินบาท (Multi-Currencies)
นอกจากนั้น ยังช่วยเพิ่มความรวดเร็วและลดขั้นตอนการปิดสมุดทะเบียนของสมาชิก (โบรกเกอร์) รองรับการเพิ่มสินค้าและบริการใหม่ได้รวดเร็วขึ้น รวมถึงการตรวจสอบข้อมูลการซื้อขายได้เร็วป้องกันการทุจริตในการถ่ายโอนหุ้นของลูกค้าที่ซื้อขายหลักทรัพย์ เนื่องจากการรายงานข้อมูลการซื้อขายต่อไปนี้จะเป็นโครงสร้างบัญชีรับฝากแบบรายบุคคลที่จะรู้ทั้งที่สำนักงานหักบัญชีและที่โบรกเกอร์แบบเรียลไทม์ เพราะหากจำนวนบัญชีตามบุคคลไม่ตรงกันระหว่าง ตลท.และ บล.ก็ถือว่าผิดปกติ แต่ขั้นตอนการตรวจสอบข้อมูลก็ต้องไปตามกฎเกณฑ์ในการขอข้อมูลจาก บล.เท่านั้น
ทั้งนี้ จากการศึกษาเรื่องการมาใช้ T+2 พบผลประโยชน์ 4 เรื่อง คือ 1.ลดความเสี่ยงจากการที่คู่ค้าจะผิดนัดชำระเงิน/ส่งมอบหลักทรัพย์ (Credit Risk) และความเสี่ยงจากการขาดสภาพคล่อง (Liquidity Risk) ในระบบชำระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อผู้ลงทุนและตลาดโดยรวม 2.ลดต้นทุนด้านการดำเนินงานของโบรกเกอร์ เนื่องจากเมื่อมีวงจรลดลง ความเสี่ยงลดลง ส่งผลให้มูลค่าหลักประกันที่โบรกเกอร์ต้องวางจะลดลงด้วย 3.นักลงทุนจะได้รับเงินจากการขายและได้รับหลักทรัพย์จากการซื้อเร็วขึ้น 4.การปรับเปลี่ยนครั้งนี้สอดคล้องกับมาตรฐานและวิธีปฏิบัติของตลาดหุ้นชั้นนำในต่างประเทศ เช่น ประเทศในแถบยุโรป ไต้หวัน ฮ่องกง เป็นต้น
สำหรับผลกระทบด้านลบ 1.ต้องปรับวิธีปฏิบัติของผู้ลงทุน โดยเฉพาะผู้ลงทุนต่างประเทศ เพื่อให้จ่ายเงินค่าซื้อและส่งมอบหุ้นได้เร็วขึ้น 2.การปรับระบบงาน กระบวนการทำงานของสมาชิก ทั้งนี้เวลาที่มีความแตกต่างกัน อาจจะมีผลกับนักลงทุนต่างประเทศในเรื่องการแลกเปลี่ยนเงิน
นายบดินทร์ กล่าวว่า บริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ ยังมีการพัฒนาระบบ Investor Portal เพื่อให้นักลงทุนสามารถเข้ามาตรวจสอบหลักทรัพย์ทั้งหมดของตนเองได้ แม้จะมีการเปิดบัญชีกับหลายโบรกเกอร์ คาดว่าจะสามารถเริ่มดำเนินการได้ปีนี้ เพราะปัจจุบันยังติดกฎหมายเรื่องสิทธิส่วนบุคคล ซึ่ง ตลท.ต้องหารือกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อออกเกณฑ์รองรับการดำเนินการดังกล่าว
“ระบบนี้จะเป็นการปกป้องนักลงทุน ว่ามาร์เก็ตติ้งมีการแอบถ่ายโอนหุ้นของลูกค้าออกไปหรือไม่” นายบดินทร์ กล่าว
นอกจากนั้น TSD จะพัฒนาบริการเพื่อมุ่งสู่การเป็น Digital Exchange เพื่อบริการให้ครอบคลุมทั้งผู้ออกหลักทรัพย์และนักลงทุน โดยขณะนี้อยู่ระหว่างศึกษานำระบบอิเล็กทรอนิกส์เข้ามาช่วยให้ผู้ถือหุ้นสามารถใช้สิทธิจองซื้อหุ้นเพิ่มทุน (Digital Subscription) ต่างๆ ได้เร็วขึ้น โดยจะเริ่มจากการจองซื้อหุ้นเพิ่มทุนในส่วนของผู้ถือหุ้นเดิมก่อน ซึ่งตอนนี้อยู่ระหว่างการศึกษาและหารือกับ ก.ล.ต.และผู้เกี่ยวข้อง







