posttoday
'อุ๋ย'ตรึงภาษีแวต7%อีกปี

'อุ๋ย'ตรึงภาษีแวต7%อีกปี

21 มีนาคม 2558

ยันไม่ใช่สัญญาณศก.ย่ำแย่ ธปท.ไม่หวั่นเงินเฟ้อติดลบต่อ

โดย...ทีมข่าวโพสต์ทูเดย์

ยันไม่ใช่สัญญาณศก.ย่ำแย่ ธปท.ไม่หวั่นเงินเฟ้อติดลบต่อ

“หม่อมอุ๋ย” ยันรัฐบาลนี้ไม่ปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ธปท.รับเงินเฟ้อติดลบ 2 ไตรมาสติดแต่ยังไม่ฝืด

ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ภายใต้การบริหารงานของรัฐบาลนี้ จะยังไม่มีนโยบายขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) โดยคาดว่าน่าจะมีการต่ออายุการผ่อนผันภาษีแวตอัตรา 7% ออกไปอีก 1 ปี จากเดิมที่การผ่อนผันจะหมดอายุในเดือน ก.ย.ปีนี้ ซึ่งจะทำให้การจัดงบประมาณปี 2559 ยังเป็นงบขาดดุลอยู่แต่จะขาดดุลลดลง

“ไม่มีนโยบายขึ้นภาษีในรัฐบาลนี้ แต่การไม่ขึ้นภาษีไม่ได้เป็นสัญญาณเศรษฐกิจไม่ดี เพราะยังมีสัญญาณการฟื้นตัวที่ดี ปีนี้น่าจะโตได้ 4% โดยมีปัจจัยสำคัญจากงบลงทุนภาครัฐที่คาดว่าจะเบิกจ่ายได้ 80% เป็นตัวขับเคลื่อนหลัก ส่วนงบประมาณโดยรวมตั้งเป้าเบิกจ่ายไว้ที่ 98%” ม.ร.ว.ปรีดิยาธร กล่าว

สำหรับภาคการส่งออกปีนี้ไม่น่าจะเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้มากนัก เนื่องจากโตไม่ได้สูง ประมาณ 2-4% ด้านการลงทุนเอกชนน่าจะดีขึ้น เพราะการนำเข้าวัตถุดิบเพื่อการลงทุนเริ่มเพิ่มขึ้นมาตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2557 แต่ยังไม่กล้าพูดว่าดีได้เต็มปากขอดูให้ชัดก่อน คาดว่าน่าจะเห็นภาพรวมเศรษฐกิจที่ชัดเจนขึ้นในเดือน เม.ย.นี้

ด้าน นายเมธี สุภาพงษ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการสายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า การปรับลดประมาณการเศรษฐกิจปีนี้ลงเหลือ 3.8% ส่วนเงินเฟ้อทั่วไปคาดไว้ที่ 0.2% ต่ำกว่ากรอบล่างของเป้าหมายเงินเฟ้อเฉลี่ยทั้งปีที่ 2.5% บวกลบ 1.5% หรือต่ำสุดที่ 1% สูงสุดที่ 4% แต่ ธปท.ไม่ถือว่าเป็นสัญญาณเงินฝืด เพราะเงินเฟ้อต่ำจากต้นทุนและราคาน้ำมันต่ำลง ซึ่งน่าจะเป็นภาวะชั่วคราว โดยคาดว่าราคาน้ำมันดูไบปีนี้จะเฉลี่ยอยู่ที่ 59.5 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ลดลงจากเดิมที่คาดไว้ 70 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล

อย่างไรก็ดี ธปท.ยอมรับว่าเงินเฟ้อมีโอกาสจะติดลบต่อเนื่องไปถึงไตรมาส 2 ของปีนี้ ก่อนจะกลับเข้าสู่กรอบล่างได้ในไตรมาส 4 ปีนี้ หรือครึ่งปีหลังและกลับเข้าสู่เป้าหมายได้

“การคาดการณ์เงินเฟ้อต่ำเพียง 0.2% ไม่ได้หมายความว่าต้องดำเนินนโยบายการเงินผ่อนคลายหรือทิศทางดอกเบี้ยจะลดลงอีก แต่เป็นการมองไปข้างหน้าว่าเงินเฟ้อจะต่ำตามราคาน้ำมันที่ถูกลงซึ่งไม่น่าห่วง” นายเมธี กล่าว

ทั้งนี้ การลดประมาณการเศรษฐกิจเหลือขยายตัว 3.8% นั้น มาจากการคาดการณ์ว่าการบริโภคภาคเอกชนโตลดลงเหลือ 2.4% จากเดิม 3.1% การลงทุนภาคเอกชน โตลดเหลือ 3.1% จาก 7.2% การอุปโภคบริโภคภาครัฐขยายตัวเพิ่มเป็น 4.2% จากเดิม 1.8% แต่การลงทุนภาครัฐขยายตัวลดลงเหลือ 8% จากเดิมที่ 11% และการส่งออกโต 0.8% ลดจากเดิม 1% การนำเข้าโตเหลือ 0% และจะเกินดุลบัญชีเดินสะพัด 1.65 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ

สำหรับการเบิกจ่ายงบลงทุนภาครัฐ คาดว่าปีนี้จะอยู่ที่ 69% โดยที่ผ่านมาประสิทธิภาพการเบิกจ่ายของหน่วยงานรัฐเพิ่มไม่ได้เร็วสอดคล้องกับรายจ่าย รวมทั้งมีการปรับค่างานก่อสร้าง จากราคาน้ำมันที่ลดลงด้วย

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล