
เอกชนผวาธปท.หั่นจีดีพี
ธปท.สุดทนเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวช้า ตัดใจหั่นจีดีพีปีนี้เหลือ 3.8% แบงก์เตือนเอกชนปรับตัวลงตาม
โดย...ทีมข่าวโพสต์ทูเดย์
ธปท.สุดทนเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวช้า ตัดใจหั่นจีดีพีปีนี้เหลือ 3.8% แบงก์เตือนเอกชนปรับตัวลงตาม
นายเมธี สุภาพงษ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ผลการประเมินอัตราการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ของปีนี้ ธปท.เห็นควรให้ลดประมาณการขยายตัวของจีดีพีปีนี้ลงจากที่คาดการณ์ไว้ 4% เหลือ 3.8% ภายใต้สมมติฐานเงินเฟ้อทั่วไปที่ 0.2% ลดลงจากเดิมที่เคยคาด 1.2% แต่ยังไม่ถือว่าเป็นภาวะเงินฝืด เนื่องจากภาวะเงินเฟ้อลดลงทั่วโลก ส่วนสมมติฐานเงินเฟ้อพื้นฐานคาดไว้ที่ 1.2% เท่าเดิม
ขณะที่การขยายตัวของการส่งออกปีนี้ลดลงจากเดิมที่คาดไว้ที่ 1% ลดลงเหลือ 0.8% ส่วนปีหน้าคาดว่าจีดีพีจะโตที่ 3.9% เท่าเดิม อย่างไรก็ดี ธปท.ยังมองว่าภาวะเศรษฐกิจไทยยังมีโอกาสฟื้นตัวได้ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้
“สาเหตุที่ปรับลดประมาณการจีดีพีปีนี้ลดลงมาจากปัจจัยสำคัญ 3 ด้าน คือ 1.ภาวะเศรษฐกิจในไตรมาส 4 ปีที่ผ่านมาโตได้น้อยกว่าคาด ทำให้ภาวะเศรษฐกิจปีนี้ยังขาดแรงส่ง 2.ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและนักธุรกิจชะลอลงต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วง 2 เดือนแรกของปีนี้ และ 3.การใช้จ่ายและการลงทุนภาครัฐยังเบิกจ่ายได้ล่าช้า ส่งผลให้การลงทุนของภาคเอกชนช้าตามไปด้วย ทำให้ ธปท.ทบทวนจีดีพีปีนี้ลดลง” นายเมธี กล่าว
นายเบญจรงค์ สุวรรณคีรี ผู้อำนวยการอาวุโส ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ธนาคารทหารไทย กล่าวว่า หลังจาก ธปท.ปรับลดอัตราการขยายตัวของจีดีพีลง เป็นสัญญาณว่าเศรษฐกิจยังไม่ดีจะทำให้เอกชนต้องปรับแผนธุรกิจตาม อาจต้องสะสมเงินสดมากขึ้น ปรับแผนการผลิตและการตลาดลง ซึ่งคาดว่าในครึ่งปีแรกภาคเอกชนคงจะไม่โหมทำการตลาด แต่จะไปเร่งตัวในครึ่งปีหลัง เพราะภาพเศรษฐกิจจะชัดเจนกว่าในครึ่งปีแรก
“มองว่า ธปท.คงจะต้องใช้นโยบายดอกเบี้ยพยุงเศรษฐกิจต่อไป เนื่องจากเหลือเครื่องมือไม่กี่อย่างในการดูแลเศรษฐกิจ มีแค่การค้าชายแดนที่ยังขยายตัว การท่องเที่ยวที่เริ่มฟื้นตัวบ้าง แต่ก็ยังไม่พอที่จะแบกรับเศรษฐกิจแทนภาคการส่งออกที่ชะลอตัวลงได้” นายเบญจรงค์ กล่าว
นายเบญจรงค์ กล่าวอีกว่า มีความเป็นไปได้ว่าในปีนี้อาจจะมีการทบทวนตัวเลขเศรษฐกิจรายไตรมาส เพื่อให้สอดคล้องและเป็นไปตามการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลกที่มีความผันผวนมากขึ้น
นายเจษฎา สุขทิศ ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บลจ.ซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล กล่าวว่า หลังจากนี้คาดว่าการลงทุนจะมีความเสี่ยงมากขึ้นจากการลดประมาณการกำไรสุทธิของบริษัทจดทะเบียนลงในกลุ่มที่ได้รับผลกระทบโดยตรงกับภาวะเศรษฐกิจหลังจากที่ ธปท.ได้ปรับลดตัวเลขประมาณการเศรษฐกิจลง
นายเจษฎา กล่าวอีกว่า ปัจจุบันยังไม่ได้มีการปรับลดเป้าดัชนีหุ้นไทยที่คาดว่าสิ้นปีนี้จะอยู่ที่ 1,600 จุด เพราะยังมีความคาดหวังว่าการเบิกจ่ายเงินลงทุนภาครัฐที่จะทยอยออกมาในครึ่งปีหลัง รวมถึงเงินทุนจากต่างชาติที่มีโอกาสไหลเข้ามามากขึ้นจากการใช้นโยบายอัดฉีดมาตรการคิวอีของฝั่งยุโรปและญี่ปุ่น







