
เอ็มลิ้งค์แตกไลน์ จับมือ‘สามารถ’ ร่วมทุนโรงไฟฟ้า
เอ็ม ลิ้งค์ ผนึกสามารถฯ ร่วมทุนตั้งบริษัท “เชียงใหม่ เวสท์ทูเพาเวอร์” ลุยธุรกิจโรงไฟฟ้าขยะ
เอ็ม ลิ้งค์ ผนึกสามารถฯ ร่วมทุนตั้งบริษัท “เชียงใหม่ เวสท์ทูเพาเวอร์” ลุยธุรกิจโรงไฟฟ้าขยะ
แหล่งข่าวจากวงการสื่อสารโทรคมนาคม เปิดเผยว่า บริษัท เอ็ม ลิ้งค์ เอเชีย คอร์ปอเรชั่น (MLINK) และบริษัท สามารถคอร์ปอเรชั่น (SAMART) ร่วมมือจัดตั้งบริษัทร่วมทุน เชียงใหม่ เวสท์ทูเพาเวอร์ เพื่อทำธุรกิจใหม่โรงไฟฟ้าจากขยะ ซึ่งเซ็นสัญญาร่วมทุนโรงไฟฟ้าขยะที่ จ.เชียงใหม่ เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา
สำหรับโรงไฟฟ้าขยะนี้ เป็นโรงไฟฟ้าขยะที่ใหญ่ที่สุดในเชียงใหม่ ปริมาณขยะ 600 ตัน/วัน อายุสัมปทาน 20 ปี สามารถทำกำไรปีละ 200 ล้านบาท คาดเริ่มดำเนินการต้นปี 2559 นี้
“เอ็ม ลิ้งค์ฯ มีแผนทำโรงไฟฟ้าขยะอีกหลายจังหวัดทั่วภาคอีสานและเหนือ โดยนำร่องที่ จ.เชียงใหม่ ก่อน” แหล่งข่าวเปิดเผย
นายประสิทธิ์ ศรีสุวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็ม ลิ้งค์ฯ กล่าวว่า บริษัทมีแผนขยายไปทำธุรกิจใหม่เป็นพลังงานจากขยะและพลังงานครบวงจร เพื่อกระจายรายได้และลดความเสี่ยงจากธุรกิจหลัก
“บริษัท เอ็ม ลิ้งค์ฯ เห็นโอกาสจากการทำธุรกิจพลังงานขยะที่มีแนวโน้มสร้างการเติบโตรายได้ของบริษัท เป็นการกระจายรายได้ ลดความเสี่ยงจากธุรกิจหลัก” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าว
ด้าน นายธีรชัย ลีนะบรรจง รองกรรมการผู้จัดการสายการตลาด บริษัท เอื้อวิทยา (UWC) กล่าวว่า บริษัทได้ร่วมมือกับบริษัทโรงไฟฟ้ายักษ์ใหญ่ ดงฟาง อิเล็คทริค คอร์เปอเรชั่น (DEC) บริษัทผู้สร้างโรง
ไฟฟ้าขนาดใหญ่ 1 ใน 3 ของประเทศจีนเพื่อร่วมลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าในไทยและต่างประเทศเต็มรูปแบบ
รองกรรมการผู้จัดการ UWC กล่าวว่า โครงการโรงไฟฟ้าที่อยู่ในแผนงานการลงทุนของเอื้อวิทยา ขณะนี้มีเข้ามาจำนวนมาก ทั้งโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำในต่างประเทศ โรงไฟฟ้าพลังงานลมในภาคอีสานโรงไฟฟ้าชีวมวล 2-3 แห่ง ซึ่ง DEC มีความพร้อมที่จะเข้าร่วมลงทุนและสนับสนุนโครงการในด้านต่างๆ เนื่องจากเป็นบริษัทผู้สร้างโรงไฟฟ้าและเจ้าของโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ และเป็นผู้ผลิตอุปกรณ์โรงไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในโลก
ปัจจุบัน DEC มียอดผลิตไฟฟ้ามากกว่า 3.5 หมื่นเมกะวัตต์/ปี เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง และตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้ โดยมีรัฐบาลจีนเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ และมีผลงานมากกว่า 100 โครงการในต่างประเทศ และเป็นบริษัทอันดับหนึ่งของโลกด้านโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ และได้ร่วมสร้างเขื่อนที่ใหญ่ที่สุดในโลก Three Gorges Dam
แหล่งข่าวจากเจ้าหน้าที่การตลาดเปิดเผยว่า กระแสการทำธุรกิจโรงไฟฟ้ากำลังเป็นที่นิยม นักลงทุนต้องระมัดระวังการลงทุน และต้องติดตามดูว่าบริษัทมีการดำเนินธุรกิจได้จริง เป็นไปตามที่ประกาศกับนักลงทุนหรือไม่ เพื่อมิให้เกิดความเสี่ยงในการลงทุนหุ้นบริษัทเหล่านั้น







