
คสช.ถอยทัพเก็บภาษีบ้าน
อาทิตย์ที่ผ่านมา ครม.ได้พิจารณาเรื่องภาษีอสังหาริมทรัพย์ว่าจะคลอดหรือไม่ หลังจากถูกกระแสการเมืองกดดันรอบด้าน อีกทั้งทางคลังก็ไม่ค่อยจะสามารถอธิบายให้มวลชนได้เข้าใจถึงเปอร์เซ็นต์ที่จะจัดเก็บ โดยเฉพาะที่อยู่อาศัยที่ชักเย่อปรับไปปรับมาก็ยังไม่เป็นที่พอใจมวลชน
อาทิตย์ที่ผ่านมา ครม.ได้พิจารณาเรื่องภาษีอสังหาริมทรัพย์ว่าจะคลอดหรือไม่ หลังจากถูกกระแสการเมืองกดดันรอบด้าน อีกทั้งทางคลังก็ไม่ค่อยจะสามารถอธิบายให้มวลชนได้เข้าใจถึงเปอร์เซ็นต์ที่จะจัดเก็บ โดยเฉพาะที่อยู่อาศัยที่ชักเย่อปรับไปปรับมาก็ยังไม่เป็นที่พอใจมวลชน
ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ท่านนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เกิดไม่ประทับใจเลยไม่กล้าจะทุบโต๊ะ จึงสั่งให้เอาภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างซึ่งเป็นของร้อนออกไปก่อน ก็ไม่ทราบว่าท่านนายกฯ จะเตะลูกออกหรือเอาไปทบทวนกันก่อนแล้วค่อยเอาเข้ามาว่ากันใหม่ เป็นการชะลอกระแสต้านไม่ให้รัฐบาลถูกโจมตีจนเสียรังวัดกันไปใหญ่
หากลองพิจารณาดูก็จะพบว่า การปรับภาษีโรงเรือนให้จัดเก็บเป็นมาตรฐานสากล คือ เอาภาษีทรัพย์สินกับค่าธรรมเนียมการใช้ที่ดินมา รวมกันและเสียภาษีจากราคาประเมิน ส่วนใหญ่เห็นพ้องกันว่าไม่มีใครค้านในหลักการนี้ แต่ที่เป็นปัญหาคืออัตราจัดเก็บที่มีผลกระทบกับประชาชนในวงกว้าง ก็ชักเย่อกันไปมาว่าจะยกเว้นบ้านอยู่อาศัยเป็นเท่าไหร่ จากยกเว้นบ้านต่ำกว่า 1 ล้านบาท เพิ่มไปเป็น 1.5 ล้านบาท จะดีไหม แล้วจะค่อยๆ เก็บภาษีเป็นการบรรเทาผลกระทบ บ้านราคา 1-3 ล้านบาท เก็บแค่ครึ่ง หรือ 50% ส่วนที่เกินกว่านั้นค่อยเก็บเต็ม 100% จะดีไหม แต่เสียงมวลชนก็ยังไม่พอใจเพราะรู้สึกว่าเป็นภาระที่เพิ่มขึ้น
ที่น่าคิดคือ ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่จะปรับคราวนี้ คนรวยและคนที่รวยมากๆ ไม่ได้บ่นเรื่องนี้ ส่วนคนที่จนมากๆ ก็ไม่บ่นเช่นกัน คนที่ไม่พอใจกับการเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างครั้งนี้ก็คือ กลุ่มคนชั้นกลางที่ไม่เคยเสียภาษีบำรุงท้องที่หรือเสียน้อยมาก เพราะมีข้อยกเว้นให้กับบ้านอยู่อาศัยมากมาย คนกลุ่มนี้เกิดความไม่แน่นอนว่าจะต้องเสียเพิ่มเท่าไร
แต่ที่น่าจะพิจารณาให้ใกล้ชิด คือ ชาวนา ที่ต้องเสียภาษีตัวนี้เหมือนกัน แต่ชาวนาก็ไม่บ่น เพราะอัตราภาษีจะน้อยไม่เกินที่เคยเสียอยู่
ที่ร้อนตัวมากก็คือ กลุ่มนักการเมืองที่เริ่ม ชูประเด็นว่า การจะนำมาภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างมาใช้ยังคิดกันไม่รอบคอบ ผสมโรงไปด้วยว่ารัฐบาลเริ่มทำไม่ได้เหมือนที่คุยไว้ว่า อะไรเกิดประโยชน์ส่วนรวมต้องแก้ไข รัฐบาลทหารจะกล้าทุบโต๊ะ กระแสเริ่มผันผวนกลายเป็นประเด็นเป็นกระแสมากกว่าความเป็นจริง
คสช.กำลังถอยทัพแต่ก็ขอให้อย่ายอมแพ้ในหลักการของกฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างนี้ เมื่อถอยคนส่วนใหญ่ก็เห็นด้วยที่จะกลับไปทบทวนกันอีกทีว่ามีตรงไหนควรต้องปรับควรต้องแก้ และสิ่งสำคัญที่จะต้องทำเป็นอย่างยิ่งคือ การประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับรู้และสร้างความเข้าใจ ความจำเป็น และภาระที่จะเกิดขึ้นกับทุกกลุ่ม อย่าให้กระแสนักร้องดังเกินไปจนกลบหลักการที่ถูกต้องของกฎหมายนะครับ







