
สุภิญญาเสนอ4ประเด็นแก้กฎหมายกสทช.ต่อกฤษฎีกา
"สุภิญญา" ส่งหนังสือถึง ประธานคณะกรรมการกฤษฎีกา เสนอแนะ 4 ประเด็นแก้กฎหมาย กสทช.
"สุภิญญา" ส่งหนังสือถึง ประธานคณะกรรมการกฤษฎีกา เสนอแนะ 4 ประเด็นแก้กฎหมาย กสทช.
น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้จัดทำข้อเสนอแนะและความเห็นในขั้นตอนการตรวจพิจารณาร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่..) พ.ศ. ... ส่งถึงประธานคณะกรรมการกฤษฎีกา คณะที่ 1 นายมีชัย ฤชุพันธ์ ใน 4 ประเด็น ได้แก่ ความเป็นอิสระของ กสทช. การจัดสรรคลื่นความถี่ การจัดส่งเงินค่าประมูลเข้ากองทุนพัฒนาดิจิทัลฯ และกองทุน กสทช.
สำหรับความเป็นอิสระของ กสทช.นั้น ตามเจตนารมย์ของการจัดตั้งองค์กร ต้องมีหน้าที่จัดสรรคลื่นความถี่และกำกับดูแลการประกอบกิจการ รวมทั้งเรียกคืนคลื่นความถี่ที่หน่วยงานภาครัฐถือครองเพื่อนำมาปรับปรุงและจัดสรรอย่างเป็นธรรมในระบบใหม่ โดยคำนึงถึงประโยชน์สาธารณะ แต่หากอยู่ภายใต้การกำกับของคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ที่มีกรรมการส่วนใหญ่มาจากรัฐมนตรีประจำกระทรวง เป็นแนวทางทำให้ภาคการเมืองเข้ากำกับทิศทางและการดำเนินงานของ กสทช. โดยตรง และเอื้อให้มีการแทรกแซงการทำหน้าที่ของ กสทช. ได้โดยง่าย
ประเด็นต่อมา พรบ. ฉบับเดิมได้กำหนดให้ประชาชนเข้าถึงและใช้คลื่นความถี่ไม่น้อยกว่า 20% ส่วนบริการสาธารณะและประเภทธุรกิจไม่ได้กำหนดสัดส่วนแต่ละประเภทอย่างชัดเจน ซึ่งการอนุญาตต้องคำนึงถึงความเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ แต่ร่างฉบับใหม่กำหนดเพิ่มเติมว่าต้องจัดสรรคลื่นความถี่ให้แก่บริการสาธารณะอย่างเพียงพอ และขึ้นอยู่กับความต้องการของหน่วยงานรัฐ ซึ่งกระทบต่อการจัดสรรคลื่นอย่างเป็นธรรมได้ยาก อาจกลับไปสู่การถือครองคลื่นความถี่โดยหน่วยงานรัฐ
ขณะที่การเรียกคืนคลื่นความถี่เพื่อนำมาจัดสรรใหม่ ตามแผนแม่บทบริหารคลื่นความถี่ได้กำหนดเวลาในการปรับตัวไว้ ทั้งหน่วยงานรัฐที่ถือครองคลื่นต่างรับรู้แนวทางการเรียกคืนคลื่นความถี่เพื่อนำมาจัดสรรใหม่นับตั้งแต่ที่พระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ พ.ศ. 2543 มีผลบังคับใช้ หน่วยงานรัฐส่วนใหญ่จึงมีโอกาสถือครองคลื่นและประกอบกิจการในเชิงพาณิชย์ตลอดเวลากว่า 15 ปี จึงไม่มีเหตุผล ที่ต้องนำเงินของรัฐไปจ่ายเป็นค่าชดเชยให้กับหน่วยงานของรัฐเอง
รวมถึงกำหนดให้ กสทช.ต้องส่งเงินค่าธรรมเนียมการใช้คลื่นความถี่จากการประมูลให้กับกองทุนพัฒนาดิจิทัลฯ ก่อนส่งเป็นรายได้แผ่นดินนั้น หากกองทุนพัฒนาดิจิทัลฯ ต้องการใช้จ่ายเงินตามนโยบาย ควรต้องทำตามขั้นตอนงบประมาณแผ่นดิน รวมทั้งการให้กระทรวงการคลังกำหนดความจำเป็นของเงินรายได้ในกองทุน กสทช. สามารถนำส่วนที่เกินจำเป็นส่งเข้าเป็นรายได้แผ่นดินด้วย ไม่จำเป็นต้องกำหนดไว้
เนื่องจากรายได้ที่ กสทช. ได้รับจากการจัดสรรคลื่นความถี่ที่ได้จากการคืนคลื่นความถี่ประเภทธุรกิจ และตามประกาศ คสช.และร่างกฎหมายที่ได้ปรับปรุง ได้ให้ กสทช. นำเงินรายได้จากการประมูลเข้ารายได้แผ่นดินอยู่แล้ว ส่วนรายได้ในกรณีที่มาจากค่าธรรมเนียมการอนุญาตให้กับประเภทบริการสาธารณะหรือประเภทบริการชุมชน ตามพระราชบัญญัติการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551 นั้น จะมีสัดส่วนไม่มากหรือสูงเทียบเท่ากับค่าธรรมเนียมการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ในประเภททางธุรกิจที่ได้รับจากวิธีการประมูล







