
สถาบันความปลอดภัยฯ
คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติเห็นชอบ “ร่างพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฏ.)” จัดตั้ง “สถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน” (องค์การมหาชน) ตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ เมื่อวันอังคารที่ 17 มี.ค.ที่ผ่านมานี่เอง
คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติเห็นชอบ “ร่างพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฏ.)” จัดตั้ง “สถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน” (องค์การมหาชน) ตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ เมื่อวันอังคารที่ 17 มี.ค.ที่ผ่านมานี่เอง
สาระสำคัญของร่างพระราชกฤษฎีกาจัดตั้ง “สถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน” ประกอบด้วย
1.กำหนดให้มีการจัดตั้งสถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการ ทำงานขึ้น เป็นองค์การมหาชนตามกฎหมายว่าด้วยองค์การมหาชน
2.กำหนดการจัดตั้ง วัตถุประสงค์ และอำนาจหน้าที่ของสถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ สภาพแวดล้อมในการทำงาน (องค์การมหาชน)
3.กำหนดลักษณะของทุน รายได้ และทรัพย์สินในการดำเนินกิจการ
4.กำหนดให้มีคณะกรรมการบริหารสถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน เพื่อบริหารและดำเนินกิจการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้
5.กำหนดผู้ปฏิบัติงานของสถาบัน
6.กำหนดลักษณะการจัดทำการบัญชี การตรวจสอบ และการประเมินผลงานของสถาบัน
7.กำหนดให้รัฐมนตรีมีอำนาจหน้าที่กำกับดูแลการดำเนินกิจการของสถาบันให้เป็นไปตามกฎหมายที่กล่าวอ้างจากมติคณะรัฐมนตรีข้างต้นนี้ จึงถือได้ว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับ “คุณภาพชีวิตในการทำงาน”(Quality of Working Life) ของภาคแรงงานและพนักงานลูกจ้างทุกคนจริงๆ เพราะเรื่องสถาบันความปลอดภัยฯ ที่เป็นองค์การมหาชนนี้ ได้พูดคุยกันมานานมากแล้ว
หน้าที่สำคัญของสถาบันความปลอดภัยฯ จึงน่าจะเป็นเรื่องของ “การส่งเสริม” ความปลอดภัย อาชีวอนามัย (Occupational Safety and Health) และสภาพแวดล้อมในการทำงาน (Working Conditions/Working Environment) เป็นหลัก ซึ่งหนีไม่พ้นจากเรื่องของ “การป้องกันอุบัติเหตุ” (Accident Prevention) และ “การบริหารจัดการความปลอดภัย” (Safety Management) ที่เกี่ยวข้องกับการทำงานในโรงงานหรือสถานประกอบการต่างๆ
ว่าไปแล้ว ปัจจุบันเรามีหลายหน่วยงาน (ของภาครัฐ) ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ โดยหน่วยงานหลักๆ ได้แก่ กระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงแรงงาน ทั้งในส่วนของ “มาตรฐานความปลอดภัย” และ “วิธีการทำงานอย่างปลอดภัย” รวมตลอดถึงการกำกับดูแลหรือควบคุมดูแลให้เป็นไปตามมาตรฐานหรือกฎหมาย
ดังนั้น ในฐานะคนที่อยู่ในแวดวงของ “ความปลอดภัย” มานาน จึงเล็งเห็นประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นไม่เพียงแต่ภาคแรงงานเท่านั้น แต่ภาคผู้ประกอบการก็ได้ด้วยเช่นกัน
เรื่องของการมีหลักประกันใน “คุณภาพชีวิตในการทำงาน” เช่นนี้ จึงต้องปรบมือให้ครับผม!







