
ความเสี่ยงกับ การบริหารความเสี่ยง
สวัสดีครับ ตอนนี้เห็นหลายคนพูดถึงเรื่องที่เสี่ยงๆ กันมากเลย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเมือง หรือเศรษฐกิจ ฯลฯ ความเสี่ยงในความเข้าใจของคนส่วนใหญ่ หมายถึง ความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ไม่ว่าความเสียหายนั้นจะเกิดกับตัวเรา ทรัพย์สินเรา ครอบครัวเรา ฯลฯ และครอบคลุมไม่ว่าจะเป็นความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการกระทำของเราโดยตรง หรือความเสียหายที่เกิดขึ้นโดยอ้อมจากการกระทำของเรา
สวัสดีครับ ตอนนี้เห็นหลายคนพูดถึงเรื่องที่เสี่ยงๆ กันมากเลย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเมือง หรือเศรษฐกิจ ฯลฯ ความเสี่ยงในความเข้าใจของคนส่วนใหญ่ หมายถึง ความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ไม่ว่าความเสียหายนั้นจะเกิดกับตัวเรา ทรัพย์สินเรา ครอบครัวเรา ฯลฯ และครอบคลุมไม่ว่าจะเป็นความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการกระทำของเราโดยตรง หรือความเสียหายที่เกิดขึ้นโดยอ้อมจากการกระทำของเรา
ตัวอย่างเช่น การที่พ่อแม่ทะเลาะเบาะแว้ง ดื่มเหล้า เล่นการพนัน ความเสียหายที่เกิดโดยตรงทันที คือ ครอบครัวมีปัญหา ไม่มีความสุข ส่วนความเสียหายที่เกิดโดยอ้อมก็คือ ลูกจะได้รับแบบอย่างและการอบรมที่ไม่ดี มีโอกาสสูงที่จะเป็นปัญหาของสังคมต่อไปในอนาคต หรืออย่างปัญหาการเมืองที่ผ่านมา ผลกระทบที่เกิดขึ้นมากกว่าที่คิดกันไว้เยอะ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเศรษฐกิจ สังคม และสุดท้ายปัญหานั้นก็ย้อนกลับมาเป็นปัญหาของพวกเราทุกคนนั่นเอง ดังนั้น การกระทำใดๆ อย่าคิดว่าเป็นเรื่องของเรา คนอื่นไม่เกี่ยว ขอให้คิดว่าสิ่งที่เราทำส่งผลกระทบต่อคนอื่นเสมอ
หากกล่าวโดยสรุป ความเสี่ยง หมายถึง ความสูญเสีย หรือความเสียหาย ที่มีผลกระทบทั้งในรูปตัวเงิน หรือไม่ใช่ตัวเงิน ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต เราจึงสรุปได้ง่ายๆ ว่า ความเสี่ยงจะขึ้นอยู่กับโอกาส และความเสียหาย
การบริหารความเสี่ยงที่ดีที่สุดจึงเป็นเรื่องของการป้องกันไม่ให้ความเสียหายนั้นเกิดขึ้น ซึ่งก็คือ การลดโอกาสที่จะเกิดความเสียหาย อย่างเช่น กระทรวงสาธารณสุขมีแนวคิดห้ามขายเหล้าในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ก็เป็นตัวอย่างหนึ่งของการลดโอกาสของการเกิดความเสียหายที่อาจเกิดกับชีวิตและทรัพย์สินของพวกเรา เป็นต้น
แต่หลายครั้งแม้ป้องกันอย่างไรก็เกิดความเสียหายนั้นอยู่ดี อย่างเช่นเราขับรถด้วยความระมัดระวัง ก็ยังไม่วายถูกคนอื่นขับรถมาชนอยู่ดี ดังนั้นเราจึงต้องบริหารความเสี่ยงอีกวิธีด้วยกัน คือ การลดความเสียหายเมื่อความเสียหายเกิดขึ้นแล้ว อย่างเช่นเมื่อรถเราถูกชน เราก็มี Air Bag ลดความเสียหายด้านร่างกาย และมีประกันรถยนต์ช่วยเหลือด้านค่าใช้จ่าย เป็นต้น
อีกตัวอย่างหนึ่งของการบริหารความเสี่ยงที่เห็นได้ชัดก็คือ มาตรการที่บังคับให้คนขับมอเตอร์ไซค์ต้อง “เปิดไฟใส่หมวก” เสมอ “เปิดไฟ” ก็เพื่อให้รถคันอื่นๆ ได้สังเกตเห็นว่ามีมอเตอร์ไซค์มา เป็นการลดโอกาสของการเกิดอุบัติเหตุส่วน“ใส่หมวก” ก็เพื่อลดความเสียหายเมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้นแล้วแต่เนื่องจากการบริหารความเสี่ยงบางอย่างมีค่าใช้จ่าย เช่น ค่าติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันความเสี่ยง ค่าซื้อประกัน เป็นต้น ดังนั้นเราจึงต้องประเมินความจำเป็นของการบริหารความเสี่ยง โดย
ประเมินความรุนแรงของผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นหากเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้น เช่น ประเมินความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นหากเราเสียชีวิต หรือทุพพลภาพ ฯลฯ แต่ละคนจะประเมินผลกระทบของความเสี่ยงแตกต่างกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสถานภาพทางเศรษฐกิจ ทัศนคติต่อความเสี่ยง ความรู้ ฯลฯ ดังนั้นความเสียหายที่เกิดขึ้นเท่ากัน แต่ละคนอาจจะรับรู้ผลกระทบของความเสียหายไม่เท่ากัน
ตัวอย่างเช่น รถ 2 คันชนกันอย่างรุนแรงจนใช้งานไม่ได้ทั้งคู่ ความเสียหายของรถทั้งสองคันเท่ากัน คือ ใช้งานไม่ได้ แต่ผลกระทบของความเสียหายไม่เท่ากัน หากรถที่ชนคันหนึ่งเป็นรถของผู้ที่มีฐานะดี ซึ่งสามารถนำรถคันอื่นมาใช้งานแทน ความเสียหายในมุมมองของผู้ที่มีฐานะดีก็มีน้อย ขณะที่รถอีกคันที่เสียหายคือรถแท็กซี่ของพ่อบ้านที่ต้องใช้เพื่อหารายได้มาเลี้ยงครอบครัว ความเสียหายที่เกิดขึ้นก็คือ ครอบครัวขาดรายได้ และอาจมีปัญหาลูกไม่ได้เรียนหนังสือ เพราะพ่อไม่มีเงินจ่ายค่าเล่าเรียน เป็นต้น
ประเมินโอกาสที่ความเสียหายนั้นจะเกิด หากเหตุการณ์นั้นมีโอกาสเกิดได้น้อย การคุ้มครองความเสี่ยงนั้นมีความจำเป็นลดน้อยลง เช่น หากเราใช้รถเฉพาะในหมู่บ้าน การทำประกันรถยนต์ก็อาจไม่จำเป็น เป็นต้น
ในช่วงวันสงกรานต์ที่จะถึงนี้ มักมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นมาก พวกเรามีการบริหารความเสี่ยงกันอย่างไรบ้าง มาช่วยกันลดโอกาสของความเสี่ยงด้วยการไม่ดื่มเหล้า และหาทางลดขนาดของความสูญเสีย เช่น ตรวจสอบระบบป้องกันความเสียหาย ไม่ว่าจะเป็น Air Bag เข็มขัดนิรภัย ฯลฯ ลดความเสียหายที่เกิดกับรายได้และทรัพย์สิน เช่น การทำประกันชีวิต โดยเฉพาะการทำประกันอุบัติเหตุ ซึ่งค่าเบี้ยประกันไม่แพงอย่างที่คิด แต่ให้ความคุ้มครองที่คุ้มค่า หรือหากต้องการประหยัดค่าใช้จ่ายไปอีก ก็สามารถเลือกซื้อการประกันอุบัติเหตุการเดินทาง (Travel Accident Insurance) ก็ได้
ท่านที่สนใจบทความทางการเงินที่ผมได้เขียนเองและได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ สำหรับเผยแพร่ให้ท่านผู้สนใจทุกท่าน ขอเชิญไปกด Like ได้ที่ Page ใน facebook ชื่อ SathitBovornsantisuth CFP เพื่อติดตามข้อมูลข่าวสารต่อไปได้ครับ...







